เรื่องสุขภาพอุ้งเชิงกรานเป็นสิ่งที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่ไม่น้อย แต่ปัจจุบันมีงานวิจัยและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาท้าทายความเชื่อเดิมๆ โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยการขมิบ (Kegels) คือทางแก้สากลครอบจักรวาล บทความล่าสุดจาก The Guardian ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อผิดๆ ๕ ประการเกี่ยวกับสุขภาพอุ้งเชิงกราน พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกอ้างอิงหลักฐาน ที่อาจเปลี่ยนมุมมองของคนไทยต่อการดูแลสุขภาพของตนเองไปเลยทีเดียว
อุ้งเชิงกรานคือกลุ่มกล้ามเนื้อสำคัญบริเวณฐานเชิงกรานที่มักถูกมองข้าม กล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยพยุงอวัยวะสำคัญ เช่น กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ มดลูก (ในผู้หญิง) หรือต่อมลูกหมาก (ในผู้ชาย) แต่ยังมีส่วนช่วยในเรื่องสุขภาพทางเพศ การควบคุมการขับถ่าย และแม้กระทั่งความมั่นคงของกระดูกสันหลัง หลายคนอาจไม่ทันสังเกตการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนี้ จนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้น นักกายภาพบำบัดด้านอุ้งเชิงกรานท่านหนึ่งในสหรัฐอเมริกาตั้งข้อสังเกตว่า ความตระหนักรู้เกี่ยวกับกล้ามเนื้อเหล่านี้ยังคงมีน้อยมาก โดยเริ่มตั้งแต่การขาดความรู้ความเข้าใจที่ผู้คนควรได้รับในทุกช่วงวัย
ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับอุ้งเชิงกรานเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและสามารถรักษาได้ แต่กลับถูกซ่อนไว้เงียบๆ เพราะข้อจำกัดทางวัฒนธรรม การขาดการพูดคุยอย่างเปิดอก และการขาดแคลนบริการเฉพาะทาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งในไทยก็ได้แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกับผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ว่าผลที่ตามมาจากการละเลยสุขภาพอุ้งเชิงกรานนั้นมีตั้งแต่ปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ภาวะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน อาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง และปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิต
บทความดังกล่าวได้กล่าวถึงความเชื่อผิดๆ ที่พบบ่อย ๕ ประการ พร้อมหักล้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และให้ข้อคิดที่สำคัญ ดังนี้
ประการแรก ความคิดที่ว่าปัญหาอุ้งเชิงกรานส่งผลกระทบต่อผู้หญิงเท่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะทั้งชายและหญิง ไม่ว่าอายุเท่าใด ก็สามารถประสบปัญหานี้ได้ ในผู้ชาย อาการอาจรวมถึงปัญหาการปัสสาวะ ภาวะไส้ตรงปลิ้นจากอาการท้องผูกเรื้อรัง หรือแม้กระทั่งอาการปวดอุ้งเชิงกรานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้หญิงจะมีความเสี่ยงสูงกว่าเนื่องจากการตั้งครรภ์ การคลอดบุตร และวัยหมดประจำเดือน แต่ผู้ชายก็ควรใส่ใจสุขภาพอุ้งเชิงกรานเช่นกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะในไทยหลายท่านสังเกตเห็นว่า มีการวินิจฉัยอาการปวดอุ้งเชิงกรานในผู้ชายเพิ่มขึ้น ซึ่งมักเชื่อมโยงกับความเครียดหรือปัจจัยด้านวิถีชีวิต คล้ายกับที่พบในต่างประเทศ
ประการที่สอง แม้ว่าปัญหาอุ้งเชิงกรานจะพบบ่อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการมีอายุมากขึ้นหรือการคลอดบุตร ตัวอย่างเช่น อาการปัสสาวะเล็ดส่งผลกระทบต่อผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ ๕๐ และมากถึงร้อยละ ๗๕ ในกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน ๖๕ ปี ขณะที่ผู้หญิงสามในสี่คนจะเคยมีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวชทางเดินปัสสาวะจากมหาวิทยาลัยดุ๊กท่านหนึ่งชี้ว่า การที่อาการพบบ่อยไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องปกติหรือรักษาไม่ได้ แนวคิดนี้สอดคล้องกับการรณรงค์ด้านสาธารณสุขของไทยที่ส่งเสริมให้ประชาชนขอความช่วยเหลือ แทนที่จะยอมรับความไม่สบายกายว่าเป็นเรื่อง “ธรรมชาติ” หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสูงวัย
ประการที่สาม ระบบการดูแลสุขภาพ ทั้งในโลกตะวันตกและในประเทศไทย มักมองข้ามการตรวจคัดกรองและการพูดคุยเรื่องอุ้งเชิงกรานเป็นประจำ ผู้ป่วยมักจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาเอง และอาจไม่ทราบว่าควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านใด ในประเทศไทย ซึ่งสาขาเฉพาะทางอย่างนรีเวชทางเดินปัสสาวะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ปัญหานี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นจากช่องว่างในการสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ต่างสาขา บทความใน The Guardian ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายนี้ โดยให้ความสำคัญกับการที่ผู้ป่วยต้องรู้จักดูแลและเรียกร้องสิทธิเพื่อสุขภาพของตนเอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่สะท้อนให้เห็นในโครงการรณรงค์ให้คนไทยดูแลตนเองเช่นกัน
ประการที่สี่ และอาจเป็นประเด็นที่ขัดแย้งกับความเชื่อเดิมๆ มากที่สุด ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการขมิบ ซึ่งเป็นที่นิยมมานานว่าเป็นทางออกหลัก ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคนเสมอไป แม้ว่าการขมิบจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและช่วยในกรณีที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาจากภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวมากเกินไป การออกกำลังกายลักษณะนี้อาจทำให้อาการแย่ลงได้ ในกรณีเช่นนี้ การผ่อนคลาย การยืดเหยียด และการบำบัดภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมักจะเป็นประโยชน์มากกว่า มุมมองที่ละเอียดอ่อนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เนื่องจากการส่งเสริมวิธีดูแลสุขภาพด้วยตนเองบางครั้งอาจนำไปสู่การปรับใช้โปรแกรมการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ประการสุดท้าย ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุในการปรับปรุงสุขภาพอุ้งเชิงกราน ปัญหาอาจเกิดขึ้นหลายปีหลังจากการบาดเจ็บครั้งแรก เช่น การคลอดบุตร แต่การรักษาก็ยังคงมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเริ่มเมื่อใดก็ตาม ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับสังคมไทย ที่ผู้สูงอายุอาจรู้สึกจำยอมที่จะ “อยู่กับ” ปัญหาเรื้อรัง หรืออาจมองว่าข้อกังวลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติ (และเปลี่ยนแปลงไม่ได้) ของความชรา
ความเห็นพ้องต้องกันของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของไทย คือ การดูแลสุขภาพอุ้งเชิงกรานที่ดีที่สุดนั้นต้องเป็นแบบเฉพาะบุคคล ต้องอาศัยการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ และควรเน้นการให้ความรู้และความตระหนักควบคู่ไปกับการรักษา ทั้งสองเพศและคนทุกช่วงวัยจะได้รับประโยชน์จากการทำความเข้าใจเรื่องอุ้งเชิงกรานอย่างถูกต้อง ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของสังคม การทลายข้อจำกัดทางวัฒนธรรม การฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้มากขึ้น และการบูรณาการสุขภาพอุ้งเชิงกรานเข้ากับการดูแลสุขภาพเบื้องต้น จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนนับล้าน
ในอนาคต การบูรณาการความรู้เรื่องสุขภาพอุ้งเชิงกรานเข้ากับหลักสูตรการเรียนในโรงเรียน ชั้นเรียนเตรียมคลอด และการรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆ จะช่วยส่งเสริมความตระหนักรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย การส่งเสริมการพูดคุยอย่างเปิดอกในครอบครัวและชุมชนอาจช่วยลดการตีตราทางสังคม และทำให้คนไทยจำนวนมากขึ้นกล้าที่จะขอความช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่นๆ ขณะที่สังคมผู้สูงอายุกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านอุ้งเชิงกรานและการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น (โรงพยาบาลกรุงเทพ, ภาพรวมประเทศไทยโดยธนาคารโลก)
สำหรับคนไทย ขั้นตอนที่สามารถทำได้คือการพูดคุยอย่างเปิดเผยกับแพทย์ประจำตัวหรือสูตินรีแพทย์เกี่ยวกับอาการผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือปัญหาทางเพศ หากปัญหายังคงอยู่ ควรขอคำแนะนำเพื่อส่งตัวไปพบนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวชทางเดินปัสสาวะ และควรระมัดระวังในการเลือกโปรแกรมออกกำลังกายด้วยตนเอง โปรดจำไว้ว่า วิธีการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการขมิบ เทคนิคการผ่อนคลาย หรือการบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญ ควรได้รับการปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลภายใต้คำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพ เหนือสิ่งอื่นใด การตระหนักถึงความสำคัญของอุ้งเชิงกรานและการดูแลเชิงรุกสามารถป้องกันความรู้สึกไม่สบายกายที่อาจยาวนานหลายสิบปี และช่วยเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย