“การศึกษา” เป็นสิ่งที่ซับซ้อน มองได้หลายแง่หลายมุม   ผมเพิ่งสะกิดใจเรื่องนี้  ว่าผมและคนทั่วไปเข้าใจเรื่องนี้ในระดับตื้นมาโดยตลอด   แต่ในปี ค.ศ. 2018   OCED เผยแพร่เอกสาร The Future of Education and Skills : Education 2030   และตอนต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘   OECD มีเอกสารอีกชิ้นหนึ่งออกเผยแพร่ คือ OECD Teaching Compass : Reimagining Teachers as Agents of Curriculum Change   และเรียกเอกสารชิ้นก่อนว่า OECD Learning Compass 2030   เอกสารทั้งสองชิ้นระบุตรงกันว่า เป้าหมายสุดท้ายของการศึกษาคือ Well-being … สุขภาวะ   ที่ผมตีความว่า สุขภาวะของบุคคล  ครอบครัว  ชุมชน   สังคม/ประเทศ  และโลก       

จึงขอนำอุดมการณ์นี้มาเสนอว่า เป้าหมายของการศึกษาในภาพใหญ่ ต้องเลยจากการสร้างผู้มีความรู้    เลยจากการสร้างพลเมืองที่มีสมรรถนะสูง VASK  ไปสู่การหนุนการมีสุขภาวะของบุคคล สังคม และโลก   

เป้าหมายสูงสุด ไม่ว่าเรื่องอะไร  คือสุขภาวะ   ที่เป็นสิ่งลึกลับซับซ้อนมาก    ดังจะเห็นว่ามีคนที่ฉลาดล้ำ ร่ำรวยสุด แต่ไร้สุขภาวะส่วนตน  หรือเบียดเบียนสุขภาวะของผู้อื่น หรือของสังคม    ปัจจัยสำคัญของสุขภาวะคือดุลยภาพ (balance) หรือความพอดี   

การศึกษาในอุดมคติ จึงเป็นการพัฒนาคนอย่างครบด้าน และอย่างสมดุล  ที่นำสู่สุขภาวะ   ดังเอกสาร OECD Teaching Compass : Reimagining Teachers as Agents of Curriculum Change ก็ระบุเป้าหมายสุดท้ายที่ Well-being 2040  ของindividual, society และ planet   ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต    

ผมมองว่า กิจกรรมที่เราทำ มีทั้งเป้าหมายระยะสั้น และระยะยาว   ในหลายกรณีเราหมกมุ่นอยู่กับเป้าหมายระยะสั้นเท่านั้น    ลืมมองเป้าหมายระยะยาว   จึงมีคำสอนให้ “มองไกล ใจกว้าง  ใฝ่สูง”    การศึกษาต้องหนุนให้ผู้เรียนได้ฝึกเป็นคน  “มองไกล  ใจกว้าง ใฝ่สูง”  ซึ่งในอีกคำหนึ่งคือ มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ในชีวิต ที่เลยจากผลประโยชน์ส่วนตน  ที่ฝรั่งเรียกว่า purpose  หรือเรียกว่า อุทิศตนเพื่อพระเจ้า 

โยงสู่ “ค่านิยมศึกษา” (Values-Based Education)   ที่บูรณาการการพัฒนา V ใน VASK เข้ากับกระบวนการเรียนรู้ในระบบการศึกษาตามปกติ      

เอกสาร OECD Teaching Compass : Reimagining Teachers as Agents of Curriculum Change บอกว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างอนาคต ให้เป็นไปตามที่เราปรารถนา (The Future We Want)   และเสนอว่าพลังสำคัญคือ ความเป็นผู้ก่อการของครู(Teacher Agency)   ที่ครูเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร   จากแนวอนุรักษ์นิยม คือถ่ายทอดความรู้ เน้นเฉพาะ K ใน VASK   สู่การจัดการเรียนรู้ที่ศิษย์ได้พัฒนาครบ VASK   โดยระบบการศึกษาต้องหนุน สุขภาวะ (Well-being)  ของครู    โดยบอกว่า ต้องเอาใจใส่ well-being ๓ ด้าน คือ Physical well-being, Cognitive well-being, และ Social & Emotional well-being  ที่ผมตีความว่ามนุษย์ทุกคนต้องการสุขภาวะทั้งสามด้านนี้   

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า ระบบการศึกษาที่ดีต้องหนุนให้ครูพัฒนาความเป็น Agency ของตน   และปลดปล่อยพลังดังกล่าวออกมาหนุนให้ศิษย์พัฒนาความเป็น Agency ของตนด้วย   ประเทศไทยในอนาคตต้องเต็มไปด้วย Agentic Citizen เราจึงจะสามารถพัฒนาประเทศสู่ประเทศรายได้สูงสังคมดี  หลุดจากกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จ

วิจารณ์ พานิช

๑๓ มิ.ย. ๖๘