วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ผมเดินทางไปหาดใหญ่ ตามคำเชิญของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไปเป็นวิทยากร ใน  โครงการพัฒนาที่ปรึกษาองค์กรกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์    ที่ทำอย่างเป็นระบบโดยกองพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ วิทยาเขตหาดใหญ่     เพื่อบรรลุ “แผนพัฒนานักศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านพัฒนานักศึกษาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พันธกิจการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงของมหาวิทยาลัย โดยได้กำหนดสมรรถนะนักศึกษา PSU 5 Cs และอัตลักษณ์ของนักศึกษา (I-WiSE - Integrity, Wisdom, Social engagement - ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่ปัญญา จิตสาธารณะ)    ซึ่งสอดคล้องกับทักษะด้านสังคมและอารมณ์ ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 และ จิตวิญญาณสงขลานครินทร์ ที่ให้ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง สอดคล้องกับแนวคิด สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางของสหประชาชาติ” 

หัวข้อที่ผมได้รับเชิญไปนำเสนอคือ แนวคิดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life long learning) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา   ที่ผลแปลงสาร เป็นเรื่อง หนุนนักศึกษาให้เป็นผู้พัฒนาความเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตใส่ตัว    ที่ดู Ppt ประกอบการบรรยายและเสวนา ได้ที่ ()  และชมรายการนี้ ๓ ชั่วโมงได้ที่ (๒)      

ผมชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ได้แยกระหว่างการเรียนรู้ทางวิชาการ กับการเรียนรู้ด้าน soft skills    การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ คือนักศึกษา เป็นการสร้างคุณสมบัติและสมรรถนะใส่ตัว    ไม่ใช่รับถ่ายทอดจากอาจารย์    อาจารย์ต้องเข้าใจและยอมรับสภาพความจริงนี้   และไม่ทำตัวเป็นผู้อยู่สูงกว่านักศึกษา    ฝึกทำตัวเป็นมนุษย์เสมอกัน    ที่ผมทำให้ดูในช่วงที่เราเสวนากัน   

หลักคิดสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ   ต้องใช้วิธีคิดหรือพื้นฐานการคิดของคนรุ่นใหม่เป็นหลัก หรือเป็นฐาน   อาจารย์และที่ปรึกษากิจการนักศึกษาต้องไม่เอาความคิดหรือกระบวนทัศน์ของตนเองเป็นหลัก   และตำหนินักศึกษาในส่วนที่ความคิดเบี่ยงเบนไปจากคนรุ่นอาจารย์    จากฐานความเป็นจริงของนักศึกษา  และยอมรับหรือเคารพความคิดของนักศึกษา อาจารย์และที่ปรึกษากิจการนักศึกษา หนุนให้นักศึกษาเรียนรู้จากการปฏิบัติ หรือจากประสบการณ์ ของตน      

การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสังคม    ดังนั้น จึงมีอิทธิพลทางสังคม หรือทางความสัมพันธ์ ที่ส่งเสริมหรือปิดกั้นการเรียนรู้ของนักศึกษา    ตัวปิดกั้นที่ทรงอิทธิพลที่สุดและซ่อนเร้นที่สุดในสังคมไทย คือความสัมพันธ์เชิงอำนาจ   ซึ่งหมายความว่าตัวส่งเสริมที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์แนวราบระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา     ความสัมพันธ์แนวราบส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าแลกเปลี่ยนข้อสะท้อนคิดของตนเองออกมาอย่างจริงใจ เปิดใจ   ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกการสะท้อนคิดเชิงหลักการจากประสบการณ์ตรง    ตามหลักการ Kolb’s Experiential Learning Cycle   เกิดการเรียนรู้ในระดับที่ลึกและเชื่อมโยง    หรือตาม Bloom’s Taxonomy of Learning  ในระดับ Create

วิจารณ์ พานิช

๑๐ พ.ค. ๖๘