งานวิจัยและคำแนะนำชุดใหม่จากผู้เชี่ยวชาญกำลังชี้ช่องทางสร้างสุขที่ยั่งยืนให้ชาว 40 อัป สวนกระแสความเชื่อเก่าๆ ที่ว่าแก่แล้วสุขจะหดหาย บทความล่าสุดจาก YourTango ที่หนุนด้วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สั่งสมมายาวนานหลายสิบปี ระบุว่าแค่ปรับนิสัยบางอย่างให้เป็นกิจวัตร ก็ปูทางให้ชีวิตวัยกลางคนและบั้นปลายเปี่ยมสุข มีความหมายยิ่งขึ้น (yourtango.com) เรื่องนี้นับว่าสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนไทย ในยุคที่ไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว แถมค่านิยมเรื่องความสุขและการพัฒนาตัวเองก็เปลี่ยนไป
แม้สังคมไทยจะยกย่องผู้สูงวัยเป็นผู้ทรงภูมิปัญญามาแต่ไหนแต่ไร แต่คนวัย 40-50 ปีจำนวนไม่น้อยก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่าโอกาสดีๆ ในชีวิตจะหลุดลอยไป รายงานจาก YourTango กลับแย้งว่าวัยกลางคนไม่ใช่ “เส้นตาย” แต่เป็น “โอกาสทอง” ที่จะเติมความหมายให้ชีวิตต่างหาก บทความยังยกบทสัมภาษณ์โค้ชสุขภาวะและเรื่องราวของ “ดาวเด่นแจ้งเกิดช้า” (late bloomers) อย่างจูเลีย ไชลด์ มาตอกย้ำว่าต้องนิยามความสำเร็จกันใหม่ สอดรับกับงานวิจัยยาวนานกว่า 80 ปีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่าด้วยพัฒนาการผู้ใหญ่ ที่ชี้ชัดว่าความสัมพันธ์อันดีงามและการมีเป้าหมายในชีวิต คือหัวใจสำคัญของความสุขและสุขภาพที่ยืนยาว (Harvard Gazette)
สำหรับ 7 นิสัยที่ว่านี้ ไม่เพียงมาจากปากผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังพ้องกับผลการศึกษาด้านจิตวิทยาทั้งระดับโลกและในเอเชีย แนวทางปฏิบัติเหล่านี้ ได้แก่:
- มองหาแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของคนอื่น ไม่ว่าวัยไหน
- ตั้งความฝันของตัวเอง แล้วหมั่นดูแลฟูมฟัก
- กล้าจินตนาการว่าฝันนั้นเป็นจริงได้
- ลงมือทำจริงทีละเล็กทีละน้อย
- แบ่งปันความหวังกับคนรอบข้างที่พร้อมสนับสนุน
- ใช้ชีวิตด้วยใจที่เชื่อว่าความสำเร็จกำลังก่อร่างสร้างตัว
- และขอบคุณสิ่งดีๆ ในชีวิตทุกวัน
แม้จะดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่นิสัยเหล่านี้ล้วนมีรากฐานจากหลักจิตวิทยาที่พิสูจน์แล้ว ทั้งการตั้งเป้าหมาย กำลังใจจากคนรอบข้าง การสร้างภาพความสำเร็จในใจ และอารมณ์คิดบวก ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเสริมพลังใจและความสุขให้พุ่งทะยาน (nytimes.com)
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าแนวทางเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “ทำได้ก็ดี” แต่ส่งผลต่อความพอใจในชีวิตอย่างเห็นได้ชัด โรเบิร์ต วอลดิงเกอร์ นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องพัฒนาการผู้ใหญ่ของฮาร์วาร์ดที่ยังคงศึกษาต่อเนื่อง ย้ำเสมอถึงความเชื่อมโยงระหว่างการสานสัมพันธ์ที่ดี การรู้จักขอบคุณ กับความสุขระยะยาว “สาระสำคัญที่ชัดเจนที่สุดจากงานวิจัย 75 ปีของเราคือ ความสัมพันธ์ที่ดีทำให้เรามีความสุขและสุขภาพดีขึ้น” วอลดิงเกอร์กล่าวในแถลงการณ์ล่าสุด ตอกย้ำผลลัพธ์ที่ใช้ได้กับทุกวัฒนธรรม (Harvard Gazette)
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตของไทยจากสถาบันแพทย์ชั้นนำหลายแห่งก็เห็นพ้องต้องกัน จิตแพทย์อาวุโสจากคณะแพทยศาสตร์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ให้ทัศนะว่า “คนไทยวัย 40 อัป ต้องรับมือกับความเครียดจากความเปลี่ยนแปลงในครอบครัว สังคมเมือง และเศรษฐกิจที่ผันผวนมากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจสำคัญคือต้องดูแลทั้งสายใยในชุมชนและความใฝ่ฝันส่วนตัว เพราะความโดดเดี่ยวและการไร้เป้าหมายในชีวิตเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีของโรคซึมเศร้าในวัยกลางคน” ปัจจุบัน แนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการของกรมสุขภาพจิตก็รวมเอาการทำกิจกรรมชุมชน การตั้งเป้าหมายส่วนตัว และการจดบันทึกขอบคุณไว้ในคำแนะนำเพื่อสุขภาพใจที่ดีด้วยเช่นกัน (กรมสุขภาพจิต)
งานวิจัยนี้ยังสอดรับกับข้อมูลข้ามวัฒนธรรมที่ชี้ว่าความสุขมักเป็น “กราฟรูปตัวยู” ตลอดชีวิต กล่าวคือ ความสุขอาจจะดิ่งลงนิดหน่อยช่วงวัย 40 แต่จะกลับมาพุ่งสูงอีกครั้งเมื่อคนเรามีมุมมองชีวิตที่โตขึ้น มีอิสระ และปล่อยวางได้มากขึ้น (Psychology Today) ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจล่าสุดในไทยพบว่าคนอายุ 50 ปีขึ้นไปกลับมีความพึงพอใจในชีวิตสูงกว่าคนวัย 30 และ 40 ปีเสียอีก หากพวกเขายังคงมีส่วนร่วมในสังคมและตั้งเป้าหมายท้าทายใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่เสมอ
เรื่องราวจากปากผู้ประกอบอาชีพชาวไทยหลายคนที่พลิกเส้นทางอาชีพหรือจุดประกายความฝันใหม่ๆ หลังวัย 40 ก็ยิ่งตอกย้ำเรื่องนี้ เช่น วิศวกรอุตสาหการรายหนึ่งจากจังหวัดทางภาคตะวันออกที่หันมาเอาดีด้านเกษตรอินทรีย์ในช่วงกลางวัย 40 ปัจจุบัน เจ้าตัวเล่าว่าชีวิตดีขึ้นทั้งสุขภาพกายใจและความผูกพันกับชุมชน เช่นเดียวกับผู้บริหารโรงเรียนในเมืองท่านหนึ่งที่เผยว่าการตั้งเป้าหมายใหม่ในงานและการริเริ่มโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ช่วยจุดไฟแห่งเป้าหมายในชีวิตให้ลุกโชนอีกครั้งในวัย 50 ปี
ขั้นตอนง่ายๆ ที่ YourTango แนะนำ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ทำได้จริง มีดังนี้:
- ลิสต์รายชื่อคนที่เป็นแรงบันดาลใจ ประเภท “แก่แต่เก๋า” หรือ “ดาวแจ้งเกิดช้า” ไม่ว่าจะเป็นศิลปินดัง หรือคุณป้าข้างบ้านที่เปิดร้านขายของในตลาดหลังเกษียณ
- เขียนความฝันของตัวเองออกมา จะเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญ พร้อมกำหนดขั้นบันไดที่ชัดเจน ทำได้จริง เพื่อไปให้ถึงฝันนั้น
- เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเอ่ยคำขอบคุณดังๆ หรือเขียนลงสมุด แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เช่น มื้ออร่อยกับครอบครัว สุขภาพที่ยังแข็งแรง หรือแม้แต่ความชุ่มฉ่ำของหน้าฝน
