งานวิจัยหลายชิ้นในช่วงหลังกำลังท้าทายความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าสุขภาพทางเพศของผู้ชายจะร่วงโรยไปตามวัยโดยไม่ส่งผลกระทบอื่นใด ทั้งนี้ มีหลักฐานใหม่บ่งชี้ว่าคุณลักษณะบางประการของสุขภาพทางเพศอาจเชื่อมโยงกับการมีอายุยืนยาว แหล่งข้อมูลทางวิชาการและการแพทย์หลายแห่งชี้ว่า ผู้ชายที่ดูแลสุขภาพทางเพศให้แข็งแรง เช่น มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอและมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนปกติ อาจมีแนวโน้มอายุยืนยาวกว่าคนในวัยเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นที่ว่าผู้ชายที่มีกิจกรรมทางเพศสม่ำเสมอหรือมีสุขภาพทางเพศดีจะมีอายุยืนยาวกว่าจริงหรือไม่นั้น กำลังได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย ซึ่งการพูดคุยเรื่องสุขภาวะทางเพศชายยังคงเป็นเรื่องที่ไม่เปิดเผยนัก งานวิจัยลักษณะนี้จึงทวีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรกำลังส่งผลต่อนโยบายด้านสุขภาพ ผลการศึกษาเหล่านี้มีความหมายต่อผู้ชายไทยและครอบครัว เนื่องจากเป็นการนำมิติสำคัญของสุขภาวะทางเพศมาบูรณาการเข้ากับประเด็นสาธารณสุขในวงกว้าง

ผลการศึกษาเชิงลึกชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยชิคาโกพบว่า แม้โดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายจะมีอายุขัยโดยรวมสั้นกว่าผู้หญิง แต่ช่วงชีวิตที่ยังมีกิจกรรมทางเพศกลับยาวนานกว่า ตัวอย่างเช่น ผู้ชายวัย 55 ปี สามารถคาดหวังได้ว่าจะมีกิจกรรมทางเพศต่อไปได้อีกประมาณ 15 ปี เทียบกับผู้หญิงในวัยเดียวกันซึ่งมีช่วงเวลาดังกล่าวไม่ถึง 11 ปี อ้างอิงจากงานวิจัยนี้ (news.uchicago.edu) ขณะที่งานวิจัยสำคัญอื่นๆ เช่น งานวิจัยที่เผยแพร่โดย Harvard Health พบว่าผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตในระหว่างช่วงเวลาศึกษาสูงกว่าผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนปกติ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปัจจัยทางชีวภาพที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพทางเพศกับการมีอายุยืนยาว (health.harvard.edu)

นักวิจัยทางการแพทย์ไม่ได้ศึกษาเพียงปัจจัยทางกายภาพอย่างระดับฮอร์โมนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประโยชน์ทางด้านจิตใจของกิจกรรมทางเพศด้วย งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMC Geriatrics พบว่าความพึงพอใจในเรื่องเพศสัมพันธ์สัมพันธ์กับการมีอายุยืนยาวขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และการให้ความสำคัญกับเรื่องเพศก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์นี้ด้วย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ผู้ชายที่เห็นคุณค่าและได้รับความพึงพอใจจากชีวิตเพศของตนเอง อาจมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนยาวกว่า (pmc.ncbi.nlm.nih.gov)

จากบทสรุปในคลังข้อมูลแบบเปิดของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) หัวหน้าทีมวิจัยท่านหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า “ผลสำรวจจำนวนมากชี้ว่าผู้ชายมักจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งกว่าผู้หญิงตลอดช่วงชีวิต การรักษาสุขภาพทางเพศจึงเป็นทั้งตัวบ่งชี้และปัจจัยที่ส่งเสริมสุขภาวะโดยรวมของผู้ชายเมื่ออายุมากขึ้น” (pmc.ncbi.nlm.nih.gov) ในทำนองเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะจากฮาร์วาร์ดท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า “ผู้ชายที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเรื้อรังได้ง่ายกว่า ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนกลุ่มนี้มีอายุขัยสั้นลง”

สำหรับผู้ชายไทย งานวิจัยระดับโลกเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของประเทศ นโยบายสาธารณสุขไทยที่ก้าวหน้าขึ้นเริ่มตระหนักว่าสุขภาพทางเพศเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยกำลังเผชิญกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความเชื่อและทัศนคติบางอย่างในสังคมอาจทำให้หลายคนไม่กล้าพูดคุยเรื่องปัญหาทางเพศหรือเข้ารับการรักษา ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัดเจนถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพทางเพศกับคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงบั้นปลาย

ความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพทางเพศกับการมีอายุยืนยาวนั้น สะท้อนนัยยะสำคัญทั้งในทางการแพทย์และวัฒนธรรม ในสังคมไทยดั้งเดิม ความเป็นชายและความแข็งแรงทางเพศเป็นสิ่งที่ได้รับการให้คุณค่ามานาน แต่การพูดคุยอย่างเปิดเผยยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ปัจจุบัน หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้เสนอเหตุผลที่หนักแน่นพอในการทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ และส่งเสริมให้ผู้ชายหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพทางเพศ ไม่ใช่เพียงเพื่อความสุขส่วนตัว แต่ในฐานะกลยุทธ์สำคัญสู่การมีสุขภาพดีในวัยสูงอายุ

เมื่อมองไปในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าความก้าวหน้าในการดูแลสุขภาพของผู้ชาย เช่น การตรวจคัดกรองภาวะฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำและภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่ทั่วถึงมากขึ้น จะช่วยให้ผู้ชายไทยมีสุขภาพดีขึ้นและอายุยืนยาวขึ้นได้ บุคลากรสาธารณสุขในไทยอาจจำเป็นต้องพัฒนารณรงค์ให้ความรู้ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนให้ผู้ชายเข้าถึงบริการสุขภาพทางเพศได้ง่ายขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยอย่างเปิดอกในเรื่องนี้

แม้ว่าผู้ชายแต่ละคนอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยทั้งหมดที่ส่งผลต่อสุขภาพทางเพศได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ได้แนะนำแนวทางปฏิบัติหลายประการ เช่น การรักษาวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเพื่อช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน การปรึกษาแพทย์เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ และการจัดการปัญหาสุขภาพจิตที่อาจส่งผลกระทบต่อความสุขทางเพศ สำหรับหลายๆ คน การเอาชนะความอายหรือไม่กล้าที่จะพูดคุยเรื่องสุขภาพทางเพศกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและองค์ความรู้จากงานวิจัยใหม่ๆ การผนวกรวมเรื่องสุขภาวะทางเพศเข้ากับการดูแลสุขภาพองค์รวมเพื่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยโดยรวมในที่สุด

หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านบทสรุปงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ที่ Harvard Health, University of Chicago News, BMC Geriatrics และ คลังข้อมูลเปิดของ NIH