ราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกากำลังซ้ำเติมให้ชาวอเมริกันจำนวนมากต้องดิ้นรนหนักขึ้นกว่าเดิม หากคิดจะกินอาหารดีๆ เพื่อสุขภาพ โดยผู้ใหญ่เกือบ 7 ใน 10 คนชี้ว่าค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นคือตัวปัญหาใหญ่ ผลสำรวจล่าสุดจาก Pew Research Center นี้สะท้อนภาพรวมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ที่ความบีบคั้นทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่เปลี่ยนไปก็กำลังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการกินของผู้คนเช่นกัน

ผลสำรวจระดับประเทศครั้งนี้ ซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ปี 2025 โดยมีผู้ใหญ่ชาวอเมริกันกว่า 5,100 คนเข้าร่วม พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจถึง 90% สังเกตเห็นว่าราคาอาหารเพื่อสุขภาพแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ 69% ระบุว่าค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นเหล่านี้เป็นอุปสรรคขัดขวางการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำคือกลุ่มที่เดือดร้อนหนักที่สุด โดย 47% เผชิญความยากลำบากเป็นพิเศษ เทียบกับเพียง 15% ในกลุ่มครัวเรือนรายได้สูง ช่องว่างนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสถานะทางเศรษฐกิจสังคมกับสุขภาพโภชนาการ (CNN)

แม้ว่างานวิจัยชิ้นนี้จะเจาะจงไปที่สถานการณ์ในสหรัฐฯ แต่ข้อค้นพบที่ได้ก็ฉายภาพให้เห็นถึงปัญหาคล้ายๆ กันที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังต่อสู้กับผลพวงจากการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอัตราโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้น หรือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ทะยานไม่หยุด ปัญหาหลักๆ ทั้งเรื่องกำลังซื้อ ความรอบรู้ด้านอาหาร และแรงดึงดูดของอาหารแปรรูปสูง ก็ล้วนเป็นปัญหาที่พบเห็นได้ทั่วไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและไลฟ์สไตล์ และผู้ก่อตั้ง True Health Initiative ท่านหนึ่ง ให้ข้อสังเกตว่า แม้ค่าใช้จ่ายจะเป็นอุปสรรคสำคัญ แต่ความรอบรู้ด้านอาหาร หรือทักษะในการเลือกซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพในราคาที่จับต้องได้ อาจมีความสำคัญยิ่งกว่า “บรรดาถั่วเมล็ดแห้งและธัญพืชไม่ขัดสีต่างก็มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก แถมราคาก็ไม่แพง การนำธัญพืชเหล่านี้มาหุงต้มกินเองก็มีประโยชน์และช่วยประหยัดได้มาก” ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้กล่าวกับ CNN พร้อมเน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและลดภาระค่าใช้จ่าย “แค่เพิ่มเมนูที่มีวัตถุดิบเหล่านี้เข้าไป แล้วลดการกินเนื้อสัตว์ราคาแพงลง ก็จะช่วยให้คุณภาพอาหารโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมยังช่วยลดรายจ่ายได้อีกด้วย เช่นเดียวกับการหันมาดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น และลดเครื่องดื่มรสหวานต่างๆ อุปสรรคที่แท้จริงจึงไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นความสามารถในการอ่านและทำความเข้าใจข้อมูลบนฉลากโภชนาการต่างหาก” ผู้เชี่ยวชาญท่านเดิมกล่าวเสริม (CNN)

