พักหลังมานี้ งานวิจัยหลายชิ้นเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับกล้ามเนื้อโซแอส (psoas) กล้ามเนื้อส่วนลึกที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างกายแต่กลับมีความสำคัญไม่น้อย ถึงแม้ชื่อของมันอาจจะไม่คุ้นหูเท่ากล้ามเนื้อมัดอื่น แต่ทุกวันนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และนักกายภาพบำบัดต่างลงความเห็นว่ากล้ามเนื้อโซแอสมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความมั่นคงของแกนกลางลำตัว การเคลื่อนไหว และส่งผลไปถึงสุขภาพใจเลยทีเดียว รายงานล่าสุดจาก Literary Hub ชี้ว่า การทำความเข้าใจบทบาทของกล้ามเนื้อส่วนนี้อาจพลิกโฉมแนวทางการฟื้นฟูร่างกาย การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพแบบเดิมๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนนับล้าน โดยเฉพาะในบ้านเราที่วิถีชีวิตคนเมืองส่วนใหญ่มักนั่งนิ่งอยู่กับที่ และอาการปวดหลังเรื้อรังก็กลายเป็นปัญหาสุดฮิต
เจ้ากล้ามเนื้อโซแอสเนี่ย มันซ่อนตัวอยู่ลึกถึงในช่องท้องเลยนะ เชื่อมระหว่างกระดูกสันหลังกับกระดูกต้นขา พาดผ่านอุ้งเชิงกรานไป กล้ามเนื้อมัดนี้แหละที่เป็นตัวหลักในการเคลื่อนไหวพื้นฐานของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ยืน หรือนั่ง แถมยังทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพ คอยรับแรงกระแทกให้กระดูกสันหลังอีกด้วย ถึงจะสำคัญขนาดนี้ แต่คนส่วนใหญ่กลับแทบไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของมัน จนได้ฉายาว่าเป็น “กล้ามเนื้อที่โคตรสำคัญ แต่คุณดันไม่รู้จัก” เลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนแอหรือตึงตัวขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการนั่งแช่นานๆ หรือไม่ค่อยได้ขยับเขยื้อนร่างกาย ก็อาจจะทำให้ปวดหลัง ท่าทางเสียสมดุล หรือแม้กระทั่งมีปัญหากับระบบย่อยอาหารได้เลยนะ นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก็ย้ำเลยว่า “โซแอสนี่แหละเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ช่วยงอสะโพกและสร้างความมั่นคง พอหดสั้นตึงเปรี๊ยะขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่แค่ปวดหลังล่างนะ แต่ยังลามไปปวดส่วนอื่นของร่างกายได้ด้วย”
งานวิจัยใหม่ๆ ยิ่งทำให้เราเข้าใจเรื่องกล้ามเนื้อโซแอสได้ลึกซึ้งกว่าแค่หน้าที่ทางกายภาพแบบเดิมๆ ข้อมูลจากงานวิจัยบน PubMed ก็ชี้ชัดว่า ความไม่สมดุลและการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อโซแอสนี่แหละ ที่ไปเกี่ยวโยงกับอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่เราเจอกันบ่อยๆ ไม่แค่นั้นนะ งานศึกษาที่กำลังทำกันอยู่ยังบอกอีกว่า โซแอสอาจจะมีเอี่ยวกับการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายด้วย โดยมันเชื่อมโยงความตึงของกล้ามเนื้อเข้ากับความวิตกกังวลและความเครียดผ่านกลไกที่เรียกว่า “กาย-ใจสัมพันธ์” (mind-body connection) นั่นเอง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ “สู้หรือหนีตาย” (fight or flight) ของร่างกาย กล้ามเนื้อโซแอสจึงสามารถกักเก็บความเครียดทางอารมณ์เอาไว้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไปสอดรับกับแนวทางของนักบำบัดสายสุขภาพองค์รวมในบ้านเราเป๊ะเลย ที่เน้นการยืดเหยียดเบาๆ เล่นโยคะ และนวดเพื่อคลายความตึงเครียดกันมาแต่ไหนแต่ไร เป็นการผสมผสานวิทยาศาสตร์ยุคใหม่เข้ากับภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านสุขภาพได้อย่างลงตัว
สำหรับเมืองไทยเรา ที่ชีวิตคนออฟฟิศและคนเมืองส่วนใหญ่มักจะนั่งติดเก้าอี้ มีกิจกรรมทางกายน้อยลง การหันมาใส่ใจความสำคัญของกล้ามเนื้อโซแอสจึงเป็นเรื่องที่เข้ากับสถานการณ์สุดๆ ผลสำรวจด้านสาธารณสุขจากกระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Public Health Thailand) ก็บอกว่า ผู้ใหญ่ไทยในเมืองเกือบ 1 ใน 3 ต้องเจอปัญหาปวดหลังกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งปัญหานี้ก็ดูจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนชาวออฟฟิศที่เพิ่มมากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และหัวเมืองใหญ่ๆ ทุกวันนี้ นักกายภาพบำบัดในบ้านเราก็เริ่มเอาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากต่างประเทศมาปรับใช้ โดยเน้นท่าออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของแกนกลางลำตัว โดยพุ่งเป้าไปที่กล้ามเนื้อมัดนี้โดยเฉพาะ ในงานสัมมนาล่าสุดที่จัดโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำแห่งหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูท่านหนึ่งให้ข้อสังเกตว่า “พอเราให้ความรู้ผู้ป่วยเรื่องกล้ามเนื้อโซแอสมากขึ้น มันเปลี่ยนวิธีที่เราดูแลคนไข้ปวดเรื้อรังกับการป้องกันการบาดเจ็บไปเยอะเลยครับ”
การที่คนหันกลับมาสนใจกล้ามเนื้อโซแอสกันมากขึ้น ก็ดันไปสอดคล้องกับภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยเราพอดิบพอดี อย่างการนวดแผนไทยที่เราทำสืบต่อกันมาเป็นร้อยๆ ปี ก็มีเทคนิคที่ช่วยยืดเหยียดและกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการงอสะโพกอย่างนุ่มนวล ซึ่งนักบำบัดยุคนี้บอกว่ามันก็คือการช่วยคลายกล้ามเนื้อโซแอสดีๆ นี่เอง สตูดิโอโยคะกับศูนย์สุขภาพหลายแห่งในกรุงเทพฯ เลยเริ่มเอาท่าบริหารที่เน้นกล้ามเนื้อโซแอสมาใส่ไว้ในคลาสต่างๆ เป็นการผสมผสานความรู้จากวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาโบราณ เพราะเห็นแล้วว่ากล้ามเนื้อมัดนี้มันส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจจริงๆ
มองไปข้างหน้า ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อโซแอสจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นมีข้อเสนอให้ตรวจเช็กความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อกันเป็นประจำ รวมถึงรณรงค์ให้ความรู้กันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในโรงเรียนและที่ทำงาน ไม่หมดแค่นั้น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์ก็มีแผนจะศึกษาผลลัพธ์ของการออกกำลังกายที่เน้นกล้ามเนื้อโซแอสโดยเฉพาะ ว่าจะช่วยลดอาการปวดหลังส่วนล่างในกลุ่มชาวออฟฟิศไทยได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้พัฒนาแนวทางการป้องกันและดูแลตัวเองที่อ้างอิงจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จริงๆ ยิ่งคนเรารู้จักกล้ามเนื้อ “ลึกลับ” มัดนี้ดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะช่วยให้ทุกคนดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น
สำหรับท่านผู้อ่านชาวไทยที่อยากจะดูแลและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อโซแอส ลองดูเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ที่อาจให้ผลลัพธ์ดีเกินคาด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้หาเวลาพักยืดเส้นยืดสาย ขยับร่างกายบ้างระหว่างวันทำงานเป็นประจำ ลองฝึกโยคะท่าง่ายๆ อย่าง “ท่าลันจ์” (lunge) หรือ “ท่าสะพานโค้ง” (bridge) ดูก็ได้ แต่ถ้ามีอาการปวดหรือตึงเมื่อไหร่ ก็ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญทันที อย่างที่เขาว่ากันว่า “ความรู้คือพลัง” การทำความเข้าใจกล้ามเนื้อชิ้นสำคัญนี้ อาจช่วยให้คนไทยจำนวนไม่น้อยมีชีวิตที่สุขภาพดีขึ้น ปลอดจากความเจ็บปวดได้จริงๆ
แหล่งข้อมูล: Literary Hub: “It’s the Most Important Muscle in Your Body and You Don’t Even Know What It’s Called” PubMed: งานวิจัยเกี่ยวกับหน้าที่และการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อโซแอส กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย