เคยสงสัยไหมว่าอะไรที่ทำให้คนคนหนึ่ง “คูล” ในสายตาคนอื่น? งานวิจัยชิ้นใหม่ระดับนานาชาติได้เผยคำตอบที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องแฟชั่นหรือสไตล์ เพราะความ “คูล” นั้นหยั่งรากลึกถึงบุคลิกภาพ 6 ด้านสำคัญ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Experimental Psychology: General ชิ้นนี้ไม่เพียงแต่สร้างบทสนทนาใหม่ในแวดวงวัฒนธรรมป๊อป แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าสื่อและค่านิยมตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลต่อมุมมองของผู้คนทั่วโลกอย่างไร รวมถึงสังคมไทยที่ต้องรับมือกับวัฒนธรรมอันหลากหลายในทุกวัน (อ่านเพิ่มเติมที่ NYTimes)

ความ “คูล” ไม่ใช่แค่เปลือกนอก แต่คือตัวตนและวิธีคิด

ผลการวิจัยนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สังคมไทย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงครูและผู้ปกครอง ต่างกำลังค้นหาความหมายของตัวตนและแรงบันดาลใจ ท่ามกลางกระแสโซเชียลมีเดียและอิทธิพลจากศิลปินทั้งไทยและเทศที่ถูกยกให้เป็นต้นแบบ “คนคูล” ไม่ว่าจะเป็นเดวิด โบวี่, แซมมวล แอล. แจ็กสัน ไปจนถึงศิลปินเคป๊อปและฮิปฮอปไทย งานวิจัยชิ้นนี้จึงพาเราไปสำรวจว่า อะไรกันแน่ที่คนส่วนใหญ่มองว่า “คูล” และแนวคิดนี้เป็นสากลจริงหรือไม่

6 คุณสมบัติเด่นของคน “คูล”

จากการสำรวจผู้คนเกือบ 6,000 คนใน 12 ประเทศทั่วโลก งานวิจัยพบว่าคนที่ถูกมองว่า “คูล” มักจะมีคุณลักษณะร่วมกัน 6 ประการ ได้แก่

  • เข้ากับคนง่าย เป็นมิตร
  • รักสนุก ชอบแสวงหาความสุข
  • มีอำนาจในตัวเอง
  • กล้าเสี่ยง ชอบผจญภัย
  • เปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ
  • มีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ตามใคร

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาผู้บริโภคและหนึ่งในผู้เขียนงานวิจัย เผยว่า “สิ่งที่น่าประหลาดใจคือผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างสอดคล้องกันในทุกวัฒนธรรม”

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้เข้าร่วมการวิจัยทุกคนต้องเข้าใจและใช้คำว่า “cool” ในภาษาอังกฤษเป็น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความหมายและค่านิยมที่ผูกอยู่กับคำนี้ได้เดินทางข้ามโลกไปพร้อมกับอิทธิพลของวัฒนธรรมอเมริกัน ดังที่อาจารย์ด้านชีววิทยาวิวัฒนาการมนุษย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย) ตั้งข้อสังเกตว่า “ความสำเร็จของอเมริกาทำให้ดนตรี สื่อ และความ ‘คูล’ ในแบบฉบับตะวันตกกลายเป็นสากล พร้อมๆ กับพฤติกรรมและคำศัพท์ใหม่ๆ” การเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดในสังคมไทยเช่นกัน ทั้งในภาษาที่ใช้ วงการโฆษณา และการสื่อสารในกลุ่มวัยรุ่น

ความ “คูล” ไม่เท่ากับความ “ดี”

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชี้ชัดว่าแม้ “ความคูล” จะดูเป็นเรื่องดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคน “ดี” เสมอไป จากการทดลองประเมินคุณลักษณะ 15 ด้าน พบว่าคนที่ถูกมองว่าเป็นคน “ดี” มักจะมีคุณสมบัติตามขนบธรรมเนียม เช่น รักความมั่นคง อบอุ่น ใจดี ยอมรับความเท่าเทียม ใส่ใจคนอื่น มีความรับผิดชอบ และสุขุม ในขณะที่ทั้งคน “คูล” และคน “ดี” ถูกมองว่ามีความสามารถเหมือนกัน แต่ในรายละเอียดกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

งานวิจัยนี้ไม่ได้เพียงแค่ให้คำนิยามว่า “ความคูล” คืออะไร แต่ยังชวนให้เราขบคิดถึงมิติทางสังคมและจิตวิทยาที่ตามมา ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “ความเมตตา” หรือการชอบช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นค่านิยมที่สังคมไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กลับเชื่อมโยงกับการถูกมองว่าเป็น “คนดี” มากกว่า “คนคูล” ความแตกต่างนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของสังคมไทยในการหาจุดสมดุลระหว่างการโดดเด่นเป็นตัวของตัวเองกับค่านิยมดั้งเดิมอย่างความถ่อมตน การเคารพผู้อื่น และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องพิจารณา

งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่จำกัดเฉพาะผู้ที่เข้าใจคำว่า “cool” ในภาษาอังกฤษ ทำให้มุมมองความ “คูล” ในแบบท้องถิ่นอาจไม่ถูกนับรวมเข้ามา นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังเป็นคนรุ่นใหม่ (อายุเฉลี่ยไม่เกิน 30 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปิดรับอิทธิพลจากกระแสโลกได้ง่ายเป็นพิเศษ

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสังคมยังเตือนว่า แนวคิดเรื่องความ “คูล” หรือการโดดเด่นเหนือคนอื่นนั้นอาจมีความหมายแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละวัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น การแสดงออกอย่างกล้าหาญหรือแข็งกร้าวอาจทำให้ดูมีสถานะสูงในสังคมตะวันตก แต่ในวัฒนธรรมตะวันออกอย่างไทยที่ให้คุณค่ากับ “ความเกรงใจ” หรือ “ความใจเย็น” อาจมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่น่าชื่นชม

