วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๙ - ๑๒ น. ผมเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 3/2568 ที่ผมได้รับเชิญเข้าร่วมในฐานะที่ปรึกษา
อ่านรายงานการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๘ ผมพบว่าผู้เข้าร่วมการประชุมในวันนั้น มีถึง ๗๓ คน จึงตระหนักว่า การประชุมนี้ น่าจะเป็นเวทีเรียนรู้ด้านการพัฒนาระบบ ววน. ของประเทศที่มีพลังยิ่ง และในฐานะที่ปรึกษา นอกจากเข้าไปเรียนรู้ตามนิสัยของผมแล้ว ผมน่าจะพยายามเสนอแนะด้านการพัฒนาระบบ ววน. ของประเทศ ให้ก่อผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ อย่างจริงจังยิ่งขึ้น
ผมอ่านเอกสารรายงานการประชุมนี้ ผสานกับความรู้ที่ได้จากการพูดคุยกับผู้คนที่ทำงานอยู่ในระบบ ววน. แล้วตั้งคำถามกับตนเองว่า ระบบ ววน. ของเรากำลังพัฒนาขึ้นหรือเสื่อมลง แล้วตอบตนเองว่าสงสัยว่าเสื่อมลง เพราะระบบนี้กำลังถูกใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนของคนบางคน และเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มากกว่าประโยชน์ของประเทศ ใช่หรือไม่ พฤติกรรมเข้าสวมตำแหน่ง และใช้อำนาจ ใช้เงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ที่ผมได้ยินมา เป็นความจริงหรือไม่
ผมได้รับฟังว่า สมัยนี้ ผู้บริหารในระบบ ววน. ต้องติดตามไปประดับบารมีรัฐมนตรี เมื่อรัฐมนตรีเดินทางไปในที่ต่างๆ ซึ่งน่าจะอ้างว่าเพื่อสนองนโยบายของรัฐมนตรี ที่ทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง แต่ผมมองว่า เท่าที่เห็น นโยบายทางการเมืองในปัจจุบัน ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด เป็นนโยบายระยะสั้น เพื่อโชว์ผลงานของพรรค ไม่เป็นนโยบายระยะยาวเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองอย่างแท้จริง คิดอย่างนี้ผิดหรือถูกผมไม่ทราบ แต่ก็อยากให้ผู้รักชาติบ้านเมืองช่วยกันคิด
สมัยผมเป็นผู้อำนวยการ สกว. พ.ศ. ๒๕๓๖ - ๒๕๔๔ เป็นเวลากว่า ๘ ปี ผมไม่เคยเดินทางติดตามรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแม้แต่ครั้งเดียว โดยที่ พรบ. กองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนดให้ สกว. สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นที่รู้และยอมรับกันว่า สกว. ทำงานเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมาก ด้านการสร้างระบบสนับสนุนการวิจัยของประเทศที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมาก
ข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานการประชุมคือ “การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ส่งผลในทิศทางบวกต่อรายได้และกำไร ของผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยจากเอกสารการนำเสนอ พบว่า งบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนา ทุก 1 บาท จะส่งผลทำให้กำไรของธุรกิจโดยเฉลี่ย เพิ่มขึ้น 2.97 บาท และรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 17.44 บาท” อ่านแล้วผมตั้งคำถามว่า น่าจะมีการวิเคราะห์ความแตกต่างของงานวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจเอกชนที่ส่งผลบวกต่อธุรกิจ กับการลงทุนวิจัยและพัฒนาที่สูญเปล่า ว่ามีปัจจัยแตกต่างกันอย่างไร
วิจารณ์ พานิช
๑๐ มิ.ย. ๖๘