ผลวิจัยล่าสุดที่น่าจับตามองเผยว่า ผู้หญิงได้รับประโยชน์สำคัญยิ่งกว่าในการลดอัตราการเสียชีวิตและเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดจากการออกกำลังกายเมื่อเทียบกับผู้ชาย และยังใช้เวลาน้อยกว่าอีกด้วย งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในปี 2024 ในวารสาร Journal of the American College of Cardiology ให้มุมมองใหม่ว่าการออกกำลังกายส่งผลต่อสุขภาพแตกต่างกันอย่างไรตามเพศ ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยกระตุ้นให้สาวๆ ทั้งในไทยและทั่วโลกหันมาใส่ใจการออกกำลังกายให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการชี้ให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนในเรื่องประโยชน์ที่ได้รับ นั่นคือ ผู้หญิงสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญด้วยการออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนัก (MVPA) ในปริมาณที่น้อยกว่าผู้ชาย ข้อมูลนี้หักล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าออกกำลังกายแล้วได้ประโยชน์เท่ากันทั้งหญิงชาย ดังนั้น ข้อสรุปจากงานวิจัยอาจมีผลต่อการปรับเปลี่ยนคำแนะนำด้านสาธารณสุขในวันข้างหน้า และช่วยให้ผู้หญิงจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วของไทย หันมาขยับร่างกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง
งานวิจัยชิ้นนี้เก็บข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพผู้ใหญ่ชาวอเมริกันกว่า 412,000 คน อายุระหว่าง 27 ถึง 61 ปี โดยเป็นผู้หญิงถึงร้อยละ 55 ของผู้เข้าร่วม การเก็บข้อมูลยาวนานกว่าสองทศวรรษ (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 ถึง 2017) ผ่านการสำรวจสุขภาพระดับชาติ (National Health Interview Survey) โดยติดตามพฤติกรรมการออกกำลังกาย สถานะทางเศรษฐกิจสังคม และภาวะสุขภาพ แล้วนำไปจับคู่กับข้อมูลสาเหตุการเสียชีวิตจากดัชนีการเสียชีวิตแห่งชาติของสหรัฐฯ (U.S. National Death Index) จนถึงปี 2019 เพื่อให้เห็นภาพความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างพฤติกรรมการออกกำลังกายกับอัตราการเสียชีวิต (livescience.com)
ผลวิเคราะห์เผยให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจ ในกลุ่มผู้หญิงที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นปริมาณที่แนะนำโดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ พบว่าความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลงถึงร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ออกกำลังกาย ขณะที่ผู้ชายที่ปฏิบัติตามคำแนะนำเดียวกัน อัตราการลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอยู่ที่เพียงร้อยละ 15 ที่สำคัญคือ ผู้หญิงได้รับประโยชน์ในระดับเดียวกับที่ผู้ชายได้รับจากการออกกำลังกาย 300 นาทีต่อสัปดาห์ โดยใช้เวลาเพียง 140 นาที ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการออกกำลังกายในแต่ละนาทีอาจส่งผลดีต่อสรีรวิทยาของผู้หญิงมากกว่า
ด้านการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็ให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน ผู้หญิงที่ฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลดลงร้อยละ 19 และประโยชน์นี้ยังขยายไปถึงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยลดลงถึงร้อยละ 30 อย่างน่าทึ่ง ส่วนผู้ชาย ตัวเลขที่สอดคล้องกันคือการลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุร้อยละ 11 และการลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ 11 นั่นหมายความว่าระบบหัวใจและหลอดเลือดของผู้หญิงตอบสนองต่อประโยชน์เหล่านี้ได้ดีเป็นพิเศษ
หนึ่งในหัวหน้าทีมวิจัยร่วม ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจของสถาบันโรคหัวใจชั้นนำแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ กล่าวว่า “ข้อดีของงานวิจัยนี้คือการค้นพบว่าผู้หญิงสามารถได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักในแต่ละนาทีได้มากกว่าผู้ชาย” ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้หญิงทั่วโลกใช้ความรู้นี้เป็นแรงจูงใจในการเอาชนะอุปสรรคในการออกกำลังกาย (livescience.com) แนวทางการวิจัยนี้สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ในปี 2011 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ซึ่งรายงานความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกว่าระหว่างการออกกำลังกายกับการลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในผู้หญิงเมื่อเทียบกับผู้ชาย (Circulation)
แล้วทำไมผู้หญิงจึงได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายต่อนาทีมากกว่า? ในเชิงสรีรวิทยา นักวิจัยบางส่วนชี้ว่าผู้หญิงอาจตอบสนองต่อการฝึกแอโรบิกและการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระดับหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงระบบเผาผลาญแตกต่างกัน ซึ่งอาจเนื่องมาจากปัจจัยด้านฮอร์โมน กล้ามเนื้อ หรือพันธุกรรม นักวิจัยชั้นนำด้านสาธารณสุขของไทยให้ความเห็นว่า อุปสรรคทางวัฒนธรรมและการเข้าถึงการออกกำลังกายของผู้หญิง ซึ่งพบได้ทั่วไปทั้งในเขตเมืองและชนบท อาจบดบังข้อได้เปรียบเหล่านี้มาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตผู้หญิงมีสัดส่วนน้อยกว่าผู้ชายที่ออกกำลังกายในเวลาว่าง
สำหรับประเทศไทย ผลการวิจัยนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่ง ท่ามกลางอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งผู้หญิงและผู้ชายสูงอายุในประเทศเป็นอย่างมาก (องค์การอนามัยโลก ประเทศไทย) จากผลสำรวจระดับชาติพบว่า ผู้ใหญ่ไทยไม่ถึงครึ่งที่ปฏิบัติตามคำแนะนำการออกกำลังกายระดับโลก โดยผู้หญิงในเมืองมักอ้างถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย การไม่มีเวลา หรือความคาดหวังทางสังคมว่าเป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกาย งานวิจัยใหม่นี้อาจช่วยปรับเปลี่ยนมุมมองว่าการเคลื่อนไหวร่างกายไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อสุขภาพและการมีชีวิตที่ยืนยาวของผู้หญิง
นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นโยบายสุขภาพของไทยจะต้องส่งเสริมโอกาสในการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตจริงของผู้หญิง กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับโรงพยาบาลและศูนย์ชุมชนในท้องถิ่น ได้เริ่มส่งเสริมการเต้นแอโรบิกกลุ่ม ชมรมเดิน และพื้นที่ออกกำลังกายฟรีในสวนสาธารณะแล้ว ซึ่งเป็นการยอมรับคุณค่าของการออกกำลังกายแบบกลุ่มที่เข้ากับวัฒนธรรมในหลายชุมชนของไทย (Bangkok Post) เมื่อประโยชน์ของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสำหรับผู้หญิงชัดเจนขึ้น การขยายการเข้าถึงอุปกรณ์ คลาสสอน และโปรแกรมฟิตเนสที่ครอบคลุมทุกคนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาข้อจำกัดบางประการเพื่อไม่ให้ตีความผลการศึกษาเกินจริง ข้อมูลการออกกำลังกายมาจากการรายงานด้วยตนเอง ซึ่งอาจทำให้ประเมินกิจกรรมจริงสูงหรือต่ำเกินไป นอกจากนี้ การศึกษาวัดเฉพาะการออกกำลังกายในเวลาว่างเท่านั้น ไม่ได้รวมการออกกำลังกายระหว่างทำงานหรือทำงานบ้าน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทย ภาวะสุขภาพที่มีอยู่ก่อนและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจส่งผลต่อผลลัพธ์ได้เช่นกัน
ถึงกระนั้น ผลการวิจัยนี้ก็สอดคล้องกับแนวโน้มที่เห็นได้จริงในประเทศไทย สวนสาธารณะในเมืองเต็มไปด้วยกลุ่มแอโรบิกที่นำโดยผู้หญิงมากขึ้น และมีความสนใจในการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นในทุกวัย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิด้านสุขภาพของไทยเตือนว่ายังคงต้องทำงานอีกมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งผู้หญิงอาจยังขาดการเข้าถึงหรือข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของการออกกำลังกาย
เมื่อมองไปข้างหน้า ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ถึงพัฒนาการหลายประการในอนาคต งานวิจัยใหม่ๆ มีแนวโน้มที่จะสำรวจกลไกทางชีวภาพที่อยู่เบื้องหลังการตอบสนองต่อการออกกำลังกายที่สูงขึ้นของผู้หญิง ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวทางการออกกำลังกายที่ปรับให้เหมาะกับประชากรกลุ่มต่างๆ คาดว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของไทยจะปรับปรุงแคมเปญรณรงค์การออกกำลังกายให้เน้นความสำคัญของการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอในชุมชนสำหรับผู้หญิงทุกวัย การบูรณาการการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเข้ากับโรงเรียน สถานที่ทำงาน และสถานพยาบาล ก็พร้อมที่จะส่งผลกระทบที่กว้างขวางและยั่งยืนยิ่งขึ้น
แล้วผู้อ่านชาวไทยจะนำไปปรับใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างไร? สำหรับคุณผู้หญิงทุกกลุ่ม สารสำคัญที่ควรถือปฏิบัติคือ พยายามออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 140 นาที และฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ กิจกรรมอาจรวมถึงการเดินเร็ว การปั่นจักรยานรอบหมู่บ้าน การเต้นแอโรบิกประกอบเพลงลูกทุ่ง หรือการเข้าร่วมกลุ่มแอโรบิกที่วัดใกล้บ้าน ส่วนคุณผู้ชายก็ไม่ควรละเลยการเคลื่อนไหวร่างกายและการเสริมสร้างกล้ามเนื้อเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว หลักฐานใหม่ชี้ว่าไม่ใช่เรื่องของเวลาที่ใช้ไป แต่เป็นการทำให้ทุกนาทีของการออกกำลังกายมีค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิง
สำหรับชุมชนและผู้กำหนดนโยบาย ผลการวิจัยนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทลายอุปสรรคที่ขัดขวางการมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นผ่านพื้นที่สาธารณะในเมืองที่ปลอดภัย ตารางการทำงานที่ยืดหยุ่น หรือโปรแกรมยิมที่ครอบคลุมทุกคน การลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทยขึ้นอยู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิง ได้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพในการยืดอายุขัยของการออกกำลังกาย
หากต้องการอ่านเพิ่มเติมหรือดูงานวิจัยต้นฉบับ สามารถเข้าไปที่ livescience.com