- แชร์ความฝันความปรารถนาให้เพื่อนในกลุ่มไลน์ หรือวงคุยในชุมชนฟัง เพื่อรับกำลังใจและไอเดียดีๆ
ใครที่อยากได้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยัน ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าแค่ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน เช่น จดบันทึกเรื่องน่าขอบคุณสัก 3 อย่าง ก็ช่วยปรับอารมณ์และจูนสมองให้คิดบวกได้แล้ว (shawnachor.com) ขณะที่การตั้งเป้าหมายและจินตนาการถึงความสำเร็จก็พิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มทั้งแรงผลักดันและความสุขทางใจ ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนของโค้ชสร้างแรงบันดาลใจชาวไทยและครูสอนสมาธิสายพุทธเลยทีเดียว
ในมุมวัฒนธรรม ค่านิยมใหม่ๆ เรื่องความสุขเหล่านี้ก็เข้ากันได้ดีกับวิถีไทยดั้งเดิม หลักธรรมพุทธเรื่องสติและการรู้คุณค่าก็เชื่อมโยงกับการฝึกขอบคุณอย่างเป็นธรรมชาติ ความเป็นคนมี “น้ำใจ” ของไทยเราก็สะท้อนถึงการแบ่งปันความฝันและเป้าหมายให้กันและกัน แต่ในยุคที่ประชากรวัย 40 อัปของไทยมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แถมครอบครัวก็เล็กลงและอยู่กันกระจัดกระจาย การลุกขึ้นมาจัดการชีวิตตัวเองจึงสำคัญยิ่งกว่าเดิม
มองไปข้างหน้า ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสังคมไทยที่กำลังแก่ตัวลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องมีโมเดลความสุขแบบใหม่ๆ สำหรับวัยกลางคน เช่น การนำ 7 นิสัยนี้ไปผนวกในโครงการสุขภาพภาครัฐ การขยายศูนย์ชุมชนเพื่อช่วยคนเปลี่ยนอาชีพ หรือแม้แต่สอนการจดบันทึกขอบคุณในโรงเรียน ภาครัฐอาจต้องปรับนโยบายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของวัยกลางคน สร้างแหล่งพักผ่อนหย่อนใจเพื่อสุขภาพ และจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างวัย เหมือนที่ประเทศอื่นๆ ซึ่งเผชิญการเปลี่ยนแปลงประชากรคล้ายๆ กันทำ (nytimes.com)
สำหรับชาวไทยวัย 40 อัป และคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยนี้ งานวิจัยเหล่านี้มอบทั้งความหวังและเข็มทิศนำทาง ข้อคิดสำคัญชัดเจนคือ ความสุขหลังวัย 40 ไม่ได้รอโชคช่วยหรือฟ้าลิขิต แต่อยู่ที่การตั้งใจสร้างนิสัยดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งสอดคล้องทั้งกับวิทยาศาสตร์ยุคใหม่และภูมิปัญญาไทย ถึงเวลาลงมือทำแล้ว เริ่มจากนิสัยเดียวก่อนก็ได้ เช่น เย็นนี้ลองจดบันทึกเรื่องน่าขอบคุณ หรือลองเล่าความฝันเก่าๆ ให้เพื่อนสนิทฟัง
หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถขอรับบริการสุขภาพใจและเข้าร่วมเวิร์คช็อปสร้างสุขได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน วัด หรือช่องทางออนไลน์อย่างเว็บไซต์กรมสุขภาพจิต (กรมสุขภาพจิต) เหนือสิ่งอื่นใด วัยกลางคนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ ที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้สำหรับทุกคนที่พร้อมจะฝัน เชื่อมั่น และลงมือทำ