ภาพรวมของสถานการณ์นี้นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ในแต่ละปี มีชาวอเมริกันกว่าล้านคนต้องเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวพันกับการกินอยู่ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ มะเร็ง และเบาหวานชนิดที่ 2 ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละประมาณ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการสูญเสียผลิตภาพ (The Harvard Gazette) ผลการศึกษาเชิงประจักษ์พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเกินกว่าครึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำพื้นฐานด้านโภชนาการได้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ เกือบ 60% ของผู้ตอบแบบสำรวจของ Pew กลับเชื่อว่าอาหารที่ตนเองกินอยู่นั้น “ค่อนข้างดีต่อสุขภาพ” ดังที่ผู้ก่อตั้ง True Health Initiative ท่านเดิมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การประเมินตนเองมักเชื่อถือไม่ค่อยได้ “เราไม่ได้ปล่อยให้คนทั่วไป ‘เดา’ เอาเองว่าความดันโลหิตของตัวเองเป็นเท่าไหร่ ดังนั้น เราก็ไม่ควรคาดหวังให้พวกเขา ‘เดา’ คุณภาพอาหารที่ตัวเองกินเข้าไปเช่นกัน”

แล้วอะไรคือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการกินของชาวอเมริกัน? “รสชาติ” มาเป็นอันดับหนึ่ง โดย 83% ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากที่สุด ตามมาด้วย ราคา คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ และความสะดวกสบาย ความชอบเหล่านี้เองที่ทำให้อาหารแปรรูปสูง ซึ่งมักอุดมไปด้วยน้ำตาล ไขมัน เกลือ และวัตถุเจือปนอาหาร ได้เปรียบอาหารสดใหม่ที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า ปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปสูงคิดเป็นสัดส่วนถึง 71% ของปริมาณอาหารทั้งหมดในสหรัฐฯ (National Library of Medicine) ตัวเลขน่าตกใจนี้ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ มะเร็ง ภาวะซึมเศร้า และอายุขัยที่สั้นลงยิ่งเพิ่มสูงขึ้น (BMJ)

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ชาวอเมริกันที่ทำอาหารกินเองที่บ้านเป็นประจำ มักจะมองว่าอาหารของตัวเองดีต่อสุขภาพมากกว่ากลุ่มที่กินข้าวนอกบ้านเป็นอาจิณ ในกลุ่มคนที่กินข้าวบ้านเป็นหลัก ประมาณหนึ่งในสามเห็นว่าอาหารของตน “ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่งหรือดีมาก” ขณะที่ในกลุ่มคนกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ มีเพียง 12% เท่านั้นที่รู้สึกแบบเดียวกัน (CNN) ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับข้อมูลจากทั่วโลกที่ชี้ว่าอาหารปรุงเองที่บ้านมักมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่า และยังสะท้อนถึงสถานการณ์ของครอบครัวไทยจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญแรงกดดันคล้ายๆ กัน จากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปและตารางชีวิตที่วุ่นวายในเมืองใหญ่

การต่อกรระหว่างกำลังซื้อ ความพร้อมของอาหาร และคุณภาพทางโภชนาการ ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ในอเมริกาเท่านั้น ในบ้านเรา ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ว่าราคาอาหารที่ดีต่อสุขภาพและผ่านการแปรรูปน้อยยังคงแพงขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ทำให้ทางเลือกของคนไทยรายได้น้อยยิ่งมีจำกัด (Bangkok Post) ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ การขยายตัวของอาหารสะดวกซื้อและอาหารสไตล์ตะวันตก ส่งผลให้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างเบาหวานและโรคหัวใจ เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย (World Bank) หน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยเองก็ได้เน้นย้ำอยู่เสมอถึงความจำเป็นในการพัฒนาความรอบรู้ด้านอาหาร ซึ่งสอดรับกับข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและไลฟ์สไตล์ท่านเดิม ที่เรียกร้องให้ผู้คนมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับทางเลือกอาหารที่ทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการและคุ้มค่าคุ้มราคา เช่น ไข่ เต้าหู้ พืชตระกูลถั่วต่างๆ และผักพื้นบ้าน