จุดนี้เองที่ทำให้ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของไทย เพราะค่านิยมเรื่อง “ความเกรงใจ” และ “ความใจเย็น” อาจจะขัดกับนิยามความ “คูล” ในแบบฉบับตะวันตกที่เน้นความกล้าได้กล้าเสีย หรือการท้าทายขนบเดิมๆ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความเป็นกลุ่มก้อนและความสามัคคีในหมู่คณะ

วัยรุ่นกับความ “คูล” ที่อาจต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง

ความปรารถนาที่จะดู “คูล” ส่งผลกระทบอย่างมากต่อวัยรุ่น มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการพยายามทำอะไรเสี่ยงๆ หรือ “แตกต่าง” เพื่อให้โดดเด่นในกลุ่มเพื่อนอาจสร้างความนิยมได้เพียงชั่วครู่ แต่ในระยะยาวอาจต้องแลกมาด้วยปัญหายาเสพติดหรือความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน “วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยยอมทำอะไรสุดโต่งเพียงเพราะอยากให้ตัวเองดูคูล” นักวิจัยคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ซึ่งเป็นข้อคิดเตือนใจที่สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตและกระทรวงศึกษาธิการของไทย ที่มักเตือนถึงพฤติกรรมเสี่ยงอันเกิดจากแรงกดดันของกลุ่มเพื่อน (dmh.go.th, obec.go.th)

การเป็นที่นิยมในหมู่เพื่อน ไม่ได้หมายถึงความสุขที่ยั่งยืนในชีวิต นักวิชาการจากสมาคมจิตวิทยาสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า สิ่งที่ส่งผลต่อความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริงคือสายสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ “ต่อให้ไม่เด่น ไม่ดัง หรือไม่ฮิตเลย แต่แค่มีเพื่อนดีๆ สักคนในชีวิต วัยรุ่นคนนั้นก็จะผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้” บทเรียนนี้ยังพบเห็นได้ในโรงเรียนไทย ที่ปัญหาด้านอารมณ์และผลการเรียนมักเชื่อมโยงกับเครือข่ายเพื่อนที่แข็งแกร่ง มากกว่าเรื่องความโด่งดังหรือความนิยมชั่วครั้งชั่วคราว

คนไทยควรนิยามความ “คูล” อย่างไร?

ท้ายที่สุดแล้ว การวิ่งไล่ตามความ “คูล” นั้นคุ้มค่าหรือไม่? หัวหน้าทีมวิจัยเองก็ยังคงตั้งคำถาม โดยเชื่อว่าการให้ความสำคัญกับความคูลอาจส่งผลดีในระยะสั้น โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ แต่ประโยชน์ในระยะยาวอาจไม่สมดุลหรืออาจย้อนกลับมาสร้างปัญหาได้ สำหรับสังคมไทยที่อยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมสากล ไม่ว่าจะเป็นคลิปใน YouTube หรือชาเลนจ์บน TikTok คนรุ่นใหม่จึงต้องเลือกว่าจะตามกระแสโลก หรือจะรักษาความเป็นตัวของตัวเองในแบบฉบับไทย

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ความ “คูล” ของไทย ในอดีตอาจหมายถึง “เด็กแว้น” ใส่แว่นดำขี่มอเตอร์ไซค์ ปัจจุบันอาจกลายเป็นศิลปินฮิปฮอปหรือไอดอลที่ได้รับอิทธิพลจากเคป๊อปในแบบฉบับของเราเอง กระแสโลกที่ถาโถมเข้ามาทำให้ครู นักจิตวิทยา ไปจนถึงนักการตลาดของไทยต้องกลับมาทบทวนว่า เราจะส่งเสริมความมั่นใจ ความเป็นอิสระ และความเปิดกว้างอย่างไรให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของเรา

สร้างสรรค์ความ “คูล” ในแบบฉบับไทย

ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้เปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ครู และผู้นำในสังคมไทยได้ร่วมกันนิยามความ “คูล” ในแบบของเราเอง โดยไม่จำเป็นต้องเดินตามสูตรสำเร็จของตะวันตกทั้งหมด เราสามารถเฉลิมฉลองคนที่ผสมผสานความเป็นอิสระเข้ากับความเห็นอกเห็นใจ คนที่กล้าคิดต่างแต่ยังคงรักษาความใจเย็น คนที่รักการผจญภัยแต่ยังคงมีความ “เกรงใจ” ต่อคนรอบข้าง—นี่อาจเป็นความ “คูล” ที่กลมกลืนกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยๆ อย่างแท้จริง

สำหรับเยาวชนและผู้ปกครองชาวไทย ข้อคิดสำคัญคือ อย่าเพิ่งเชื่อทุกอย่างที่วัฒนธรรมตะวันตกตีตราว่า “คูล” แต่ควรมองให้เห็นว่าความมั่นใจในตัวเอง ความเมตตา และความจริงใจนั้นมีคุณค่ามากกว่าความ “ฮิต” หรือความ “ดัง” แบบฉาบฉวย เพราะท้ายที่สุดแล้ว การมีมิตรภาพที่ดีและซื่อสัตย์ต่อตัวตนของเราเอง คือสิ่งที่ “คูล” ที่สุดและยั่งยืนกว่าทุกกระแสแฟชั่น

ข้อมูลเพิ่มเติม

สามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่วารสาร Journal of Experimental Psychology: General หรือดูคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพจิตวัยรุ่นและอิทธิพลของกลุ่มเพื่อนได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงศึกษาธิการและกรมสุขภาพจิต (nytimes.com, dmh.go.th, obec.go.th)