เทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์โปรตีนเสริมเพื่อปั้นหุ่นกำลังมาแรงในหมู่วัยรุ่นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย อิทธิพลจากโซเชียลมีเดียที่สร้างค่านิยมเรื่องรูปร่างหน้าตาผลักดันให้คนรุ่นใหม่หันมาพึ่งพาสินค้าเหล่านี้มากขึ้น ผลสำรวจจากโรงพยาบาลเด็กม็อตต์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าวัยรุ่นเกือบ 40% เคยใช้ผลิตภัณฑ์โปรตีนเสริมในช่วงปีที่ผ่านมา กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐฯ หรือยุโรป แต่ยังแพร่หลายมาถึงเอเชีย รวมถึงไทย ที่รับอิทธิพลจากเทรนด์ฟิตเนสออนไลน์อย่างเต็มที่
ในสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและรูปลักษณ์ วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยถูกกระตุ้นจากโฆษณาออนไลน์ ค่านิยมสากล รวมถึงแรงบันดาลใจจากโค้ช เพื่อน และอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ คล้ายกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่วัยรุ่นอเมริกันและยุโรป (NPR) โดยผลสำรวจล่าสุดของ CNN ในปี 2567 ชี้ว่า วัยรุ่นชายไทยมีแนวโน้มใช้โปรตีนเสริมมากกว่าวัยรุ่นหญิงถึงสองเท่า ขณะที่ฝ่ายหญิงมักใช้เพื่อควบคุมน้ำหนักแทนมื้ออาหาร ตามภาพลักษณ์ที่เห็นในสื่อยุคเก่าและใหม่ (CNN)
โปรตีนเสริม: เทรนด์แรงที่มาพร้อมแรงกดดัน
เบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้ซ่อนความกดดันที่วัยรุ่นยุคใหม่ต้องเผชิญ นักกำหนดอาหารสำหรับเด็กจากโรงพยาบาลเด็ก Children’s National Hospital ชี้ว่า แม้โปรตีนจะเป็นสารอาหารที่จำเป็น แต่การได้รับมากเกินไปกว่า 100 กรัมต่อวัน อาจสร้างภาระหนักให้ไตและตับ และนำไปสู่อาการปวดท้องได้ ซึ่งเคยพบในผู้ป่วยวัยรุ่นมาแล้วหลายราย (NPR) หากเทียบกับวัยรุ่นไทยที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 68 กิโลกรัม ร่างกายต้องการโปรตีนเพียงวันละ 68 กรัมเท่านั้น ซึ่งหาได้ไม่ยากจากอาหารไทยในชีวิตประจำวัน เช่น ไข่ ไก่ ปลา เต้าหู้ ถั่ว หรือนม ความจริงแล้ววัยรุ่นส่วนใหญ่ได้รับโปรตีนเพียงพอจากมื้ออาหารปกติอยู่แล้ว (PMC)
ผลกระทบต่อสุขภาพและภาพลักษณ์ในใจวัยรุ่น
กุมารแพทย์และนักจิตวิทยาด้านความผิดปกติทางการกินจาก University of California San Francisco แสดงความห่วงใยว่า การใช้โปรตีนเสริมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มวัยรุ่นชาย อาจสัมพันธ์กับภาวะไม่พอใจในรูปร่างของตนเอง (Body Dysmorphia) และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราผู้ป่วยโรคการกินผิดปกติสูงขึ้นตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อภาพลักษณ์กล้ามโตในสื่อ การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นบนโซเชียล และการตลาดอาหารเสริมมาเจอกัน ผลกระทบต่อจิตใจของวัยรุ่นก็ยิ่งทวีความรุนแรง (HSPS Harvard)
ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างผงโปรตีนหรือบาร์ส่วนใหญ่ในท้องตลาด ยังขาดการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ในสหรัฐอเมริกา องค์การอาหารและยา (FDA) ไม่ได้ตรวจสอบหรือรับรองผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก่อนวางจำหน่าย แต่จะเข้ามาจัดการก็ต่อเมื่อมีผู้บริโภคร้องเรียนเรื่องผลข้างเคียงแล้วเท่านั้น (NPR) ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้สินค้าบางยี่ห้ออาจปนเปื้อนโลหะหนัก แบคทีเรีย หรือสารอันตรายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุบนฉลาก ขณะที่ในประเทศไทยเองก็ยังขาดมาตรฐานและการบังคับใช้กฎหมายที่รัดกุม ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะเจอสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือของปลอมได้ง่าย
คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองและสถานศึกษา
แพทย์และนักวิจัยด้านสุขภาพเด็กต่างแนะนำให้ผู้ปกครองหันมาใส่ใจพฤติกรรมของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ควรอ่านฉลากส่วนผสมอย่างละเอียดทุกครั้ง เลือกซื้อจากแบรนด์ที่ไว้ใจได้ และย้ำเตือนให้ความสำคัญกับอาหารมื้อหลักเป็นอันดับแรก บทสรุปจากทุกแหล่งข้อมูลและงานวิจัยยืนยันตรงกันว่า โปรตีนเสริมไม่สามารถใช้ทดแทนอาหารมื้อหลักได้ และหากไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ วัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์เหล่านี้เลย (Michigan Medicine, Medindia)
จากมุมมองของบุคลากรในโรงเรียนย่านกรุงเทพฯ พบว่านักเรียนให้ความสนใจเรื่องฟิตเนสและการสร้างกล้ามเนื้อ โดยได้รับอิทธิพลจากอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติเป็นอย่างมาก ด้านนักสาธารณสุขของโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ ให้ข้อมูลว่า นักเรียนมักเลียนแบบพฤติกรรมการใช้อาหารเสริมจากคลิปวิดีโอต่างๆ เพราะเชื่อว่าเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในด้านกีฬา หรือเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้เหมือนอินฟลูเอนเซอร์บนอินสตาแกรม ซึ่งครูและผู้ปกครองควรปลูกฝังให้นักเรียนเข้าใจคุณค่าของอาหารไทยที่หลากหลาย แทนที่จะยึดติดกับแนวคิดเรื่องโภชนาการแบบตะวันตกเพียงอย่างเดียว
มุมมองในเชิงวัฒนธรรมไทย
ความปรารถนาที่จะมีร่างกายแข็งแรงสมส่วนไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย เราเห็นภาพลักษณ์ยอดมนุษย์ผู้แข็งแกร่งได้จากหนุมานในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ หรือความแข็งแกร่งที่แฝงอยู่ในศิลปะแม่ไม้มวยไทย แต่ทุกวันนี้ การตลาดสินค้าฟิตเนสและค่านิยมจากโลกตะวันตกได้กลายมาเป็นความท้าทายใหม่ที่วัยรุ่นและครอบครัวไทยต้องเผชิญ
โรงเรียนและผู้ปกครองจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและช่วยให้วัยรุ่นรู้ทันโฆษณาเกินจริง แม้กระทรวงสาธารณสุขจะเคยออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังคงจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจนและเข้มงวดกว่าเดิม โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียและแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลสูง
ความเสี่ยงระยะยาวของการใช้โปรตีนเสริม
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตาพบว่า การใช้อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อในวัยรุ่นมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่จะหันไปใช้สเตียรอยด์และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในอนาคต (UMN SPH) ประเด็นนี้นับว่าสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรสาธารณสุขของไทย เพราะแนวคิด “ทางลัด” ที่การตลาดอาหารเสริมมักนำมาใช้ อาจฝังรากลึกในความคิดของเยาวชนได้
ข้อแนะนำที่ใช่สำหรับครอบครัวไทย
ผู้เชี่ยวชาญได้ให้แนวทางในการดูแลบุตรหลานในเรื่องนี้ไว้ดังนี้
- เปิดใจพูดคุยกับลูก เพื่อทำความเข้าใจถึงเหตุผลที่ลูกอยากมีรูปร่างในฝัน หรืออยากลองใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ส่งเสริมให้ลูกกินอาหารให้หลากหลายตามหลักโภชนาการแบบไทย ซึ่งให้โปรตีนครบถ้วนเพียงพออยู่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์เสริม
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกำหนดอาหารหรือกุมารแพทย์ทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจให้ลูกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมโปรตีนหรือสร้างกล้ามเนื้อ
- สอนให้ลูกรู้จักคิดวิเคราะห์และตั้งคำถามกับข้อมูลด้านสุขภาพ ฟิตเนส และภาพลักษณ์ร่างกายที่เห็นในโลกออนไลน์
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง ทั้งส่วนประกอบและแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาในโซเชียลมีเดียที่ขาดการรับรองคุณภาพและความปลอดภัย (LAist)
ทางสายกลางที่เหมาะสมกับสังคมไทย
การสร้างสุขนิสัยที่ดีให้แก่เยาวชนไทยจำเป็นต้องผสมผสานระหว่างเทรนด์ยุคใหม่เข้ากับภูมิปัญญาด้านอาหารและหลักโภชนาการที่ถูกต้อง โรงเรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานภาครัฐ ควรจับมือกันสนับสนุนแนวทางที่อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย เพื่อให้เยาวชนของเราเติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าและมั่นใจในสุขภาพของตนเอง มากกว่าจะไหลไปตามค่านิยมชั่วครั้งชั่วคราวบนโซเชียลมีเดีย