สำหรับคอกาแฟชาวไทยหลายล้านคน กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟยามเช้า ไม่ได้เป็นเพียงความเคยชิน แต่เปรียบดั่งพิธีกรรมที่ขาดไม่ได้ในแต่ละวัน ทว่า ล่าสุดมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรม และผลวิจัยที่เผยว่า การดื่มกาแฟพร้อมกับอาหารเสริมยอดนิยมบางชนิด อาจส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่โดยไม่รู้ตัว ประเด็นนี้ยิ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษ เมื่อปัจจุบันคนไทยจำนวนมากเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพและทานวิตามินเสริมในชีวิตประจำวันมากขึ้น
กาแฟ ซึ่งเป็นทั้งเครื่องดื่มคู่บ้านและสัญลักษณ์ทางสังคมของคนไทย มีส่วนผสมสำคัญอย่างคาเฟอีน สารกลุ่มโพลีฟีนอล รวมถึงสารที่ออกฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อน ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมและบทความสุขภาพชั้นนำหลายแห่ง ระบุตรงกันว่าส่วนประกอบเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่เทรนด์การทานอาหารเสริมเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน เพิ่มพลังงาน หรือบำรุงกระดูก กำลังได้รับความนิยมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง (eatingwell.com) ดังนั้น การทำความเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างกาแฟกับอาหารเสริม จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพ เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ไปอย่างน่าเสียดาย
อาหารเสริม ๕ ชนิดที่ไม่ควรกินคู่กาแฟ
ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำให้ระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับอาหารเสริมกลุ่มนี้ ได้แก่ ธาตุเหล็ก วิตามินดี วิตามินบีรวม แมกนีเซียม และแคลเซียม
โดยเฉพาะ ‘ธาตุเหล็ก’ ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการสร้างเม็ดเลือดแดง นับเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสตรีและวัยรุ่นไทย ซึ่งพบภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในอัตราที่สูง ผลวิจัยเผยว่า สารคลอโรจีนิก แอซิด (ซึ่งเป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอลชนิดหนึ่งที่พบในกาแฟและชา) มีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กที่มาจากพืชได้มากถึง ๕๔ เปอร์เซ็นต์ หากดื่มกาแฟพร้อมกับอาหารเสริมธาตุเหล็ก หรือแม้แต่ดื่มพร้อมมื้อเช้าแบบไทย ๆ ที่อาจมีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก เช่น ข้าวต้ม หรือดื่มชา-กาแฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมแนะนำว่า ควรเว้นระยะห่างระหว่างการรับประทานธาตุเหล็กกับการดื่มกาแฟอย่างน้อย ๑ ชั่วโมง และหากเป็นไปได้ ควรสานต่อด้วยผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม
สำหรับ ‘วิตามินดี’ ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและเสริมสร้างกระดูก ก็เป็นอีกหนึ่งชนิดที่ไม่ควรทานพร้อมกาแฟเช่นกัน งานวิจัยพบว่าคาเฟอีนสามารถลดการทำงานของตัวรับวิตามินดีในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายนำวิตามินดีไปใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ซึ่งน่าเป็นห่วงเป็นพิเศษสำหรับคนไทยที่พบภาวะขาดวิตามินดีในระดับสูง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่หรือได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ แนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมแนะนำคือ ควรแยกช่วงเวลาการรับประทานวิตามินดีออกจากกาแฟ และควรทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันดี เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้อย่างสมบูรณ์
กลุ่ม ‘วิตามินบี’ (ทั้ง บี ๑, บี ๒, บี ๗, บี ๙, บี ๑๒) มีหน้าที่สำคัญต่อกระบวนการสร้างพลังงาน ดูแลระบบประสาท และการผลิตเม็ดเลือดแดง ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมเตือนว่า วิตามินกลุ่มนี้สามารถสลายตัวและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ง่าย โดยคาเฟอีนมีฤทธิ์เร่งการขับปัสสาวะ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายสูญเสียวิตามินบีไปอย่างรวดเร็วขึ้น จากหลักฐานการศึกษาหลายแหล่ง พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมักมีระดับวิตามินบีในเลือดต่ำกว่าปกติ จึงแนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย ๑ ชั่วโมง ก่อนเริ่มจิบกาแฟหลังจากรับประทานวิตามินบีเสริม
สำหรับ ‘แมกนีเซียม’ และ ‘แคลเซียม’ ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อระบบประสาท การทำงานของกล้ามเนื้อ ความดันโลหิต และการนอนหลับ ก็ได้รับผลกระทบจากฤทธิ์ขับปัสสาวะของกาแฟเช่นกัน ผลงานวิจัยชี้ว่าคาเฟอีนกระตุ้นให้ร่างกายขับแร่ธาตุเหล่านี้ออกจากร่างกายมากกว่าปกติ ยิ่งสำหรับผู้ที่ได้รับสารอาหารเหล่านี้ในปริมาณน้อยอยู่แล้ว ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มที่รับประทานแมกนีเซียมเสริมเพื่อช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับหรือความเครียดในวิถีชีวิตคนเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมแนะนำว่า หากจำเป็นต้องทานอาหารเสริมดังกล่าว ควรเว้นช่วงห่างจากชาหรือกาแฟ หรือในกรณีที่ทานแคลเซียม ไม่ควรดื่มกาแฟพร้อมกับมื้ออาหารที่มีนม หรืออาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมสูงเกินไป และหากต้องการลดความเสี่ยงจากการสูญเสียแคลเซียม ลองเพิ่มนมหรือเครื่องดื่มผสมนมลงในกาแฟ เพื่อช่วยชะลอผลกระทบได้บางส่วน
กระแสอาหารเสริมกับข้อควรระวังในคนไทยยุคใหม่
หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศไทย เช่น ทีมโภชนาการของโรงพยาบาล และหน่วยรณรงค์สุขภาพในโรงพยาบาลรัฐ เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่มคนไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นผลพวงจากสถานการณ์โควิด-๑๙ การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือเทรนด์การดูแลสุขภาพที่มาแรง แต่หากปราศจากความรู้ความเข้าใจเรื่องช่วงเวลาและการจับคู่สารอาหาร อาจกลายเป็นว่าสารอาหารเสริมราคาแพงที่ลงทุนซื้อมา อาจให้ผลลัพธ์น้อยลงโดยไม่รู้ตัว
เภสัชกรอาวุโสผู้คร่ำหวอดในวงการสาธารณสุขไทย ท่านหนึ่ง ให้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า “เพียงแค่เว้นระยะเวลาระหว่างการดื่มกาแฟกับการทานอาหารเสริมให้ห่างกันอย่างน้อย ๑ ชั่วโมง นี่คือเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้การลงทุนเพื่อสุขภาพของคุณคุ้มค่าอย่างแท้จริง อาหารเสริมไม่ใช่ของราคาถูก หากทานปะปนกับเครื่องดื่มที่ไม่เหมาะสม เงินที่คุณจ่ายไปอาจสูญเปล่าในระยะยาวได้” มุมมองนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของนักกำหนดอาหารและเภสัชกรชั้นนำระดับโลก ที่ต่างย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญในระดับสากลเช่นกัน
เครื่องดื่ม กาแฟ และไลฟ์สไตล์ไทย อย่าให้สุขภาพพลาดเพราะขาดจังหวะ
วิถีชีวิตยามเช้าแบบไทย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจิบกาแฟเย็นคู่กับขนมปังริมทาง หรือการได้ร่วมวงดื่มกาแฟร้อนพร้อมพูดคุยในร้านกาแฟใกล้บ้าน ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ฝังรากลึกและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยจำนวนมาก แม้แต่ร้านกาแฟรูปแบบใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นตามอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเช่นกัน ดังนั้น การให้ข้อควรระวังใด ๆ เกี่ยวกับกาแฟและอาหารเสริมในบริบทของสังคมไทย จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณค่าทางสังคมและความสุขที่ได้จากพิธีกรรมเหล่านี้ด้วย
