วันนี้ขอมาแบ่งปันสคริปต์เนื้อหาความรู้ในการทำงานมาฝากผู้อ่านทุกคน สคริปต์นี้ใช้ประกอบรายการวิทยุ

The KKU Library Lifelong Learning for All

ออกอากาศทาง FM 103 MHz

ผู้ดำเนินรายการ: สิริพร ทิวะสิงห์

ตอน : เทคนิคการจำแบบกาวตราช้าง

สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังทุกท่าน ท่านกำลังอยู่กับสถานีเสียงที่จะทำให้ท่านตกหลุมรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต กับรายการ The KKU Library Lifelong Learning for All ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น FM 103 MHz กับพี่ตุ่น สิริพร ทิวะสิงห์ และสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับทุก ๆ คนค่ะ

EP นี้ พี่ตุ่นมีสาระแบบพิเศษมาฝากสำหรับนักเรียน นักศึกษา เพราะฤดูกาลแห่งการสอบมาถึงอีกแล้ว พี่ตุ่นและสำนักหอสมุดมีเทคนิคดี ๆ ที่อาจช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้ดีขึ้น ใช้เวลาน้อย แต่จำได้นาน โดยไม่ต้องพยายามหนัก แต่สามารถจำได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นเทคนิคยอดนิยมในหมู่นักเรียนญี่ปุ่น โดยพี่ตุ่นได้พบเทคนิคนี้ในหนังสือชื่อว่า “เทคนิคการจำแบบกาวตราช้าง ติดสนิทไม่มีวันลืมใน 1 นาที”

คุณอุซาเดะ มาซามิ ผู้เชี่ยวชาญด้านความจำของญี่ปุ่น เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “ไม่มีใครที่ความจำดีมาตั้งแต่เกิด” ท่านผู้ฟังเห็นด้วยไหมคะ หลาย ๆ คนมักพูดกับตัวเองว่า “ดิฉันเป็นคนความจำไม่ดี สมองไม่ดีเลยค่ะ” ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจเป็นเพราะเราไม่ใส่ใจ หรือมองว่าสมองมีข้อจำกัด และในอีกมุมหนึ่ง เราเคยรู้บ้างไหมว่า เรามีความจำดีในเรื่องใดบ้าง เช่น ความทรงจำในอดีต ความประทับใจ วันเกิดคนในครอบครัว สูตรคณิตศาสตร์ บทกลอน ฯลฯ สิ่งที่เราจำได้ดี มักเป็นสิ่งที่เราชอบหรือสนใจ และเคล็ดลับคือ เราใส่ใจและคิดถึงมันอยู่เสมอ การทบทวนจึงเป็นกุญแจสำคัญของความจำที่ดี

โดยทั่วไป ความจำของคนเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ความจำระยะสั้น และความจำระยะยาว ความจำระยะสั้นเกิดขึ้นทันที แต่จะลืมได้ในเวลาอันรวดเร็ว สมองของมนุษย์ไม่สามารถจดจำรายละเอียดทั้งหมดได้จากการจำเพียงครั้งเดียว จึงควรเริ่มต้นด้วยการจำแบบคร่าว ๆ ก่อน เมื่อจำได้ดีแล้วจึงค่อยเพิ่มรายละเอียด การเปลี่ยนข้อมูลจากความจำระยะสั้นไปสู่ความจำระยะยาว เป็นหัวใจสำคัญของการจำที่มีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนไฟจากไม้ขีดที่จุดติดแล้วดับลงอย่างรวดเร็ว แต่หากเรานำไฟนั้นไปจุดเทียน เทียนจะให้แสงสว่างที่ยาวนานกว่า

เรามาดูเทคนิคที่หนังสือแนะนำไว้ในการย้ายไฟจากไม้ขีดไปสู่เทียนไขกันค่ะ

  1. จำข้อมูลที่ต้องการเพียงแค่ครั้งละ 1 นาที เช่น สูตรคณิตศาสตร์ กฎ ทฤษฎี ชื่อคน เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
  2. ทบทวนซ้ำ ๆ อาจใช้วิธีอ่านออกเสียง หรือสมมุติสถานการณ์ร่วมด้วย
  3. ทบทวนเนื้อหาในช่วงเวลาหรือสถานที่ต่าง ๆ ที่โอกาสเอื้ออำนวย จนกระทั่งจำได้ขึ้นใจ
     

    สมองจะถูกฝึกให้เปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้จากความจำระยะสั้นให้กลายเป็นความจำระยะยาวอย่างฝังแน่น ซึ่งจะช่วยอธิบายได้ว่าทำไมบางคนจึงมีความจำดี ในขณะที่บางคนกลับจำอะไรไม่ค่อยได้ ความแตกต่างอยู่ที่ความใส่ใจ ความถนัด และการทบทวนซ้ำ

ในการเตรียมสอบ นักศึกษาหลายคนมักอ่านหนังสือแบบเร่งด่วนก่อนสอบ โดยหวังพึ่งความจำระยะสั้น แต่หากไม่มีสมาธิหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ความจำเหล่านั้นก็จะไม่ถูกจัดระเบียบในสมอง และอาจทำให้ไม่สามารถดึงความรู้มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในห้องสอบ

พี่ตุ่นจึงขอแนะนำให้นำเทคนิคจากหนังสือเล่มนี้ไปปรับใช้กับวิธีการอ่านของตนเอง เช่น การไฮไลท์ข้อความ การจดช็อตโน้ต การจำเฉพาะเนื้อหาสำคัญใน 1 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียดทีละน้อย พร้อมใส่บริบทหรือภาพจำประกอบ เช่น การใช้ Mind Mapping หรือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเรื่องเล่าในแบบของตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้สมองจดจำได้ดีกว่าการท่องจำแบบตรง ๆ

อีกหนึ่งเทคนิคที่แนะนำคือการเริ่มอ่านจากส่วนที่ให้ภาพรวมของหนังสือก่อน เช่น ชื่อเรื่อง คำนำ สารบัญ หรือ Course Outline เพื่อให้สมองเห็นทิศทางของเนื้อหา เมื่ออ่านเนื้อหาละเอียดแล้วจะสามารถเชื่อมโยงและเข้าใจภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น

ในการฝึกทำโจทย์ หากเป็นแบบฝึกที่มีเฉลย เมื่ออ่านโจทย์เสร็จ ให้ดูเฉลยและคำอธิบายประกอบ แล้วเขียนสรุปกระบวนการคิดไว้ข้างโจทย์ เพื่อให้จดจำได้ง่ายขึ้น หากมีเวลาลองเปลี่ยนตัวเลขในโจทย์ดูใหม่ จะช่วยให้เข้าใจหลักการมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องความจำ ได้แก่ สีไฮไลท์ ปากกา หรือการขีดเส้นใต้ ใช้ทำให้ข้อความเด่นชัดขึ้น สังเกตง่ายขึ้น และสามารถใช้ได้ทั้งบนกระดาษและในอุปกรณ์ดิจิทัล

อีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจคือการใช้ตำแหน่งทางกายภาพร่วมกับความจำ เช่น หากมีตารางสำคัญอยู่มุมขวาของหนังสือ ให้ใช้นิ้วชี้ที่ตำแหน่งนั้นเสมอ ๆ จะทำให้สมองเชื่อมโยงข้อความกับพื้นที่ ช่วยให้จำได้แม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในการจำข้อมูลเชิงโครงสร้าง เช่น รายการจำแนกรายได้ หรือคุณลักษณะของบุคคล

บทสรุปของหนังสือเล่มนี้กล่าวว่า หากฝึกทำเทคนิคเหล่านี้เป็นประจำ สมองจะสร้างภาพจำที่ชัดเจนขึ้น และข้อมูลจะกลายเป็นความจำระยะยาวโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากนัก

พี่ตุ่นเห็นว่าเทคนิคนี้นอกจากจะเหมาะกับนักเรียน นักศึกษาแล้ว ยังเหมาะกับผู้ใหญ่หรือคนวัยทำงานที่ต้องใช้ความจำ เช่น การจำชื่อลูกค้า หรือการพูดในที่ประชุม หากเราเอ่ยชื่อบุคคลซ้ำ ๆ หรือจำลองสถานการณ์ในหัว จะช่วยให้สมองจดจำได้ดีขึ้น พี่ตุ่นเองก็จะลองนำเทคนิคนี้ไปใช้เช่นกันค่ะ

หากใครสนใจหนังสือเล่มนี้ สามารถมายืมได้ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่วงสอบนี้ สำนักหอสมุดสนับสนุนบรรยากาศการอ่าน โดยเปิดให้บริการพื้นที่อ่านหนังสือ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 7–29 ตุลาคม 2567 โดยพื้นที่หลังเวลา 20.30 น. ขอสงวนสิทธิ์สำหรับนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยใช้บัตรนักศึกษาหรือบัตรนักศึกษาเสมือนในการเข้าใช้บริการ นอกจากหอสมุดกลางที่เปิด 24 ชั่วโมงแล้ว ห้องสมุดคณะหลายแห่งยังขยายเวลาเปิดบริการเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์สำนักหอสมุด www.library.kku.ac.th

ถึงช่วงสุดท้ายของรายการแล้ว พี่ตุ่นและสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอส่งกำลังใจให้น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา เตรียมตัวสอบให้เต็มที่ มีสุขภาพที่ดี และแบ่งเวลาให้เหมาะสม ขอให้ทุกคนสอบผ่านด้วยคะแนนที่ดีตามเป้าหมาย

พบกันใหม่ใน EP หน้า ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 07.35–08.00 น. วันนี้ สวัสดีค่ะ