เมื่อเรายังไม่มีรหัสผ่านที่จะสื่อสารให้เพื่อนร่วมงานหรือบุคคลในองค์กรเข้าใจได้ทั้งหมด และเราไม่สามารถจะไปนั่งในหัวใจใครได้ จงคิดดีทำดี มีจิตใจที่ซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังการกระทำและคำพูด

รหัสลับแห่งหัวใจ

          เรื่องที่เล่าต่อๆกันมา ว่ามีนกชนิดหนึ่ง ผมจำชื่อไม่ได้ ในใจก็คิดว่าน่าจะมีมากกว่าหนึ่งชนิดด้วยซ้ำ ที่สามารถส่งสัญญาณเสียงให้ฝูงและครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่และลูกๆ

          เหมือนเป็นที่รู้กันว่าถ้าร้องแบบนี้หมายถึงอะไร เอาไว้ปกป้องภยันอันตราย เป็นส่วนหนึ่งของเกราะคุ้มกันให้นกทุกตัวอยู่รอดปลอดภัย

          เมื่อพ่อแม่นกออกไปหากินแล้วกลับมาเพื่อนำอาหารมาให้ลูกที่อยู่ในรังบนต้นไม้หรือในถ้ำ ก่อนที่จะเข้ามาหาลูกหรือเข้าใกล้ตัวลูกมากที่สุด พ่อกับแม่จะร้องหรือส่งเสียงเป็นสัญญาณให้ลูกรู้

          ว่าพ่อกับแม่มาแล้ว ตรงที่ลูกอยู่ปลอดภัยดีไหม ลูกจะส่งเสียงตอบเป็นสัญญาณให้รับรู้ว่าสถานการณ์ขณะนั้นเป็นอย่างไร

          เสียงร้องรวมทั้งท่าทีเหมือนเป็นเส้นแบ่งบางๆ ให้ระมัดระวังทั้งสองฝ่าย เป็นรหัสลับที่ช่วยคุ้มครองสมาชิกในครอบครัว ซึ่งผู้นำจำเป็นต้องออกจากถิ่นที่อยู่ไปทำมาหากินในทุกๆวัน

          เขาบอกว่าสิ่งเหล่านี้พ่อและแม่นก ปลูกฝังรหัสนี้เอาไว้ในสายเลือด ตั้งแต่ลูกๆยังอยู่ในท้อง

          ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเป็นเรื่องของธรรมชาติของสัตว์โลกทั่วไปก็เป็นได้ ไม่น่าจะมีเฉพาะนกเท่านั้น สัตว์หลายชนิดอาจจะมีอยู่ในพันธุกรรมหรือลักษณะนิสัยที่ต้องอยู่แบบเอาตัวรอด

          พอหันกลับมามองครอบครัวของคนเรา ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ทุกคนมีท่าที สุ้มเสียงและสายตาให้กันและกัน บ่งบอกอะไรได้หลายๆอย่าง ทำซ้ำๆด้วยหัวใจที่รักและผูกพัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ดีงาม ส่งต่อสู่ลูกๆและสมาชิกทุกคน เหมือนรหัสที่เข้าใจตรงกัน หรือรหัสลับแห่งหัวใจนั่นเอง

          ด้วยสุ้มเสียง ท่าทีบุคลิกและคำพูดบางคำ ตลอดจนรอยยิ้ม ล้วนมีความหมายแฝงอยู่สำหรับทุกคนในครอบครัว หรือบางทีอยู่ด้วยกันมานาน แทบไม่ต้องพูดอะไรเลย ไม่ต้องส่งสัญญาณใดๆ แค่มองตาก็รู้ใจ อะไรทำนองนั้น

          เรื่องที่กล่าวมานี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรได้ อาจปรับใช้เป็นหลักคิดในการดำเนินชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ในการทำงานทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน

          ผมจึงมักจะสอนและเตือนลูกชายทั้งสองคนเสมอ เมื่อก้าวเข้าสู่องค์กรใหม่ที่เรายังขาดทักษะและประสบการณ์ จึงไม่ควรจะวางใจทางและวางใจคน เพราะเขานั้นเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน มิใช่คนในครอบครัว

          การคิดเช่นนี้ เหมือนปลูกฝังความหวาดระแวง หรือคิดในมุมลบ หรือมองคนในแง่ลบจนเกินไป ซึ่งไม่ใช่แบบนั้นเลย

          แต่ถ้าหากเราอยู่ในองค์กรนั้นนานๆ สั่งสมคุณงามความดี สร้างคุณูปการให้แก่งานและผู้คน นั่นแหละจึงจะเกิดบารมีที่มากพอ เป็นบ่อเกิดของรหัสลับแห่งหัวใจ จะพูดหรือจะทำอะไรก็รู้ใจและรู้ทางกันไปหมด

          แล้วลูกทั้งสองคนล่ะ แน่นอนยังใหม่ทั้งคู่ จึงควรสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองเอาไว้ด้วย ใช้รอยยิ้มและความจริงใจนำพา เป็นเกราะกำบังกาย อย่าได้ไปยุ่งกับเรื่องราวของคนอื่น อาจนำความเดือดเนื้อร้อนใจมาสู่เราได้

          คิดง่ายๆก็คือ เมื่อเรายังไม่มีรหัสผ่านที่จะสื่อสารให้เพื่อนร่วมงานหรือบุคคลในองค์กรเข้าใจได้ทั้งหมด และเราไม่สามารถจะไปนั่งในหัวใจใครได้ จงคิดดีทำดี มีจิตใจที่ซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังการกระทำและคำพูด

          อย่าไปนินทาว่าร้ายใคร ความในไม่นำออก ความนอกไม่นำเข้า ยิ้มด้วยรักและทักทาย ยกมือไหว้ อ่อนน้อมถ่อมตน แต่อย่าอ่อนแอต่อโลก จะได้อยู่ในสังคมนี้อย่างร่มเย็นเป็นสุข

  ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  กรกฎาคม  ๒๕๖๘