วันนี้ขอมาแบ่งปันสคริปต์เนื้อหาความรู้ในการทำงานมาฝากผู้อ่านทุกคน สคริปต์นี้ใช้ประกอบรายการวิทยุ

The KKU Library: Lifelong Learning for All

ออกอากาศทาง FM 103 MHz

ผู้ดำเนินรายการ: สิริพร ทิวะสิงห์

ตอน: การบริหารท้องถิ่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ

สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังทุกท่าน ท่านกำลังอยู่กับสถานีเสียงที่จะทำให้ท่านตกหลุมรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต กับรายการ The KKU Library: Lifelong Learning for All ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น FM 103 MHz โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น และดิฉัน “พี่ตุ่น” สิริพร ทิวะสิงห์

ช่วงนี้พี่ตุ่นอ่านหนังสือตามผู้ใช้งานมากขึ้นค่ะ ผู้ใช้เอาหนังสือมาคืน พี่ตุ่นก็เปิดอ่านไปด้วย ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ มากมาย จึงอยากนำมาแบ่งปันกันในตอนนี้ เป็นเรื่องของผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งพี่ตุ่นว่าเหมาะเจาะพอดี เพราะเพิ่งผ่านวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันเกษียณอายุของข้าราชการและพนักงานเอกชนหลายแห่ง 

แต่จริง ๆ แล้ว ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่สำคัญมากของสังคม ทุกครอบครัวต่างสัมผัสและมีผู้สูงวัยในบ้าน พี่ตุ่นจึงคิดว่าสาระในวันนี้น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยค่ะ

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ตั้งแต่ปี 2548 เมื่อจำนวนผู้สูงอายุมีสัดส่วนถึง 10% ของประชากร และคาดว่าในปี 2576 จะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 18.68 ล้านคน หรือราว 28% ของประชากรทั้งหมด

ท่านผู้ฟังทราบไหมคะว่า ผู้สูงอายุก็มีการแบ่งช่วงอายุด้วย โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่:

  • ผู้สูงอายุตอนต้น (Young old): อายุ 60–69 ปี
  • ผู้สูงอายุตอนกลาง (Middle old): อายุ 70–79 ปี
  • ผู้สูงอายุตอนปลาย (Very old): อายุ 80 ปีขึ้นไป
     

    การแบ่งประเภทนี้ช่วยให้สามารถวางแผนบริการและการดูแลที่เหมาะสมตามความต้องการของแต่ละช่วงวัยได้

ผู้สูงอายุที่พลังชีวิตลดลงมักเผชิญความรู้สึกดังนี้:

  1. กระวนกระวายใจที่มีเวลาเพิ่มขึ้น แต่มีเงินใช้น้อยลง
  2. ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาทำอะไรให้เกิดประโยชน์
  3. สูญเสียตัวตนที่เคยมีจากการทำงาน
  4. รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะไม่ได้มีเพื่อนร่วมงาน
  5. ขาดความมั่นใจ ไม่รู้สึกว่าตนมีคุณค่า
     

พี่ตุ่นอยากให้มองว่าเป็นเรื่องท้าทาย และควรฝึกตนเพื่อปรับตัว โดย:

  1. ปรับทัศนคติให้ยืดหยุ่น
  2. รับรู้อารมณ์ตนเอง และฝึกสมาธิ
  3. ยอมรับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ (ตามแนวทางธรรมะคือ “ปล่อยวาง”)
  4. นิยามตัวเองใหม่ เช่น “ฉันจะเป็นคุณย่าที่ทันสมัย”
  5. ตั้งเป้าหมาย เช่น การท่องเที่ยว การออกกำลังกาย

    แนวทางการให้บริการจากภาครัฐ

การดูแลผู้สูงอายุควรมีความหลากหลาย และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่:

  • บริการด้านสุขภาพ: เช่น ตรวจสุขภาพประจำปี การให้คำปรึกษาทางจิตใจ
  • บริการด้านสังคม: เช่น กลุ่มสนับสนุนผู้สูงอายุ กิจกรรมทางสังคม เงินสนับสนุนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีบริการด้านการศึกษา: เช่น การอบรมการใช้งานไลน์หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่า
     

    รัฐควรมีนโยบายส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างชัดเจน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานหรือทำกิจกรรมที่มีความหมาย 

พี่ตุ่นขอพูดถึง “เงินออม” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชีวิต การออมอาจอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การฝากธนาคาร การลงทุน หรือระบบสวัสดิการของรัฐ เช่น:

  • เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
  • กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
  • กองทุนประกันสังคม
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (เหมาะสำหรับเกษตรกรและแรงงานนอกระบบ)


    ท่านสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน Learning Program ของสำนักหอสมุด มข. ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ บทบาทของครอบครัว 

    ครอบครัวคือเสาหลักที่ช่วยดูแลผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี บรรยากาศที่เข้าใจและอบอุ่นจะช่วยลดภาวะซึมเศร้า และส่งเสริมสุขภาพจิต ดังนั้น การบริหารจัดการท้องถิ่นเพื่อรองรับผู้สูงวัยจึงควรอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และครอบครัว

หลักการดูแลผู้สูงอายุที่สำคัญ มีดังนี้:

  1. เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  2. เคารพความแตกต่างระหว่างบุคคล
  3. ส่งเสริมความเป็นอิสระและภาคภูมิใจในตัวเอง
  4. มีทัศนคติที่ดีต่อผู้สูงวัย
  5. มีความรู้เฉพาะใน 4 ด้าน:
        - ด้านชีววิทยา/สรีรวิทยา
        - พฤติกรรมมนุษย์
        - สังคมวิทยา
        - เศรษฐกิจ
    เพื่อการออกแบบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงวัย

สุดท้ายนี้ พี่ตุ่นขอขอบคุณเว็บไซต์ younghappy.com และหนังสือ “การบริหารท้องถิ่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ” โดยสถาบันพระปกเกล้า หนังสือฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น

พบกันใหม่กับรายการ The KKU Library: Lifelong Learning for All ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 07.35 – 08.00 น. สวัสดีค่ะ