พักหลังมานี้ มีงานวิจัยใหม่ ๆ ที่หันมาให้ความสนใจกับเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมถึงสุขภาพทางเพศของผู้หญิงวัยใกล้เลขสี่เลขห้ากันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญต่างก็ย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่า การดูแลสุขภาพช่วงวัยหมดประจำเดือนและสุขภาวะโดยรวมนั้น ต้องมองแบบครบวงจร ผลการศึกษาชิ้นล่าสุดจากเมโยคลินิกก็ยิ่งตอกย้ำประเด็นนี้ (การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี โดย เมโยคลินิก) งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า พอผู้หญิงอายุเข้าหลักสี่หลักห้า หากรู้จักดูแลสุขภาพตัวเองแบบองค์รวมและปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างเข้าใจ วัยหมดประจำเดือนก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป แต่จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องทนกับความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจหรือความเสื่อมถอยของร่างกายเสมอไป
สำหรับบ้านเรา ที่มีคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเกือบ 13 ล้านคน แถมสัดส่วนผู้หญิงสูงวัยก็นับวันจะยิ่งเพิ่มขึ้น ความเข้าใจเรื่องนี้จึงสำคัญมาก ไม่ใช่แค่กับสุขภาพของแต่ละคน แต่ยังรวมถึงระบบสาธารณสุขและสังคมโดยรวมด้วย จริง ๆ แล้ว วัยหมดประจำเดือนก็คือกระบวนการตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนเพศจะลดลง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพรอบด้าน ตั้งแต่การนอนหลับ สุขภาพหัวใจ กระดูก ไปจนถึงความจำ ความต้องการทางเพศ และอารมณ์ที่แปรปรวน เมื่อก่อน ผู้หญิงไทยอาจจะไม่ค่อยกล้าเปิดอกคุยเรื่องส่วนตัวแบบนี้เท่าไหร่ อาจจะด้วยเรื่องวัฒนธรรมหรือการเข้าถึงบริการสุขภาพเฉพาะทางที่ยังไม่ง่ายนัก แต่สมัยนี้ คำแนะนำทางการแพทย์มีหลากหลายวิธีที่ทำได้จริงเพื่อดูแลทั้งเรื่องเพศและสุขภาพทั่วไป เช่น ออกกำลังกาย คุยกันเปิดอก ใช้ฮอร์โมนบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์ หรือมีกลุ่มเพื่อนคอยให้กำลังใจ
ทีมวิจัยของเมโยคลินิกให้มุมมองว่า ถ้าเรามองวัยหมดประจำเดือนเป็นเหมือนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของชีวิต ไม่ใช่แค่ปัญหาทางการแพทย์อย่างเดียว ก็จะช่วยให้ผู้หญิงกล้าที่จะบอกความต้องการของตัวเองมากขึ้น “วัยหมดประจำเดือนไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ ที่ซึ่งการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลและการเปิดใจคุยกันจะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสตรีของเมโยคลินิกท่านหนึ่งให้ความเห็น ความก้าวหน้าในการทำความเข้าใจเรื่องฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป สุขภาพช่องคลอด และความเข้มแข็งทางใจ ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนได้มากขึ้น อย่างเช่น การให้ฮอร์โมนทดแทน (HRT) ก็อาจเป็นทางเลือกสำหรับบางคนที่เข้าเกณฑ์ เพื่อช่วยลดอาการร้อนวูบวาบและลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน ขณะเดียวกัน การรักษาแบบไม่ใช้ฮอร์โมนก็ช่วยแก้ปัญหาช่องคลอดแห้งหรือความต้องการทางเพศที่ลดลงได้เหมือนกัน ข้อมูลจากสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งอเมริกาเหนือ (NAMS) ก็บอกว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก โยคะ และการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นประจำ ช่วยบรรเทาอาการยอดฮิตเหล่านี้ได้มากทีเดียว (NAMS)
