วันนี้ขอมาแบ่งปันสคริปต์เนื้อหาความรู้ในการทำงานมาฝากผู้อ่านทุกคน สคริปต์นี้ใช้ประกอบรายการวิทยุ
The KKU Library life long learning for all
ออกอากาศทาง FM 103 MHz.
ผู้ดำเนินรายการ: สิริพร ทิวะสิงห์
ตอน: แผ่นดินไหว

- เปิดกว้าง 2) สร้างสรรค์ 3) ทันสมัย 4) ใส่ใจสังคม กับสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่นค่ะ สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังทุกท่าน ท่านกำลังอยู่กับสถานีเสียงที่จะร่วมพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตไปด้วยกัน วันนี้พบกับสำนักหอสมุด และเสียงผู้จัดรายการที่แปลกใหม่ ในรายการ The KKU Library life long learning for all ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น FM 103 MHz แห่งนี้ สำนักหอสมุดยินดีอย่างยิ่งนะคะ ที่ได้มาเป็นเครือข่ายจัดรายการที่สถานีวิทยุแห่งนี้ เพราะมีความตั้งใจอยากสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับทุกๆ ท่านค่ะ คนไทยเพิ่งผ่านเหตุการณ์ใหญ่เกี่ยวกับแผ่นดินไหว ที่เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ไปหมาดๆ นะคะ หลายคนก็อยู่กับการบาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สิน และบุคคลอันเป็นที่รักในเหตุการณ์นี้ด้วย
พี่ตุ่นและสำนักหอสมุดก็ขอส่งกำลังใจให้กับทุกท่านนะคะ ศูนย์กลางของแผ่นดินไหว 8.2 ริกเตอร์ที่เกิดขึ้นอยู่ที่มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ส่งผลกระทบมายังประเทศต่างๆ เช่น ไทย ลาว บังกลาเทศ เป็นต้น ของประเทศไทย พื้นที่ที่อยู่ใกล้สุดคืออำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้เชียงใหม่และเชียงรายก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนได้มาก และมีของเสียหาย เช่น อาคารสูงมีรอยร้าว เสาคานคอนโดคดงอ เป็นต้น
ส่วนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอาคารสูงจำนวนมาก พบเหตุตึก สตง. ถล่ม เครนสูงหักตกมาทับทางด่วน จนต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย เอาจริง พี่ตุ่นก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบภัย เนื่องจากวันที่แผ่นดินไหว พี่ตุ่นไปประชุมอยู่ตึกสูงในกรุงเทพฯ ก็ไปประสบกับคำว่า “แผ่นดินไหว” ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งเป็นขนาดความไหวที่สูงระดับหนึ่ง
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นจริงเหมือนข่าวค่ะ เพียงแต่ครั้งนี้ พี่ตุ่นไม่ได้นั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน แต่กลับเป็นคนหนึ่งที่เลิ่กลั่กและอพยพตัวเองลงบันไดหนีไฟจำนวน 11 ชั้น พร้อมกระเป๋าถือแบบแฮนด์แบ็กและกระเป๋าเดินทางล้อลาก ได้เรียนรู้การอยู่ในความควบคุมสติ เพื่อรอคำสั่งอพยพ การประหยัดแบตเตอรี่มือถือ เพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายต่อไปหรือยาวนานแค่ไหน ได้แค่มาโพสต์รายงานตัวให้คนที่ห่วงใยรับทราบได้ว่ายังโพสต์ได้ แสดงว่าปลอดภัยสบายดี พยายามนึกถึงความรู้ที่มีเกี่ยวกับการเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวที่เคยอ่านและดูจากข่าว และพี่ตุ่นกับน้องอ้อมที่ไปด้วยกันก็ปลอดภัยดีค่ะ ทางขอนแก่นก็รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน โชคดีที่ไม่มีอุบัติเหตุหรือความเสียหายหนักนะคะ สำนักหอสมุดได้ประกาศแจ้งเตือนให้บุคลากรและผู้ใช้บริการออกจากตึกทันที พร้อมมีเจ้าหน้าที่ห้องสมุดอำนวยความสะดวกในการอพยพนะคะ ซึ่งเป็นไปตามหลักเหตุฉุกเฉินที่สำนักหอสมุดและหน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้อบรมความรู้และซักซ้อมไว้ หากมีเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้เกิดขึ้น หลังจากนี้ เชื่อว่าหลายๆ หน่วยงาน คำว่า “เหตุฉุกเฉิน” ต้องมีการเพิ่มคำว่า “แผ่นดินไหว” เข้าไปด้วยค่ะ
หลังจากนั้นได้มีการสำรวจอาคารเพื่อตรวจสอบว่า หลังแผ่นดินไหวมีอาคารได้รับความเสียหายหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการและบุคลากร จากประสบการณ์ของพี่ตุ่นที่เป็นผู้ประสบเหตุอยู่ในอาคารสูงเมื่อไป กทม. และที่ทำงานปกติก็เป็นห้องสมุดค่ะ แม้ว่าสถานบริการจะมีคำแนะนำและช่วยเหลือผู้ใช้เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว เช่น มีแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ช่วยอพยพ เป็นต้น แต่ในฐานะบุคคล เราต้องสามารถจัดการตัวเองได้ค่ะ
นอกเหนือจากข้อปฏิบัติตนเมื่อประสบเหตุฉุกเฉินในอาคาร คือ
- หากคุณอยู่ภายในอาคาร ให้งดใช้ลิฟต์
🏠 อยู่ในที่ปลอดภัย – หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีหน้าต่าง กระจก หรือสิ่งของที่อาจตกลงมา
🪑 หลบใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง – เพื่อป้องกันตัวจากเศษวัสดุที่อาจร่วงลงมา
🤲 ใช้มือป้องกันศีรษะและลำตัว – หากไม่มีโต๊ะให้ใช้แขนป้องกันตัวเองจากอันตราย
🚪 อยู่ห่างจากทางออกและบันได – เพราะบันไดอาจเสียหายและทางออกอาจมีผู้ใช้จำนวนมาก
พี่ตุ่นอยากแชร์ประสบการณ์ที่ได้จากการถอดบทเรียน “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ดังนี้คือ
- การใช้สถานบริการให้ดูทางหนีไฟ ซึ่งสำนักหอสมุดมีทางหนีไฟและป้ายแจ้งนะคะ ส่วนนี้พี่ตุ่นพูดรวมถึงห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงภาพยนตร์ ผับ คอนโดเพื่อน และสถานที่อื่นๆ ด้วยนะคะ
- ติดโทรศัพท์ไว้กับตัวเสมอ เช่น ตอนเกิดเหตุ พี่ตุ่นไปกับน้องอ้อม เราแยกกันอยู่ค่ะ โทรศัพท์ใช้ตามหากัน ประเภทเสียบไว้ในกระเป๋าและวางกระเป๋าไว้ หากเกิดฉุกเฉินแล้วจะสื่อสารกันยาก
- พยายามให้มือถือมีแบตเตอรี่อยู่เสมอ เพราะเวลาเกิดเหตุใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร ฉายไฟ และส่งสัญญาณไฟขอความช่วยเหลือได้ พี่ตุ่นเห็นสัจธรรมของชีวิตเลย ประเภทไถฟีดชอบใช้เรื่อยเปื่อย ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว นี่คงต้องปรับพฤติกรรม
- สังเกตสิ่งรอบข้าง มีสติ อย่าตื่นตระหนก เพราะบรรยากาศจะสร้างกระแสกลุ่ม
- อยู่ในความสงบรอฟังการนำทางหรือการประชาสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ค่ะ
- ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำในการอพยพของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
- เมื่อออกมาจากตึกได้ ให้ไปที่จุดรวมพลเพื่อเช็กยอดค่ะ อย่าเพิ่งกลับบ้านหรือไปร้านกาแฟนะคะ
อันนี้บุคลากรต้องให้ความสำคัญ เพราะมีรายชื่อสำหรับเช็กยอดอยู่แล้ว ส่วนผู้ใช้บริการก็รวมอยู่จุดรวมพลเพื่อรอตรวจสอบเพื่อนที่มาด้วยกัน เพื่อจะได้เป็นข้อมูลหากมีผู้สูญหาย จะได้ใช้ในการค้นหาช่วยเหลือต่อไป
หากไม่มีอะไรรุนแรง ก็จะได้เข้าไปเก็บของด้านในตึก แล้วพี่ตุ่นก็นึกอะไรออกอีกอย่างหนึ่ง เวลาหน่วยงานทำข้อมูลประชาสัมพันธ์ แผนที่นำทางสำหรับการนำชมอาคาร
เคยเห็นไหมคะ ประเภท Virtual Guide ควรเพิ่ม “จุดรวมพลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน” ไว้ด้วย จะได้ย้ำให้ผู้พบเหตุได้เรียนรู้สารสนเทศของอาคารสูงแต่ละแห่งในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไปด้วย ไม่รู้ว่าไอเดียนี่ของพี่ตุ่นจะมีใครซื้อไหมคะ
นอกจากนี้ ควรทำคลิปสั้นประชาสัมพันธ์เผยแพร่ออกให้ผู้ใช้ที่สนใจได้เรียนรู้ตามอัธยาศัย เพราะตอนนี้ในทัศนะของพี่ตุ่นเห็นว่า การรับรู้สารสนเทศในการป้องกันอัคคีภัย เหตุฉุกเฉิน รวมถึงแผ่นดินไหว ไม่ควรรู้เฉพาะเจ้าหน้าที่ มุมไหนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของผู้ใช้บริการ ควรมีช่องทางให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการได้ พี่ตุ่นว่าคงไม่มีใครอยากพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆ เช่น ภัยพิบัติที่รุนแรงหรอกนะคะ พี่ตุ่นชวนมาฟังหัวข้อของการดูแลสภาพจิตใจของตนเองค่ะ
หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ประสบภัยหรือมีคนในครอบครัวเป็นผู้ประสบภัย นั่นคือ
- ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง: เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกลัว วิตกกังวล หรือเครียดหลังจากเหตุการณ์รุนแรง
- หลีกเลี่ยงการรับข่าวสารที่มากเกินไป: งดเสพข่าวเพราะจะทำให้หมกมุ่น เครียด และจิตตก ควรเลือกรับข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
- ดูแลสุขภาพร่างกาย: การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายช่วยลดความเครียดได้
- พูดคุยกับผู้อื่น: การแบ่งปันความรู้สึกกับครอบครัวหรือเพื่อน สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้รู้สึกว่าไม่ได้เผชิญปัญหาตามลำพัง
- ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย: เช่น การทำสมาธิ การหายใจลึก ๆ การวาดภาพ หรือฟังเพลง และหากจิตใจเราเข้มแข็ง เราสามารถให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้อื่นได้โดย
- สนับสนุนและให้กำลังใจ: ให้ความช่วยเหลือทางอารมณ์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น การรับฟังและอยู่เคียงข้าง
- ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง: “Sure ก่อนแชร์” ช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน ลดความเข้าใจผิด หรือข่าวลือที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก
-
สังเกตอาการทางจิตใจที่ผิดปกติ: หากมีบุคคลที่รู้สึกหมดหวัง หดหู่ หรือมีอาการซึมเศร้ารุนแรง ควรแนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
เวลาของรายการมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วค่ะ
พี่ตุ่นหวังว่าเรื่องราวใน Ep. นี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวในกระแส อาจจะห่างไกลตัวชาวขอนแก่นไปบ้าง แต่เราก็ได้เรียนรู้ว่าภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้จริง และส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายได้มากมายมหาศาล รวมถึงการสูญเสียชีวิตได้
การเรียนรู้จึงเป็นเครื่องมือเอาตัวรอดเบื้องต้นค่ะ พี่ตุ่นจึงหวังว่าประสบการณ์จริงของพี่ตุ่น และองค์ความรู้ในการตั้งรับ จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อท่านผู้ฟัง
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอขอบพระคุณท่านผู้ฟังทุกท่านที่ติดตามเป็นกำลังใจให้กันมาตลอด สำนักหอสมุดก็ขอส่งกำลังใจให้ท่านผู้ฟังเช่นเดียวกัน ก่อนลาท่านผู้ฟัง ขอขายของนิดนึงค่ะ หากสนใจบริการของสำนักหอสมุด สมัครอบรมหรือติดตามกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ที่ www.library.kku.ac.th
พบกับรายการ The KKU Library life long learning for all ได้ใหม่ในเช้าวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 7.35–8.00 น. ซึ่งจะมีพี่ๆ จากสำนักหอสมุด พี่ตุ่น พี่บี๋ พี่เก้า เวียนกันมาพบกับท่านผู้ฟัง วันนี้คงต้องขอลาจากท่านผู้ฟังทุกท่านไปก่อน ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกท่านนะคะ สวัสดีค่ะ