ในมิติทางวัฒนธรรม ทั้งสองประเทศต่างก็เผชิญความท้าทายในการปรับเปลี่ยนความชอบด้านอาหารที่ฝังรากลึกมานาน ในบ้านเรา วัฒนธรรมการทำอาหารกินเองในครอบครัว ซึ่งเน้นผักผลไม้สด ปลา และข้าว ก็เริ่มจางหายไปในหลายๆ บ้าน โดยถูกแทนที่ด้วยขนมขบเคี้ยวแปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารจานด่วนนำเข้า ผลการศึกษาตลาดชี้ว่าอาหารพร้อมกินและอาหารสะดวกซื้อกำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดอาหารไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (Euromonitor) ความพยายามที่จะฟื้นฟูอาหารแบบดั้งเดิม เช่น โครงการรณรงค์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกี่ยวกับครัวโรงเรียนและชุมชน ก็มุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้เชิงปฏิบัติและส่งเสริมระบบอาหารท้องถิ่น

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระดับโลกยังคงสนับสนุนรูปแบบการกินอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก เช่น อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีส่วนช่วยลดโรคและยืดอายุขัยได้ในทุกช่วงวัย ผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ท่านหนึ่ง เน้นย้ำว่า “ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ… ผู้คนมีความยืดหยุ่นอย่างมากในการออกแบบรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพของตัวเอง แต่หลักการพื้นฐาน เช่น การกินอาหารจากพืชให้มากขึ้น ลดการกินเนื้อแดง เนื้อสัตว์แปรรูป รวมถึงน้ำตาลและโซเดียมที่เติมเข้าไป ควรเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าคุณจะอยากสร้างสรรค์รูปแบบอาหารแบบไหนก็ตาม” (CNN)

เมื่อมองไปข้างหน้า คาดการณ์ว่าปัญหาเงินเฟ้อด้านอาหารและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหารจะยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ตราบใดที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกยังคงผันผวนและวิกฤตสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขต่างเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของมาตรการเชิงนโยบาย เช่น การอุดหนุนราคาผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี การปรับปรุงฉลากอาหารให้ชัดเจนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น และการให้ความรู้ด้านโภชนาการในโรงเรียน (WHO) สำหรับประเทศไทย การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนและการสนับสนุนการทำเกษตรในเมืองสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครอบครัวกลุ่มเปราะบางและช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารได้

สำหรับผู้อ่านชาวไทย ข้อคิดที่นำไปปรับใช้ได้จริงนั้นชัดเจน นั่นคือ การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในงบประมาณจำกัดนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ และบ่อยครั้งก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการหันกลับไปหาอาหารไทยพื้นบ้านราคาไม่แพง เช่น ข้าวต้มเครื่อง แกงจืดผักรวม หรือผัดผักต่างๆ ที่เน้นวัตถุดิบตามฤดูกาลในท้องถิ่นและโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณที่พอดี การเพิ่มความรอบรู้เกี่ยวกับทางเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การลดการพึ่งพาอาหารนำเข้าราคาแพงหรืออาหารแปรรูปสูง และการให้ความสำคัญกับการทำอาหารกินเองที่บ้าน ไม่ว่าจะทำคนเดียวหรือช่วยกันทำในครอบครัว ล้วนส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมากแม้ในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง

ในยามที่ราคาอาหารทั่วโลกทะยานสูงขึ้น ความท้าทายไม่ได้อยู่แค่เรื่องปากท้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องวัฒนธรรมและการเรียนรู้ด้วย คนไทยสามารถนำภูมิปัญญาและมรดกทางอาหารของตนมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์มื้ออาหารที่สมดุลและสบายกระเป๋า พร้อมๆ กับการสนับสนุนให้เกิดการปรับปรุงเชิงระบบ เพื่อให้การเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูล: CNN: Most Americans say higher food prices are keeping them from eating healthy, new survey says The Harvard Gazette: Poor diet tied to $1.1 trillion in U.S. health care costs BMJ: Association between consumption of ultra-processed foods and all cause mortality National Library of Medicine: Ultra-processed foods in the US diet Bangkok Post: Data on food costs in Thailand World Bank: Thailand – Health challenges and NCDs WHO: Healthy Diet Factsheet Euromonitor: Thailand convenience food trends