งานวิจัยชิ้นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่เปลี่ยนไปทั้งในโลกตะวันตกและเอเชียเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศของผู้หญิง ซึ่งเมื่อก่อนอาจเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามหรือไม่ค่อยมีใครพูดถึง ในสังคมไทยเองก็เริ่มตื่นตัวกันมากขึ้นว่า สุขภาพทางเพศที่ดีเป็นส่วนสำคัญของคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้หญิงทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่หลังวัยหมดประจำเดือน บุคลากรทางการแพทย์บ้านเราก็สนับสนุนให้มีการตรวจสุขภาพแบบครบวงจรและเปิดอกคุยกันมากขึ้นระหว่างคนไข้กับคุณหมอ “สำคัญมากที่ผู้หญิงไทย โดยเฉพาะที่อยู่ต่างจังหวัด จะได้รู้ว่ามีคนพร้อมช่วย และวัยหมดประจำเดือนไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บไว้คนเดียวแล้วทนทุกข์เงียบ ๆ” แพทย์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็น
สมัยก่อน ผู้หญิงไทยจำนวนไม่น้อยก็พึ่งพาสมุนไพรและวิธีดูแลตัวเองแบบบ้าน ๆ เพื่อรับมือกับอาการวัยทอง ซึ่งก็เป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ถึงแม้สมุนไพรบางตัวอย่าง แบล็กโคฮอช (black cohosh) หรือตังกุย (dong quai) อาจพอช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง แต่ทางเมโยคลินิกก็เตือนว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มายืนยันสรรพคุณของสมุนไพรเหล่านี้ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ทางคลินิกจึงเน้นว่าการดูแลทางการแพทย์ตามหลักวิทยาศาสตร์นั้นมีประโยชน์ ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจวัฒนธรรมของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย กระทรวงสาธารณสุขบ้านเราก็ได้เริ่มนำความรู้เรื่องวัยหมดประจำเดือนเข้าไปอยู่ในโครงการสุขภาพระดับชาติแล้วเหมือนกัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป มาตรวจคัดกรองโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมะเร็งที่เจอบ่อย ๆ (กระทรวงสาธารณสุข)
มองไปข้างหน้า นักวิจัยเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจคือ เริ่มมีคลินิกวัยทองและกลุ่มให้กำลังใจผุดขึ้นในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ๆ ของไทย ซึ่งส่วนใหญ่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสตรีที่เน้นความเข้าอกเข้าใจและรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้มารับบริการ นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (telemedicine) ที่ก้าวหน้าขึ้น ก็ยังช่วยให้ผู้หญิงไทยแม้จะอยู่ไกลปืนเที่ยง ก็สามารถเข้าถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ กำลังใจ และข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาได้
สำหรับคุณผู้หญิงชาวไทย การนำข้อมูลจากงานวิจัยนี้ไปปรับใช้ ก็คือการหันมาดูแลตัวเองในหลาย ๆ ด้าน อย่างแรกเลยคือ ปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีอาการอะไรที่กวนใจการใช้ชีวิตประจำวัน ต่อมาก็คือให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และกินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นแคลเซียมกับวิตามินดีเยอะ ๆ นอกจากนี้ ก็ควรดูแลใจให้แข็งแรงด้วยการทำสมาธิ หรือเข้าร่วมกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกันที่คอยให้กำลังใจกัน และที่สำคัญสุด ๆ คือ อย่าลืมว่าการเปิดใจคุยเรื่องสุขภาพทางเพศกับคู่ชีวิตและคุณหมอ เป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับสุขภาพที่ดีรอบด้าน ในยุคที่บ้านเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ความพยายามเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่ยังเป็นการช่วยสร้างสังคมที่ผู้หญิงสามารถมีสุขภาพดี สดใส และมั่นใจในตัวเองได้จนถึงบั้นปลายชีวิต
สำหรับแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ผู้อ่านชาวไทยสามารถศึกษาได้จากคู่มือวัยหมดประจำเดือนของเมโยคลินิก (Mayo Clinic Guide to Menopause) คำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข (moph.go.th) และข้อมูลจากสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งอเมริกาเหนือ (menopause.org)