จากต้นกล้าสู่ต้นข้าว...แข็งแกร่งและก้าวไกล
นับถึงวันนี้ ผมเดินทางมาอยู่ในสังกัดจังหวัดกาญจนบุรีครบ ๓๔ ปีเต็ม แต่ก็แปลกดี ที่มีโอกาสไปทำธุระในตัวจังหวัดเพียงปีละ ๔ - ๕ ครั้ง ส่วนใหญ่จะไปติดต่องานการศึกษาเสียมากกว่า
ปัจจุบันผมอยู่ในรีสอร์ตทุ่งดินดำ ในเขตอำเภอเลาขวัญ ใกล้ชิดติดเขตรอยต่อ ตำบลบ้านโข้ง อำเภออู่ทอง ห่างกันเพียง ๒๐๐ เมตร โดยมีลำคลองที่แห้งขอดกั้นไว้เท่านั้น
ถ้าจะเดินทางไปตัวเมืองสุพรรณฯ ขับรถไม่ถึง ๖๐ กม. ผมจึงคุ้นชินกับสุพรรณบุรีมิใช่น้อยเลย
จึงพอจะรู้ว่าสุพรรณฯไม่เหมือนเดิม ทั้งไหล่ทางและเกาะกลางถนน สวยน้อยกว่าเดิมนิดนึง ส่วนทีมฟุตบอลที่ผมเคยชื่นชอบและเชียร์ทางทีวีทุกนัด หลายปีแล้วที่เลิกติดตาม เพราะถึงยังไงก็ลุ้นไม่ขึ้น
สิ่งที่ดูมั่งคั่งและยั่งยืน ก็เห็นจะมีเพียงงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมของเมืองสุพรรณ ที่ผมติดตามแล้วพบว่า มีกิจกรรมที่ส่วนราชการดูแลรักษาไว้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ถึงแม้ว่าบ้านผมจะไม่ได้ใกล้ชิดติดเมืองกาญจน์ แต่ผมก็รักเมืองกาญจน์ เหตุผลแรกที่ทำให้รักมากก็คือ เมืองกาญจน์เป็นจังหวัดที่ผมรับราชการอย่างมั่นคงและมีความก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้
เคยคิดถึงเรื่องการเติบโตของเมืองกาญจน์ใน ๒ เรื่องหลักๆ คือ ถนนหนทางและกีฬาฟุตบอล วันก่อนพาลูกชายไปสมัคร ชพค. ได้เห็นการปรับปรุงเส้นทางอย่างมากมาย งานนี้นอกจากจะให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนแล้ว ยังถือว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย
ส่วนทีมฟุตบอล”พลังกาญจน์” ผมติดตามทางยูทูป พอทราบว่ากำลังจะคว้าตั๋วขึ้นไปถึงไทยลีก ก็รู้สึกดีใจไปกับกองเชียร์ชาวกาญจน์ ที่รวมพลังกันได้อย่างเหนียวแน่นจริงๆ
วันนี้ เมืองกาญจน์โด่งดังหลายเรื่อง ขอหยิบยกเอาแต่เรื่องเด่นที่เป็นรอยยิ้มและความเพลิดเพลินเจริญใจมาพูดคุยกันจะดีกว่า คงไม่มีเรื่องใดที่เด่นเกินน้องต้นข้าว..สุปรียา..ไปได้ในวินาทีนี้
นับตั้งแต่ออกรายการดวลเพลงชิงทุนในวันแรกทางช่องONE๓๑ ผมก็ร้องว้าวแล้ว เพราะต้นข้าวเพิ่งจะจบชั้น ป.๖ จากร.ร.วัดไชยชุมพลชนะสงคราม(วัดใต้) ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองกาญจนบุรีนั่นเอง
จากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็นั่งเฝ้าหน้าจอรอทุกเย็นวันจันทร์ถึงวันเสาร์ จนมาถึงวันนี้นานกว่า ๑ เดือนแล้ว แต่ผมก็รู้สึกว่าคุ้มค่ากับการรอคอย เพราะต้นข้าวเป็นแชมป์สมัยที่ ๓๕ เป็นที่เรียบร้อย
นัยสำคัญก็คือ หากต้นข้าวยังร้องเพลงแนวลูกทุ่งของคุณพุ่มพวงหรือลูกทุ่งภาคกลาง ไม่แวะไปร้องแนวหมอลำอีสาน งานนี้คาดว่าน่าจะเป็นแชมป์ต่อไปได้ยาวๆกันเลยทีเดียว
ด้วยน้ำเสียงและเทคนิคการร้องแทบจะไม่ต้องห่วง จะมีก็แต่อารมณ์เพลงที่อาจจะต้องปรับปรุงบ้าง ซึ่งวัยเพียง ๑๒ ปีเท่านั้น สามารถนำคำสอนของครูเพลงไปปรับได้ไม่ยากอยู่แล้ว
เมื่อย้อนไปดูประวัติต้นข้าวที่ร้องเพลงเปิดหมวกมาตั้งแต่อายุ ๕ ขวบ ทำให้ผมนึกถึงบทกวีของท่านสุนทรภู่ที่ว่า”อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดคงเกิดผล” จริงแท้แน่นอนเลย
อีกทั้งต้นข้าวยังมีความกตัญญูรู้คุณครูบาอาจารย์ ต่อคุณปู่คุณย่าและญาติมิตร ทิศทางต่อไปที่ต้นข้าวจะก้าวเดิน ย่อมจะพบเจอแต่ความเจริญงอกงามยิ่งๆขึ้นไป
เปิดทอมแล้ว ต้นข้าวเข้าเรียนชั้นม. ๑ โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ โรงเรียนดี มีคุณภาพของเมืองกาญจน์ จึงไม่น่าห่วงสิ่งแวดล้อมทางสังคม และต้นข้าวเองก็รักการเรียน และเรียนดีมาตลอด
อนาคตอันใกล้ ผมเชื่อว่าเมืองกาญจน์ จะมีเพชรเม็ดงามอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งไทย ทั้งเสียงดีและมีคุณภาพชีวิตที่น่าเป็นแบบอย่างแก่เด็กและเยาวชน ผมขอเป็น FC ด้วยคนนะ..ต้นข้าว..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘








