ตอน : พ่อทองวิกฤตช้างสาร 

               พ่อทองยืนรอที่ปากทางเข้าแปลง ซึ่งสองข้างทางเป็นแนวต้นมะม่วง ใต้ต้นมะม่วงเป็นแปลงถั่วฝักยาว ยาวไปตลอดแนวคู่ขนานกับทางเดิน มีต้นมะพร้าวน้ำ้หอม ต้นฝรั่ง แปลงหญ้า ยาวเหยียด ตามคันนาที่มีขนาดใหญ่กว่าคันนาทั่วไปประมาณ 3 เท่า ที่ทำให้พ่อทองถูกขนานนามว่าเจ้าของคันนาเงินหมื่น ถ้าสังเกตุให้ดีรอบบริเวณทั้งหมดตามแนวขอบรั้วเป็นต้นไม้ยูคาขนาดใหญ่ ที่สามารถตัดไปเป็นสิ่งก่อสร้างได้  

             
พื้นที่ของพ่อทองเป็นที่ลุ่ม อยู่ใกล้ห้วยน้ำไหลผ่าน ส่วนท้ายแปลงนาของพ่อทองถมดินสูงปลูกเรือนพัก มีคอกวัว  เล้าเป็ด  เล้าไก่ เล้าหมู  ถัดลงไปเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ และยาวตามความกว้างของแปลงนา รอบสระน้ำเป็นคูคันนาขนาดใหญ่ ปลูกกล้วย และต้นมะกอกน้ำเป็นแถว แซมด้วยต้นน้อยหน่า ส้มโอ มะนาว บางต้นตายจากน้ำท่วม พ่อทองเล่าบอกว่า สระน้ำที่เห็นปกติน้ำไม่ท่วม นี่มาปีนี้ช้างสารมาแบบกระทันหันตั้งตัวไม่ทัน  ช้างสารมาถึง น้ำท่วมแปลงจนต้องใช้เรือแจว ทุกสิ่งอย่างที่ปลูกไว้ถูกน้ำท่วมในชั่วข้ามคืน น้ำมากจนไม่สามารถที่จะผันออกจากแปลงได้ ท่วมเป็นครึ่งเดือน ข้าวของตายหมด

              “ผมก็หมดอาลัยตายอยาก หมดกำลังใจ ท้อแท้ไม่อยากคิดไม่อยากทำ เพราะสิ่งที่ลงแรงไว้ไม่เหลือหรอแล้ว ตัดสินใจอพยพกลับเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านเหมือนเดิม  กลายเป็นคนว่างงาน  นั่ง ๆ นอน ให้ลูกหลานดูแล อึดอัด ทำให้ผมคิดใหม่ ไม่อยากคอยวันตาย ไม่อยากพึ่งคนอื่น อยากทำอะไรไว้ให้ลูกให้หลานในวันข้างหน้าเพื่อพวกเขาได้หันกลับมาต่อยอดในสิ่งที่ผมทำไว้"

              "หลังจากอยู่ในหมู่บ้านได้เกือบเดือน สุดท้ายผมก็อพยพกลับไปอยู่ที่แปลงนาเช่นเดิม  ผมไปอยู่ที่นาจนเคยชิน ชินกับการทำงานในแปลงนา ทำงานที่ใจรัก อากาศสดชื่น สงบเงียบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ที่สำคัญมีของอยู่ของกินที่เราปลูกเราสร้างเองโดยไม่ต้องซื้อ มีผักในสวนครัว เก็บได้ทุกเวลา มีปลาในบ่อ มีเป็ด มีไก่ มีไข่ ผมได้กำลังใจจากสมาชิกเครือข่ายเดียวกัน จากครูบา สิ่งเหล่านี้เป็นพลังที่ทำให้ผมสานฝันต่อได้อีกครั้ง


             
หมูที่เลี้ยงผมไม่ขายเป็นตัว แต่ให้ลูกหลานชำแหละเอง แล้วผมนำไปขายตามหมู่บ้าน ร้านอาหาร  ชุมชน  ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด แต่ไม่ได้ขาดทุน  ไก่ เป็ด ไข่ มีมากก็ขายเช่นกัน เป็นรายได้ เลี้ยงไว้ไม่ขาดทุน ปลาในบ่อเลี้ยงไว้ไม่ได้ขายแต่ไม่ได้ขาดทุน เพราะเอาไว้เป็นอาหารหลักในครอบครัว ได้แจกจ่ายเพื่อนบ้าน ได้ความสัมพันธ์อันดีในชุมชน เช่นเดียวกับพืชผัก เหลือกินก็แจก เหลือแจกก็ขาย เป็นรายได้เป็นเงินออม เพราะเราอยู่ในยุคของการใช้เงินจำเป็นต้องมีเงินออมไว้ซื้อหาในสิ่งที่จำเป็น

            
ในกลุ่มสมาชิก ในกรณีที่มีปีญหาเราจะปรึกษากันตลอด การทำงานจะทำเหมือนกัน มีการแข่งขันกันอยู่ในที ว่าใครทำในเรื่องเดียวกันแต่วิธีการแตกต่างกันแล้วผลลัพธ์ได้เหมือนกันหรือดีกว่ากัน เราจะมาพูดคุยกันในกลุ่มย่อย บางทีไม่มีเรื่อง หรือปัญหาอะไร แต่ก็ประชุมเพราะเป็นการได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ได้ทานข้าวกลางวันด้วยกัน พูดคุยกับคนที่คิดเหมือนกัน มีใจเดียวกัน ผมมีความสุขใจ อิ่มเอมใจ และภาคภูมิใจมาก เพราะคิดว่าชีวิตของตนเองมีคุณค่า ดีกว่าอยู่รอวันชรา

           ทุกวันนี้พ่อทองกำลังคิดค้นวิธีการทำให้มะกอกน้ำออกลูกนอกฤดู ด้วยภูมิปัญญาทดลองทำ 4-5 ต้น กำลังออกดอกเห็นผลบ้างแล้ว ถ้าได้ผลตามที่คาดหวัง จะขยายผลความรู้นี้ไปที่สมาชิกในเครือข่าย พร้อมกับวางแผนที่จะปลูกพืชที่ชอบน้ำ หรือทนสภาพน้ำขังได้นาน  น้ำท่วมแล้วไม่ตาย และวางแผนปลูกพืชผักหมุนเวียนตามช่วงฤดูกาล ส่วนการเลี้ยงสัตว์ เช่น หมูจะเลี้ยงแม่พันธ์เพื่อขายลูกหมู  ยิ่งทำยิ่งได้เรียนรู้ ยิ่งเรียนรู้ยิ่งมากประสบการณ์ ยิ่งทำยิ่งสนุกในการทำงาน  


            
ความรู้ของพ่อทองเป็นความรู้มาจาก ประสบการณ์ ซึ่งเป็นทั้งตัวความรู้เอง และเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้ ความเป็นจริง (
truth) ความรู้ต้องเชื่อมโยงกับความเป็นจริง และความเป็นจริงเป็นบ่อเิกิดของความรู้ ความซับซ้อน (complexity) คนมีความรู้จะมีความเข้าใจความซับซ้อน และความเข้าใจความซับซ้อนก็จะช่วยให้เกิดความรู้ และ 3 สิ่งนี้ทำให้พ่อทองมีความรู้และสามารถจัดการความรุ้ได้ด้วยตนเอง