เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาตอนใต้ต้องรับมือกับการระบาดของแบคทีเรียกินเนื้อ หรือ Vibrio vulnificus อย่างน่าเป็นห่วง โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อ ๓๒ ราย และเสียชีวิตไปแล้ว ๘ รายในพื้นที่รัฐหลุยเซียนา, มิสซิสซิปปี, แอละแบมา และฟลอริดา ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยในปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเสี่ยงหลักคือการสัมผัสน้ำทะเลที่อุณหภูมิสูงขึ้น และการบริโภคอาหารทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอยนางรมดิบ สถานการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มที่น่ากังวลในระดับโลก และสร้างความวิตกให้กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
เชื้อ Vibrio vulnificus อันตรายแค่ไหน?
เชื้อ Vibrio vulnificus เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในน้ำทะเล มักเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ผ่านบาดแผลที่สัมผัสน้ำทะเล หรือจากการบริโภคอาหารทะเลดิบ ผู้ติดเชื้อมักแสดงอาการเบื้องต้น เช่น ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง อาเจียน มีไข้ และหนาวสั่น แต่สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีโรคประจำตัว เชื้ออาจลุกลามอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภาวะเนื้อตาย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เชื้อกินเนื้อ” ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นต้องตัดอวัยวะ หรืออาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ หน่วยงานที่ดูแลด้านการควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Vibrio vulnificus โดยเฉลี่ย ๑ ใน ๕ ราย มักเสียชีวิตภายในไม่กี่วันหลังจากได้รับเชื้อ (nola.com; CDC, Vibrio vulnificus)
ทำไมคนไทยควรตระหนัก?
สภาพน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น และน้ำกร่อยตามแนวชายฝั่งของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของเชื้อ Vibrio จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Microbiology เมื่อปี ๒๕๖๗ พบว่า ตัวอย่างอาหารทะเลในภูมิภาคเอเชียมีการปนเปื้อนแบคทีเรียชนิดนี้ประมาณร้อยละ ๑๐.๕ (Frontiers in Microbiology) ดังนั้น กลุ่มเสี่ยงจึงไม่เพียงแต่จำกัดอยู่แค่ผู้บริโภคอาหารทะเลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มแรงงานประมง, เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม, และบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกหลายล้านคนในประเทศไทย
ตัวเลขจากสหรัฐฯ สะท้อนอะไรถึงภูมิภาคเรา
ผู้รับผิดชอบด้านสาธารณสุขในสหรัฐอเมริกาได้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในปีนี้ ตัวอย่างเช่น รัฐหลุยเซียนา ซึ่งโดยปกติจะพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยปีละ ๑๓ ราย แต่ปีนี้มีผู้ติดเชื้อสูงถึง ๑๗ ราย และเสียชีวิต ๔ ราย โดยกว่าร้อยละ ๗๕ ของผู้ป่วยเหล่านี้มีประวัติสัมผัสน้ำทะเล ขณะที่รัฐฟลอริดาก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน มีรายงานผู้ป่วย ๑๓ ราย และเสียชีวิต ๔ ราย สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร, การเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรง และอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (nola.com; Pensacola News Journal; Washington Post)
ภาวะโลกร้อน ทำให้เสี่ยงเพิ่มขึ้น
บทความทบทวนฉบับล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อปี ๒๕๖๘ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิในทะเลที่สูงขึ้น ส่งผลโดยตรงให้เชื้อ Vibrio เจริญเติบโตและขยายพื้นที่การระบาดได้ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อน ไม่เพียงแต่จะทำให้จำนวนแบคทีเรียในน้ำเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ช่วงฤดูท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมลงเล่นน้ำหรือบริโภคอาหารทะเลดิบขยายออกไปอีกหลายเดือน (Nature)
สถานการณ์และการรับมือในไทย
แม้ว่าตัวเลขการระบาดในสหรัฐฯ จะกระตุ้นให้หน่วยงานหลายแห่งในประเทศดังกล่าวเร่งออกคำเตือนและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ทั้งกลุ่มผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเลและผู้บริโภคหอยนางรม ทว่าสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภัยคุกคามจากเชื้อ Vibrio vulnificus ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนัก โดยมีรายงานยืนยันว่าพบเชื้อดังกล่าวในอาหารทะเลแปรรูปและอาหารทะเลสดที่จับได้จากบริเวณชายฝั่งบ่อยครั้งขึ้น และมีการระบาดในลักษณะประปรายให้เห็นบ้างแล้ว (ScienceDirect) อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อปี ๒๕๖๖ ได้ยืนยันว่าข่าวลือเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตจากเชื้อชนิดนี้ในประเทศไทยที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ไม่เป็นความจริง ตามคำแถลงของหน่วยงานภาครัฐในขณะนั้น (AFP Fact Check)
อาหารและวิถีชีวิตไทย-ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง
อาหารทะเลดิบและกึ่งสุกกึ่งดิบยอดนิยมในกลุ่มคนไทย เช่น กุ้งแช่น้ำปลา ยำหอยดอง หรือหอยนางรมสด กลับเป็นเมนูที่เพิ่มความเสี่ยงหากวัตถุดิบมีการปนเปื้อนเชื้อ แม้ว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุขจะมีการกำกับดูแลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่การปนเปื้อนยังคงสามารถเกิดขึ้นได้จากกระบวนการขนส่ง, แหล่งจำหน่ายในตลาดสด หรือร้านอาหารริมทะเลที่อาจจัดเก็บอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ
สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะตับบกพร่อง บุคลากรในกระทรวงสาธารณสุขได้เดินหน้ากิจกรรมรณรงค์โดยเน้นย้ำถึงสุขอนามัยในการบริโภคอาหารทะเล, วิธีการเตรียมอาหารที่ถูกต้อง และการหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำทะเลหากมีบาดแผลเปิด ข้อมูลจากหน่วยงานระบาดวิทยาภายในประเทศชี้ว่า ประเทศไทยมีระบบการเฝ้าระวังโรคนี้ แต่คาดว่าจำนวนผู้ป่วยที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่ถูกรายงาน เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไม่รุนแรงจนไม่เข้ารับการรักษา หรือได้รับการวินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นโรคอาหารเป็นพิษชนิดอื่น (IJIDOnline)
ประมง ท่องเที่ยว และแรงงานชายฝั่ง—ความเสี่ยงเฉพาะกลุ่ม
ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอาหารทะเล เช่น ชาวประมง, ผู้ค้าส่งและค้าปลีก, ตลอดจนพนักงานในตลาดและร้านอาหารริมทะเล ล้วนมีความเสี่ยงทั้งต่อสุขภาพและอาชีพการงาน ระดับอุณหภูมิน้ำในอ่าวไทยและฝั่งอันดามันในช่วงฤดูร้อน มักมีค่าเทียบเท่าหรือสูงกว่าบริเวณชายฝั่งของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังมีการระบาดอยู่ในขณะนี้ เมื่อภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่หลังวิกฤตโควิด-๑๙ ชุมชนชายฝั่งในประเทศไทยจึงต้องเผชิญกับแรงกดดันที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความปลอดภัยด้านสุขภาพ
วิถีชายฝั่ง กับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป
การรวมกลุ่มกันรับประทานอาหารริมทะเลในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น สงกรานต์ หรือลอยกระทง รวมถึงการไปร้านอาหารตลอดแนวชายฝั่ง ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่มีมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม แม้กิจกรรมเหล่านี้จะดูเป็นเรื่องปกติ แต่หากเกิดการระบาดของเชื้ออย่างรุนแรง ก็อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและประเพณีของชุมชนได้ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การระบาดมักจะเกิดขึ้นหลังสถานการณ์สภาพอากาศที่รุนแรง เช่น น้ำท่วมและพายุ ซึ่งประเทศไทยเองก็ประสบปัญหาเหล่านี้เป็นประจำ และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้น้ำปนเปื้อนเชื้อเข้าสู่ที่พักอาศัยได้ สถานการณ์นี้ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งอเมริกาหลังเหตุการณ์พายุเฮอริเคน (nola.com; Times of India)
ทางออกระยะยาวและข้อควรปฏิบัติสำหรับคนไทย
ผู้เชี่ยวชาญได้ออกคำเตือนว่าเชื้อ Vibrio vulnificus จะยังคงอยู่กับเราต่อไป และมีแนวโน้มที่จะมีการระบาดเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นในแต่ละปี นักวิจัยจึงเสนอให้มีการตรวจสอบคุณภาพอาหารทะเลอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน, การทดสอบหาเชื้อในโรงพยาบาลที่รวดเร็ว, และการรายงานพร้อมรับมือเหตุการณ์ระบาดอย่างทันท่วงที ขณะนี้ มีงานวิจัยใหม่ๆ ที่กำลังพัฒนาเครื่องมือตรวจจับเชื้อด้วยเทคโนโลยี PCR สำหรับอาหารทะเลและน้ำทะเลโดยตรง ซึ่งอาจช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต
สำหรับประชาชน สิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติ ได้แก่
- ควรปรุงอาหารทะเลทุกชนิดให้สุกทั่วถึง
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารทะเลดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบโดยไม่รู้แหล่งที่มาปลอดภัย
- ไม่ควรลงน้ำทะเลหากมีบาดแผลหรือเพิ่งสักมาใหม่
- ผู้มีโรคประจำตัวควรเพิ่มความระมัดระวัง
- ผู้ประกอบการและพนักงานร้านอาหารทะเล ควรเน้นสุขลักษณะและให้ความรู้กับลูกค้า
- หน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นควรเฝ้าระวัง ตรวจสอบคุณภาพอาหารอย่างสม่ำเสมอ และประชาสัมพันธ์ข้อควรระวังอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเล ควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเหตุการณ์ฝนตกหนักหรือน้ำท่วม แม้ว่าชื่อเสียงของ “เชื้อกินเนื้อ” จะฟังดูน่ากลัว แต่หากมีการระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันตนเองได้เป็นอย่างดี
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเชื้อ Vibrio vulnificus และความปลอดภัยของอาหารทะเลในประเทศไทยได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือศึกษาข้อมูลจากงานวิจัยเพิ่มเติมใน Frontiers in Microbiology และ Nature รวมถึงติดตามประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนที่น่าเชื่อถือในทุกครั้งหลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหรือสภาพอากาศแปรปรวน