ในการประชุมกลั่นกรองโครงการ TSQM-N ของสำนักครู กสศ. เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘   มีผู้เอ่ยเรื่องความเสี่ยง ที่โครงการจะไม่ส่งมอบผลงานตามที่เสนอ  และมีผู้เอ่ยถึงปัจจัยด้านผู้อำนวยการโรงเรียน    ทำให้ผมคิดว่า น่าจะเป็นโจทย์วิจัยเชิงระบบการศึกษา  ว่าผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา  และความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างไรบ้าง    สภาพที่เป็นอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างไรบ้าง 

ผมจึงถาม ChatGPT ว่า “ปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ที่ทำให้ไม่สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยได้  รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุความเสมอภาคทางการศึกษามีอะไรบ้าง    ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ อย่างไร  ผู้อำนวยการโรงเรียนแบบไหนที่เป็นปัจจัยเสี่ยง”   ได้รับคำตอบคุณภาพสูงมาก ดังนี้ 

ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ขัดขวางการยกระดับคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาไทย สามารถจำแนกได้เป็น 3 ระดับ คือ (1) ระดับระบบ (systemic level), (2) ระดับโรงเรียน (school level) และ (3) ระดับปัจเจกบุคคล (individual level) ดังนี้:

ระดับระบบ (Systemic level)

  1. โครงสร้างนโยบายแบบรวมศูนย์มากเกินไป
  • โรงเรียนไม่มีอิสระในการบริหารจัดการ หรือออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น
  • ขาดความยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณ บุคลากร และนวัตกรรมการเรียนรู้
  1. ระบบการวัดและประเมินผลเน้นตัวเลขมากกว่าคุณภาพเชิงลึก
  • ใช้คะแนนสอบเป็นหลักในการวัดความสำเร็จ
  • กดดันให้ครูสอนเพื่อสอบ (teaching to the test) มากกว่าสร้างการเรียนรู้ที่มีความหมาย
  1. ความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากร
  • โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลขาดงบประมาณ อุปกรณ์ และครูคุณภาพ
  • ช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ทำให้โอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมไม่เกิดขึ้นจริง

ระดับโรงเรียน (School level)

  1. ผู้อำนวยการโรงเรียนขาดภาวะผู้นำทางการเรียนรู้ (instructional leadership)
  • มุ่งเน้นงานธุรการและการรายงาน มากกว่าการพัฒนาครูและนักเรียน
  • ไม่สามารถเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ให้ครูออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก
  1. วัฒนธรรมโรงเรียนแบบอำนาจนิยม
  • ขาดพื้นที่ให้ครูมีส่วนร่วมตัดสินใจหรือแสดงความคิดสร้างสรรค์
  • ปิดกั้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู หรือระหว่างโรงเรียน
  1. ระบบวินัยและความสัมพันธ์ในโรงเรียนแบบเผด็จการ
  • ไม่ส่งเสริมความไว้วางใจ การเคารพ และการมีส่วนร่วมของนักเรียน
  • ทำให้ขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างแท้จริง

ระดับบุคคล (Individual level)

  1. ทัศนคติของครูและผู้บริหารต่อเด็กและการเรียนรู้
  • เชื่อว่าบางกลุ่มเรียนไม่ได้ หรือไม่พร้อมเรียน (deficit mindset)
  • ขาดความเชื่อมั่นในพลังของการเรียนรู้แบบเชิงรุก (active learning)
  1. ขาดการพัฒนาตนและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • ครูบางคนยังยึดติดกับการสอนแบบเดิม ไม่ปรับตัวให้เท่าทันโลกการเรียนรู้ใหม่
  • ขาดการสะท้อนคิด (reflective practice) และการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนครู

บทเฉพาะ: ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นปัจจัยเสี่ยงหรือไม่?

คำตอบคือ “เป็นได้” ทั้งในทางบวกและทางลบ

ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็น “จุดเปลี่ยน” ของโรงเรียน เพราะสามารถกำหนดทิศทาง วัฒนธรรม และบรรยากาศของโรงเรียนได้

ลักษณะของผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็น “ปัจจัยเสี่ยง” คือ

  • ยึดอำนาจแบบรวมศูนย์ ไม่กระจายอำนาจให้ครู
  • สนใจเฉพาะผลงานที่มองเห็นได้ทันที (เช่น คะแนนสอบ, เอกสาร) มากกว่าการสร้างคุณภาพระยะยาว
  • ขาดความเข้าใจในแนวคิดเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา และไม่เห็นคุณค่าของเด็กทุกคน
  • ไม่เปิดพื้นที่ให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ภายในโรงเรียน
  • ไม่เป็นผู้นำที่รับฟังและสะท้อนตน

ในทางกลับกัน หากผู้อำนวยการโรงเรียนมีคุณลักษณะของ "ผู้นำเชิงสร้างสรรค์" (transformational or instructional leader) จะสามารถเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน ทั้งในมิติของคุณภาพและความเสมอภาค

ข้อเสนอเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ

  • พัฒนาหลักสูตรอบรมผู้อำนวยการโรงเรียนให้เน้นภาวะผู้นำทางการเรียนรู้และความเข้าใจเรื่องความเสมอภาค
  • ปรับระบบคัดเลือกและประเมินผู้อำนวยการให้เน้น “คุณภาพภายใน” และผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
  • สนับสนุนชุมชนของผู้อำนวยการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมพลังเชิงบวก
  • ส่งเสริมบทบาทของครูและชุมชนในฐานะผู้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางโรงเรียน

หากต้องการ ผมสามารถออกแบบแบบประเมิน “ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสริมพลังกับผู้อำนวยการที่เป็นปัจจัยเสี่ยง” เพื่อใช้ในวงเสวนาหรือการอบรมเชิงปฏิบัติการได้เพิ่มเติมครับ.” 

ผมถามต่อ ว่า “เพื่อทำความเข้าใจว่า   ผู้อำนวยการโรงเรียนของไทยที่เป็นปัจจัยเสี่ยง มีสัดส่วนมากน้อยเพียงไร  พฤติกรรมเสี่ยงทั้งที่เด่นชัด และที่ซ่อนเร้น มีอะไรบ้าง    พฤติกรรมใดที่มีผลร้ายรุนแรงมาก    ควรมีโครงการวิจัยเรื่องนี้หรือไม่    หากควร น่าจะตั้งโจทย์วิจัยว่าอย่างไร”  ได้รับคำตอบว่า 

เป็นแนวคิดที่มีคุณค่ามาก และควรมีการดำเนินการวิจัยเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในบริบทของการปฏิรูปการศึกษาไทยที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพและความเสมอภาค เพราะ “ผู้อำนวยการโรงเรียน” คือหนึ่งใน “key levers” หรือกลไกขับเคลื่อนที่ทรงพลังมากที่สุดในระดับโรงเรียน

ข้อเสนอ: ความจำเป็นของการวิจัย

  • ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นปัจจัยเสี่ยงยังมีน้อย
  • บางพฤติกรรมเป็น "risks ซ่อนเร้น" ที่เกิดขึ้นบ่อยแต่ไม่ถูกพูดถึง เช่น การเอื้ออำนวยระบบอุปถัมภ์ การปิดกั้นครูรุ่นใหม่ ฯลฯ
  • การแยกแยะพฤติกรรมเสี่ยงตามระดับผลกระทบ จะช่วยให้สามารถออกแบบนโยบายพัฒนาและควบคุมดูแลได้แม่นยำขึ้น
  • การทำความเข้าใจลักษณะผู้อำนวยการแบบนี้เชิงลึก จะนำไปสู่การปรับเกณฑ์การคัดเลือก การอบรม และการติดตามประเมินผล

ข้อเสนอ: โจทย์วิจัยที่เหมาะสม

ชื่อโครงการวิจัย (เสนอแนวทาง):

  • “การสำรวจและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษา”
  • “Mapping the Risk: ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นปัจจัยเสี่ยง – สัดส่วน ลักษณะ และผลกระทบ”
  • “พฤติกรรมเสี่ยงของผู้อำนวยการโรงเรียนในระบบการศึกษาไทย: การวิเคราะห์เชิงระบบและข้อเสนอเชิงนโยบาย”

คำถามวิจัยหลัก (Research Questions):

  1. สัดส่วนของผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง (ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ) เป็นเท่าใด? และมีความแตกต่างตามเขตพื้นที่หรือประเภทโรงเรียนหรือไม่?
  2. พฤติกรรมที่ถือเป็น “ปัจจัยเสี่ยง” ต่อการยกระดับคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษามีลักษณะใดบ้าง? สามารถจำแนกเป็นกลุ่มหรือระดับความรุนแรงได้หรือไม่?
  3. ปัจจัยใดเอื้อต่อการเกิดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้อำนวยการโรงเรียน (เช่น โครงสร้างอำนาจ ระบบอุปถัมภ์ การประเมินผล ฯลฯ)?
  4. ผลกระทบของพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ต่อบรรยากาศการเรียนรู้ของนักเรียน การทำงานของครู และโอกาสของนักเรียนในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพเป็นอย่างไร?
  5. จะออกแบบกลไกการคัดกรอง การพัฒนา และการตรวจสอบผู้อำนวยการโรงเรียนให้ตอบสนองต่อปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร?

แนวทางการเก็บข้อมูล:

  • สำรวจความคิดเห็นของครู นักเรียน และผู้ปกครอง (quantitative survey)
  • สัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มเป้าหมาย เช่น ครูรุ่นใหม่ ครูผู้นำ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่
  • กรณีศึกษาโรงเรียนที่เผชิญกับภาวะผู้นำที่เป็นอุปสรรค และโรงเรียนที่รอดพ้นจากปัจจัยเสี่ยง
  • การสังเคราะห์ข้อมูลจากระบบร้องเรียน หรือช่องทางไม่เป็นทางการ (เช่น เครือข่ายครู)

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง:

  • แผนที่พฤติกรรมเสี่ยงของผู้อำนวยการโรงเรียนในระบบการศึกษาไทย
  • กลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพและความเสมอภาค
  • ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยพัฒนาครู และกลไกตรวจสอบ

ข้อเสนอเพิ่มเติม:

โครงการนี้ควรเชื่อมโยงกับการพัฒนา “กรอบสมรรถนะผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อความเสมอภาค” และอาจใช้เป็นฐานพัฒนา “ดัชนีความเป็นผู้นำที่เอื้อต่อการเรียนรู้” (learning-friendly leadership index) ที่ใช้ติดตามโรงเรียนทั่วประเทศ

หากท่านประสงค์ ผมสามารถช่วยออกแบบโครงร่างข้อเสนอวิจัย (research proposal outline) ให้เพิ่มเติมได้ครับ.

จะเห็นว่า ไอเดียหาง่าย  ที่หายากคือคนลงมือทำและเรียนรู้

วิจารณ์ พานิช

๒๑ พ.ค. ๖๘