การประชุม World Association of Cooperative Education Conference 2025 (สมาคมสหกิจศึกษาโลก) จัดที่ Bahcesehir University นครอิสตันบูล ตุรกี ระหว่างวันที่ ๒๘ - ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘
เราไปร่วมด้วย ๓ วัตถุประสงค์ คือ ประชุม ดูงาน และเที่ยว
ไปถึงวันแรก ๒๖ พฤษภาคม ตอนเช้าไปเที่ยวตลาด บ่ายไปดูงานมหาวิทยาลัย Yildiz Technical University (YTU) Davutpasa Campus
เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูงาน บ่ายวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ผมถาม ChatGPT และ DeepSeek ว่า “มหาวิทยาลัย Yildiz Technical University (YTU) Davutpasa Campus ที่ Istanbul, Turkey มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Cooperative Learning และ CWIE อย่างไรบ้าง เหมือนและต่างจากที่มหาวิทยาลัยไทยดำเนินการอย่างไรบ้าง มีวิธีการเชิงนวัตกรรมที่วงการอุดมศึกษาไทยควรเรียนรู้อย่างไรบ้าง” พบว่าคำตอบของ DeepSeek ดีกว่า โดยมีคำตอบดังนี้
“มหาวิทยาลัย **Yildiz Technical University (YTU)** โดยเฉพาะที่วิทยาเขต **Davutpaşa** ในอิสตันบูล ตุรกี มีแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ในโลกจริง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีทั้งความคล้ายคลึงและความแตกต่างจากการจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะในด้าน **Cooperative Learning (การเรียนรู้แบบร่วมมือ)** และ **CWIE (Collaborative Work-Integrated Education)**
### 1. **Cooperative Learning ที่ YTU**
- **รูปแบบการเรียนการสอน**:
- YTU ใช้ Cooperative Learning ในหลายหลักสูตร โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี นักศึกษาจะทำงานเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ร่วมกันวิเคราะห์และนำเสนอผลงาน
- อาจารย์ทำหน้าที่เป็น **ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator)** แทนการบรรยายแบบทางเดียว
- **ความคล้ายกับมหาวิทยาลัยไทย**:
- มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งก็เริ่มนำ Cooperative Learning มาใช้ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ที่เน้นการทำงานกลุ่มและการเรียนรู้จากปัญหา (PBL)
- **ความแตกต่าง**:
- YTU มีการบูรณาการกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเชิญผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทมาช่วยออกแบบโจทย์
- ในขณะที่บางมหาวิทยาลัยไทยอาจยังเน้นการเรียนรู้ในห้องเรียนมากกว่า
### 2. **CWIE (Collaborative Work-Integrated Education) ที่ YTU**
CWIE เป็นแนวทางการศึกษาที่ผสมผสานการทำงานจริงกับการเรียนในห้องเรียน ซึ่ง YTU ดำเนินการอย่างเป็นระบบผ่าน:
- **หลักสูตรฝึกงานภาคบังคับ (Mandatory Internships)**:
- นักศึกษาต้องฝึกงานในบริษัทพันธมิตรเป็นระยะเวลา 1-2 ภาคเรียน
- บางหลักสูตรมี **สหกิจศึกษา (Co-op Education)** ที่นักศึกษาสลับระหว่างเรียนกับทำงาน
- **โครงการร่วมกับอุตสาหกรรม (Industry Collaboration Projects)**:
- บริษัทในตุรกี เช่น **Turkish Airlines, Arçelik, ASELSAN** ร่วมออกแบบหลักสูตรและให้โจทย์จริงแก่นักศึกษา
- **ความคล้ายกับมหาวิทยาลัยไทย**:
- มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งก็มีสหกิจศึกษา (เช่น ม.บูรพา, ม.สงขลานครินทร์) และโครงการร่วมกับบริษัท
- **ความแตกต่าง**:
- YTU มี **ระบบ Tracking ที่ชัดเจน** ระหว่างมหาวิทยาลัยและบริษัท เพื่อประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้
- ภาคอุตสาหกรรมในตุรกีมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน มากกว่าการเป็นเพียงผู้รับนักศึกษาฝึกงาน
### 3. **นวัตกรรมการศึกษาที่วงการอุดมศึกษาไทยควรเรียนรู้จาก YTU**
- **การเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง (Strong Industry-Academia Linkage)**
- YTU มี **คณะกรรมการที่ปรึกษาจากภาคอุตสาหกรรม (Industrial Advisory Board)** เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย
- แนวทางนี้ช่วยลด **Skill Gap** ระหว่างนักศึกษากับความต้องการตลาดงาน
- **การเรียนรู้แบบ Project-Based และ Problem-Based Learning (PBL)**
- นักศึกษา YTU ทำงานกับโจทย์จริงจากบริษัท เช่น การออกแบบระบบพลังงานสะอาด หรือการพัฒนา IoT Solutions
- มหาวิทยาลัยไทยอาจเพิ่มการใช้งานจริงในหลักสูตรมากขึ้น
- **ระบบการประเมินผลแบบ Holistic Assessment**
- ไม่เน้นเพียงการสอบ แต่ประเมินจาก **ทักษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration Skills), การนำเสนอ (Presentation Skills), และผลงานจริง (Project Outcomes)**
- **การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล**
- YTU มี **Virtual Labs และ Simulation Tools** สำหรับนักศึกษาวิศวกรรม
- มหาวิทยาลัยไทยอาจขยายการใช้ Digital Twins, AR/VR ในห้องเรียน
### 4. **บทสรุป: สิ่งที่มหาวิทยาลัยไทยสามารถปรับใช้**
- **เพิ่มความร่วมมือกับอุตสาหกรรม** โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมออกแบบหลักสูตร
- **ปรับการเรียนการสอนสู่ Active Learning** ลดการบรรยาย เพิ่มการทำโครงการจริง
- **พัฒนาระบบติดตามผล (Tracking System)** ของนักศึกษาฝึกงานและสหกิจศึกษา
- **ส่งเสริมการใช้ EdTech** เช่น AI, Simulation Labs เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษา
มหาวิทยาลัยไทยมีความก้าวหน้าในหลายด้าน แต่การปรับแนวทางแบบ YTU โดยเฉพาะ **การบูรณาการงานจริงกับการเรียน** จะช่วยยกระดับคุณภาพบัณฑิตให้ตอบโจทย์ตลาดงานมากขึ้น”
ผมถามเป็นลูกติดตาม ว่า “YTU มีการประยุกต์ใช้ Experiential Learning ตามที่ระบุในหนังสือ การเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ เขียนโดยวิจารณ์ พานิช อย่างไรบ้าง มีการใช้ Kolb's Experiential Learning Cycle เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกสะท้อนคิดข้อมูลจากการปฏิบัติสู่การตกผลึกหลักการหรือทฤษฎีบ้างหรือไม่ อย่างไร” ได้รับคำตอบดังนี้
“มหาวิทยาลัย **Yildiz Technical University (YTU)** โดยเฉพาะที่วิทยาเขต **Davutpaşa** มีการประยุกต์ใช้ **Experiential Learning** (การเรียนรู้จากประสบการณ์) ตามแนวคิดของ **วิจารณ์ พานิช** และ **Kolb's Experiential Learning Cycle** ค่อนข้างชัดเจน โดยเน้นการเชื่อมโยงระหว่างการปฏิบัติจริงกับการสะท้อนคิดเพื่อตกผลึกความรู้ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:
### **1. การประยุกต์ใช้ Experiential Learning ตามแนวคิดของ วิจารณ์ พานิช**
ในหนังสือ **"การเรียนรู้ขั้นสูงจากประสบการณ์"** วิจารณ์ พานิช เน้นว่า การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต้องเกิดจาก:
- **การลงมือทำ (Action)**
- **การสะท้อนคิด (Reflection)**
- **การสรุปเป็นหลักการ (Conceptualization)**
- **การทดลองปรับใช้ (Active Experimentation)**
**YTU นำแนวคิดนี้ไปใช้ผ่านกิจกรรมต่อไปนี้:**
#### **ก. โครงการ Problem-Based Learning (PBL) และ Project-Based Learning**
- นักศึกษาวิศวกรรมและเทคโนโลยีได้รับโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เช่น การออกแบบระบบพลังงาน การพัฒนา Software Solutions
- **ตัวอย่าง:** คณะวิศวกรรมศาสตร์มีหลักสูตรที่นักศึกษาต้องแก้ปัญหาให้บริษัทพันธมิตร เช่น การลดพลังงานในอาคาร (ร่วมมือกับบริษัทด้าน Smart Building)
- **การสะท้อนคิด:** มีการสรุปบทเรียนหลังจบโครงการ (Post-Project Review) เพื่อวิเคราะห์สิ่งที่ทำได้ดีและจุดที่ต้องปรับปรุง
#### **ข. การฝึกงานและสหกิจศึกษา (Co-op Education)**
- นักศึกษาต้องฝึกงาน **อย่างน้อย 1 ภาคเรียน** ในบริษัทพันธมิตร เช่น **ASELSAN (อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ), Vestel (อิเล็กทรอนิกส์)**
- **กระบวนการสะท้อนคิด:**
- นักศึกษาต้องเขียน **Reflective Journal** เพื่อบันทึกประสบการณ์และเชื่อมโยงกับทฤษฎีที่เรียน
- มีการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการจากมหาวิทยาลัยและบริษัท
#### **ค. ห้องปฏิบัติการและ Simulation-Based Learning**
- YTU ใช้ **Virtual Labs** และเครื่องมือจำลอง (เช่น ANSYS, MATLAB) เพื่อให้นักศึกษาได้ทดลองก่อนปฏิบัติจริง
- **การเชื่อมโยงกับ Kolb's Cycle:**
- นักศึกษาเริ่มจาก **Concrete Experience** (การทดลองใน Lab)
- ตามด้วย **Reflective Observation** (บันทึกผลการทดลอง)
- สู่ **Abstract Conceptualization** (สรุปหลักการทางวิศวกรรม)
- และ **Active Experimentation** (นำไปใช้ในโครงการจริง)
### **2. การใช้ Kolb's Experiential Learning Cycle ที่ YTU**
Kolb's Model ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน:
1. **Concrete Experience** (ประสบการณ์ตรง)
2. **Reflective Observation** (สะท้อนคิด)
3. **Abstract Conceptualization** (สรุปเป็นทฤษฎี)
4. **Active Experimentation** (ทดลองปฏิบัติใหม่)
**ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ที่ YTU:**
#### **กรณีศึกษา: หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล**
- **ขั้นที่ 1: Concrete Experience**
- นักศึกษาได้ทำงานในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (ฝึกงานกับบริษัท **TOFAŞ**)
- **ขั้นที่ 2: Reflective Observation**
- ส่ง **Weekly Reflection Report** วิเคราะห์ปัญหาที่พบ เช่น การควบคุมคุณภาพการผลิต
- **ขั้นที่ 3: Abstract Conceptualization**
- นำปัญหาไปอภิปรายในชั้นเรียน โดยอาจารย์ช่วยเชื่อมโยงกับทฤษฎี **Lean Manufacturing**
- **ขั้นที่ 4: Active Experimentation**
- นักศึกษานำเสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการผลิตต่อบริษัท
#### **เครื่องมือส่งเสริมการสะท้อนคิด (Reflection Tools)**
- **Portfolio-Based Assessment**: นักศึกษาต้องรวบรวมผลงานและเขียนสรุปการเรียนรู้
- **Peer Feedback**: การให้นักศึกษาประเมินกันเองในกลุ่มโครงการ
- **Mentorship System**: มีที่ปรึกษาจากทั้งมหาวิทยาลัยและบริษัทคอยชี้แนะ
### **3. ข้อแตกต่างจากการจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยไทย**
### **4. บทเรียนสำหรับอุดมศึกษาไทย**
- **เพิ่มการบูรณาการ Kolb's Cycle ในหลักสูตร** โดยเฉพาะขั้นตอน **Reflective Observation** เช่น บังคับเขียน Reflection Report
- **สร้างระบบ Mentorship** ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้นักศึกษาได้ Feedback จริง
- **ใช้เทคโนโลยีเสริมการเรียนรู้** เช่น Virtual Labs เพื่อสร้างประสบการณ์ก่อนปฏิบัติจริง
YTU ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ **Experiential Learning** แบบครบวงจร ซึ่งมหาวิทยาลัยไทยสามารถปรับใช้ได้โดยเริ่มจากหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ สาขาดิจิทัล และสหวิทยาการอื่นๆ”
นี่คือการเตรียมตัวของผมก่อนไปดูงาน ที่ยุคนี้ Generative AI ช่วยทำหน้าที่เป็นทีมงานของผม ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดูงาน และการประชุมวิชาการ
คุณโครคุซ ไกด์ท้องถิ่น บอกผมว่า ตุรกีมีมหาวิทยาลัยราวๆ ๒๔๐ แห่ง มีทั้งที่คุณภาพสูง และคุณภาพต่ำ ที่เป็นอันดับ ๑ ของตุรกีคือ Middle East U อยู่ที่นครอังการา เมืองหลวง อันดับ ๒ Istanbul Technical University อันดับ ๓ คือ Yildiz Technical University ที่เราไปเยี่ยมชมในบ่ายวันนี้เป็นเวลาสองชั่วโมงเศษๆ
วิทยาเขตที่เราไปเยี่ยมชมเป็น Yildiz YTU Technopark เป็นคล้ายๆ Science Park ในบ้านเรา เขาต้อนรับเราด้วย ๓ กิจกรรมคือ (๑) นำเสนอในห้องบรรยาย (๒) กินขนมและเครื่องดื่มพร้อมกับคุยและสอบถามกัน (๓) เยี่ยมชมห้องพัฒนาต้นแบบ ฟังทั้งหมดแล้วผมสรุปกับตนเองว่า ประเทศตุรกีทำงานเรื่องการพัฒนาระบบ ววน. อย่างเป็นระบบ Co-Op Education ของเขาไม่ดำเนินการแยกส่วน แต่บูรณาการอยู่ในระบบ ววน. ของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง YTK ทำงานร่วมเป็นเนื้อเดียวกันกับ Technopark
วิจารณ์ พานิช
๒๗ พ.ค. ๖๘
ห้อง ๑๐๐๓ โรงแรม Ramada Encore
1 YTU Yildiz Technopark
1a YTU Yildiz Technology Park
2 Mission & Vision
3 YTU Startup House
4 YTU Technology Transfer Office
5 YTU Innovation Hub
6 รูปหมู่