นโยบายสุขภาพที่ผ่านมามักจะมุ่งเน้นไปที่การลดเค็ม ลดน้ำตาล หรือลดไขมันทรานส์ แต่เมื่อความเข้าใจเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาหารเสริมกับเครื่องดื่มแพร่หลายมากขึ้น ผู้บริโภคก็ยิ่งต้องใส่ใจและบริหารจัดการรูปแบบการรับประทานในแต่ละวันให้ดี สถิติระบุว่าตลาดอาหารเสริมในประเทศไทยช่วงปี ๒๕๖๑–๒๕๖๕ มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ ๘ เปอร์เซ็นต์ (Statista) นั่นหมายความว่า คนไทยยิ่งต้องมีความรู้ความเข้าใจในการจัดจังหวะเวลาและการเลือกอาหารเสริมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
แนวโน้มและคำแนะนำสำหรับคนไทยยุคใหม่
เร็ว ๆ นี้ โรงพยาบาลและคลินิกต่าง ๆ ทั่วประเทศได้เริ่มปรับชุดความรู้และคำแนะนำให้กับผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โลหิตจาง กระดูกพรุน หรือความดันโลหิตสูง ผู้ทรงคุณวุฒิผู้คร่ำหวอดในวงการเภสัชกรรม จากสถาบันการศึกษาชั้นนำในกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นว่า “สิ่งสำคัญคือข้อแนะนำจะต้องเข้าใจง่าย นำไปใช้งานได้จริง และต้องปรับให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนไทย จึงขอแนะนำว่า หากทานอาหารเสริม ควรเว้นระยะห่างจากการดื่มกาแฟไว้อย่างน้อย ๑ ชั่วโมง และหากเป็นไปได้ ควรทานคู่กับผลไม้พื้นบ้านที่อุดมด้วยวิตามินซี เพื่อช่วยเสริมการดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น”
๗ แนวทางปฏิบัติสำหรับการเสริมสุขภาพควบคู่พิธีกรรมกาแฟ
- ศึกษาฉลากอาหารเสริมอย่างละเอียด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมก่อนเริ่มรับประทานอาหารเสริมชนิดใหม่
- แยกช่วงเวลาการดื่มกาแฟออกจากช่วงเวลาการรับประทานอาหารเสริมอย่างน้อย ๑ ชั่วโมง โดยเฉพาะกลุ่มธาตุเหล็ก วิตามินดี วิตามินบี แมกนีเซียม และแคลเซียม
- หากเป็นอาหารเสริมธาตุเหล็กที่รวมวิตามินซี ควรทานคู่กับผลไม้ท้องถิ่นที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึม
- ควรใช้น้ำเปล่า หรือชาสมุนไพรที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีน ในการทานอาหารเสริมช่วงเช้าจะดีกว่า
- หากเป็นผู้ที่ชื่นชอบกาแฟใส่นม ควรใส่ใจช่วงเวลาการรับประทานแคลเซียมเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการดูดซึมได้
- ติดตามข้อมูลสุขภาพใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากศาสตร์ด้านโภชนาการมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- หากบังเอิญทานอาหารเสริมพร้อมกาแฟ ไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป เพราะร่างกายยังคงได้รับประโยชน์บางส่วน เพียงแค่ปรับเวลาการรับประทานในวันถัดไปให้เหมาะสมก็เพียงพอ
ตลาดอาหารเสริมไทยกำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟู หากมีความเข้าใจและจัดสรรช่วงเวลาการรับประทานได้อย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพของคนไทยทั้งชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับคนไทยที่นำเทรนด์สุขภาพโลกมาประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตของตนเอง การทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างกิจวัตรที่รักกับโภชนาการที่เหมาะสม คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทั้งทางวัฒนธรรมและสุขภาพที่ยั่งยืน
อ้างอิงสำคัญของรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญใน EatingWell ข้อมูลสถิติโภชนาการจาก Statista และคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุข