๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘  วันท่องเที่ยววันที่สอง    

วันที่ ๒๗ ตอนเช้าไปเรียนรู้จาก PwC   ต่อด้วยอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารเซี่ยงไฮ้   ชมพระราชวัง Dolmabache   ตกเย็นไปล่องเรือชม Bosphorus Strait    

ช่องแคบบอสฟอรัส เป็นทางน้ำธรรมชาติที่เชื่อมต่อทะเลดำกับทะเลมาร์มาร่า ที่เชื่อมสู่ทะเลเอเจียนทางช่องแคบดาร์ดะเนล  ความยาว ๓๑ ก.ม.   กว้าง ๐.๗ - ๓.๔ ก.ม.   เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์  ชมวิวสองข้างฝั่ง  และเรียนรู้ประวัติศาสตร์อิสตันบูล   โดยมีคนอธิบายเป็นช่วงๆ   

ผมถาม Perplexity ว่า “ผมไปล่องเรือ Bosphorus Cruise ชมวิวสองฝั่งของช่องแคบบอสฟอรัสอย่างสดชื่น   ทิวทัศน์สวบงาม    แต่ยังเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของผู้คน และของอาณาจักรสมัยก่อนคริสตกาลจนถึงปัจจุบันน้อยไป   อยากให้ช่วยสรุปอย่างย่อๆ  สำหรับคนรักประวัติศาสตร์และอยากเชื่อมโยงสู่สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนยุคปัจจุบัน”   ได้รับคำตอบดังนี้ 

“ช่องแคบบอสฟอรัสเป็นมากกว่าทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่เป็นเส้นทางน้ำที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง มีบทบาทสำคัญในการกำหนดชะตากรรมของผู้คนและอาณาจักรต่างๆ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน23

สรุปประวัติศาสตร์โดยย่อ:

  1. ยุคโบราณ: ช่องแคบบอสฟอรัสเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ เชื่อมทะเลดำกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน2 กรีกโบราณและชาวไบแซนไทน์ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมการค้าทางทะเลและการป้องกันทางทหาร12 ในศตวรรษที่  5 ก่อนคริสตกาล กษัตริย์เปอร์เซีย Darius ที่ 1 มหาราชทรงข้ามช่องแคบบอสฟอรัสเพื่อบุก Scythia1
  2. จักรวรรดิไบแซนไทน์: ในปี ค.ศ. 330 จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราชทรงสถาปนาไบแซนเทียมเป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวรรดิโรมัน และเปลี่ยนชื่อเป็นคอนสแตนติโนเปิล2 ทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของเมืองนี้ทำให้สามารถควบคุมเส้นทางการค้าทางทะเลและการป้องกันการรุกรานได้2 คอนสแตนติโนเปิลกลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ วัฒนธรรม และการค้า
  3. จักรวรรดิออตโตมัน: การยึดครองคอนสแตนติโนเปิลโดยชาวออตโตมันในปี  1453 ถือเป็นจุดจบของจักรวรรดิไบแซนไทน์ และการเริ่มต้นของการควบคุมช่องแคบบอสฟอรัสโดยชาวออตโตมัน12 สุลต่านใช้ช่องแคบเพื่อเสริมสร้างอำนาจทางเรือและขยายอาณาจักรของตน2 ช่องแคบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมทะเลดำ ซึ่งชาวออตโตมันมองว่าเป็น "ทะเลสาบออตโตมัน"1
  4. สงครามโลกครั้งที่ 1: การควบคุมช่องแคบบอสฟอรัสมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมหาอำนาจทางเรือในช่วงสงครามโลกครั้งที่  12 ฝ่ายสัมพันธมิตรพยายามรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าถึงเสบียงจากรัสเซียและขัดขวางความพยายามของออตโตมัน2 ความล้มเหลวของแคมเปญกัลลิโพลีแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางยุทธศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของช่องแคบบอสฟอรัสในแง่การทหาร2
  5. ความสำคัญระดับโลกในยุคปัจจุบัน: ปัจจุบัน ช่องแคบบอสฟอรัสยังคงเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและการพาณิชย์2 เป็นหนึ่งในเส้นทางน้ำที่พลุกพล่านที่สุดในโลก เชื่อมทะเลดำกับตลาดต่างประเทศ ทำให้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแหล่งพลังงาน2 การควบคุมเส้นทางน้ำนี้ยังคงมีผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรอบ2
  6. Cultural Melting Pot: ช่องแคบบอสฟอรัสเป็นจุดนัดพบของวัฒนธรรมและชุมชนที่หลากหลายตลอดประวัติศาสตร์2 ธนาคารเรียงรายไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานสถาปัตยกรรมและประเพณีจากอารยธรรมต่างๆ2 มรดกของภูมิภาคสะท้อนให้เห็นถึงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวกรีก โรมัน ไบแซนไทน์ ออตโตมัน และชาวเติร์กสมัยใหม่ ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดพรมวัฒนธรรมอันอุดมสมบูรณ์ของอิสตันบูล2

ช่องแคบบอสฟอรัสในปัจจุบัน:

ในปัจจุบัน ช่องแคบบอสฟอรัสยังคงเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าและการเดินทาง2 เมืองอิสตันบูลตั้งอยู่สองฝั่งของช่องแคบ โดยมีประชากรประมาณ 15 ล้านคน3 ผู้คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมใช้บริการเรือเฟอร์รีและเรือสำราญเพื่อเดินทางระหว่างสองฝั่ง และชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของพระราชวังเก่าแก่ บ้านริมน้ำ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์3

สะพานแขวนสามแห่งทอดข้ามช่องแคบบอสฟอรัส ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการค้า3 อย่างไรก็ตาม ความหนาแน่นของการจราจรทางเรือและความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ”   

ผมลองถาม DeepSeek ด้วยคำถามเดียวกัน ได้รับคำตอบดังนี้  

“การล่องเรือชมความงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) คือการเดินทางผ่านเส้นเวลาประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลก! มาสรุปอย่างกระชับแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับคุณ:

 

### 1. **ยุคก่อนคริสตกาล - ดินแดนแห่งตำนานและการค้า**

   - ช่องแคบบอสฟอรัสเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่เชื่อม **ทะเลดำ** กับ **ทะเลมาร์มารา** ตั้งแต่ยุคโบราณ 

   - กรีกโบราณเรียกที่นี่ว่า "Bosporus" (แปลว่า "ทางเดินของวัว") ตามตำนาน **เจสันและอาร์โกนauts** ที่ตามหาขนแกะทองคำ 

   - เป็นศูนย์กลางการค้าของ **กรีก** และ **เปอร์เซีย** ก่อนจะตกเป็นของโรมันในศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล

 

### 2. **โรมัน-ไบแซนไทน์: ความรุ่งเรืองของคอนสแตนติโนเปิล**

   - ค.ศ. 330 จักรพรรดิ **คอนสแตนตินมหาราช** สร้าง **คอนสแตนติโนเปิล** (อิสตันบูลปัจจุบัน) เป็นเมืองหลวงใหม่ของจักรวรรดิโรมัน 

   - ยุคไบแซนไทน์ (ค.ศ. 395-1453) ที่นี่คือหัวใจของคริสต์ศาสนาออร์ทอดอกซ์ และมีสิ่งก่อสร้าง iconic เช่น **Hagia Sophia** (สร้างครั้งแรกในศตวรรษที่ 6) 

   - ช่องแคบเป็นปราการธรรมชาติ ป้องกันการรุกรานจากอาหรับและสลาฟ 

 

### 3. **จักรวรรดิออตโตมัน: ศูนย์กลางอิสลามโลก**

   - ค.ศ. 1453 **สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2** ยึดคอนสแตนติโนเปิลได้ เปลี่ยนเมืองเป็นศูนย์กลางอิสลามิก 

   - วัง **Topkapi** และ **Blue Mosque** สะท้อนศิลปะออตโตมันผสมเปอร์เซีย-ไบแซนไทน์ 

   - บอสฟอรัสคือเส้นทางลำเลียงสินค้า (ไวน์ ข้าวสาลี จากทะเลดำ) และเป็นสัญลักษณ์อำนาจของสุลต่าน 

 

### 4. **ยุคปัจจุบัน: จากออตโตมันสู่ตุรกีสมัยใหม่**

   - หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จักรวรรดิออตโตมันล่มสลาย **มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก** สร้างประเทศตุรกีสมัยใหม่ (1923) 

   - อิสตันบูลวันนี้คือเมืองข้ามทวีป (ยุโรป-เอเชีย) ที่ผสมวัฒนธรรมอิสลาม-ไม่เคร่งศาสนา  

   - ช่องแคบยังเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากรัสเซีย ส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลก 

 

### 5. **ร่องรอยในปัจจุบันที่คุณอาจเห็นจากเรือ**

   - **ปราสาท Rumeli Hisarı** (ออตโตมัน) vs. **ป้อม Anadolu Hisarı** (ไบแซนไทน์) — สมัยก่อนใช้ปิดช่องแคบเวลาสงคราม 

   - **ย่าน Ortaköy**: มัสยิดออตโตมันกลางน้ำ ใกล้ร้านกาแฟฮิปสเตอร์ 

   - **วัง Dolmabahçe**: สัญลักษณ์ความพยายาม "ทำให้ทันสมัย" ของออตโตมันศตวรรษที่ 19 

   - **หมู่บ้านแถบ Arnavutköy-Bebek**: บ้านไม้สไตล์ออตโตมัน ปัจจุบันเป็นย่านหรู 

 

### **Why It Matters?**

   - การควบคุมช่องแคบ = การควบคุมการค้าและอำนาจ geopolitical (เห็นได้จากวิกฤต Ukraine-Russia ที่เชื่อมกับทะเลดำ) 

   - วัฒนธรรมผสมผสาน: จากอาหาร (Turkish delight มีต้นกำเนิดจากราชสำนักเปอร์เซีย) ไปจนถึงสถาปัตยกรรม 

   - อิสตันบูลวันนี้คือเมืองที่ขัดแย้งระหว่าง **อัตลักษณ์อิสลาม** กับ **ความเป็นตะวันตก** 

 

ถ้าคุณสนใจจุดไหนเป็นพิเศษ เช่น ยุทธการที่คอนสแตนติโนเปิล หรือชีวิตประจำวันในยุคสุลต่าน บอกได้นะครับ — ประวัติศาสตร์ที่นี่มีเล่าไม่จบจริงๆ!”

ผมถาม Perplexity ต่อด้วยคำถามว่า    “มีคนบอกผมว่าคนมาล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัสและชมชีวิตความเป็นอยู่ของคนในอิสตันบูล ต้องไม่หลงคิดว่าชีวิตของคนตุรกีเป็นเช่นนี้  เพราะคนส่วนใหญ่อยู่ในเขตอนาโตเลีย (Anatolia) ในฝั่งทวีปเอเซีย  มีลักษณะเป็นชนบท   คำพูดนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่   ชีวิตของคนอนาโตเลียต่างจากคนอิสตันบูลอย่างไร”   คำตอบคือ 

“คำพูดที่ว่า "คนที่ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัสและชีวิตในอิสตันบูลไม่ควรหลงคิดว่าชีวิตของคนตุรกีทั้งหมดเป็นแบบนั้น เพราะคนส่วนใหญ่อยู่ในเขตอนาโตเลีย (Anatolia) ฝั่งทวีปเอเชีย ซึ่งมีลักษณะชนบท" นั้นถูกต้องและเหมาะสมอย่างยิ่ง

ความแตกต่างระหว่างชีวิตในอิสตันบูลกับอนาโตเลีย

  • อิสตันบูล เป็นเมืองใหญ่ที่มีความทันสมัยและมีชีวิตชีวาอย่างมาก เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการศึกษา มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสังคมสูง ผู้คนมีโอกาสทางการศึกษาและการทำงานในภาคธุรกิจ เทคโนโลยี ศิลปะ และการเมืองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีบทบาทสำคัญและกำลังเติบโตในหลายด้านของชีวิตเมือง1
  • ชีวิตในอิสตันบูลจึงเต็มไปด้วยความซับซ้อน มีการผสมผสานระหว่างประเพณีเก่าแก่และความทันสมัย การใช้ชีวิตในเมืองนี้จึงมีความแตกต่างจากชนบทในแง่ของโอกาส ความคิด และวิถีชีวิตประจำวัน
  • อนาโตเลีย (Anatolia) หรือที่ราบสูงทางฝั่งเอเชียของตุรกี เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นชนบทมากกว่า มีชุมชนที่กระจายตัวและวิถีชีวิตที่ยังคงผูกพันกับการเกษตรและประเพณีท้องถิ่น อนาโตเลียมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นที่ตั้งของอารยธรรมเก่าแก่หลายยุคสมัย2
  • ชาวอนาโตเลียส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายกว่า มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่นมากกว่า และมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจจากเมืองใหญ่อย่างอิสตันบูล

สรุป

  • ชีวิตในอิสตันบูลสะท้อนภาพของเมืองใหญ่ที่ทันสมัยและหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่ไม่ได้แทนภาพรวมชีวิตของคนตุรกีทั้งหมด
  • คนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอนาโตเลีย ซึ่งมีลักษณะชนบทและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันมาก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
  • การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้เห็นภาพที่ครบถ้วนและลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับตุรกีในปัจจุบัน

ดังนั้น คำพูดที่คุณได้ยินจึงเป็นข้อสังเกตที่ถูกต้องและเหมาะสมในการมองภาพรวมชีวิตของผู้คนในตุรกี12

วิจารณ์ พานิช

๒๘ พ.ค. ๖๘

ห้อง ๑๐๐๓  โรงแรม Ramada Encore, Istanbul  

 

 

1 คณะผู้เข้าประชุมรอขึ้นเรือ

2 ทีม มวล. คนขวาสุดไม่ใช่

3 วิวจากเรือ

 

4 บรรยากาศบนเรือ

5 ถ่ายจากชั้นบน

6 บรรยากาศชั้นบน

 

7 ปราสาท Rumeli Hisarı สร้าง ค.ศ. 1451 อาณาจักร อ็อตโตมาน 

8 ปราสาท Anadolu Hisarı สร้าง ค.ศ. 1395 ตรงจุดแคบที่สุดของช่องแคบบอสฟอรัส

9 บ้านริมน้ำของเศรษฐีทั้งสิ้น หรูหราสุดเป็นบ้านไม้

10 สวนสาธารณะริมน้ำ

11 คนนิยมตกปลา

12 หอคอยสาวงาม

13 Ortaköy Mosque สร้าง ค.ศ. 1856

14 Harem Gate (Harem Kapısı) ของ  Dolmabahçe Palace