บริตตานี มาโฮมส์ เจ้าของร่วมทีมฟุตบอลหญิง Kansas City Current และภรรยาสาวสวยของ แพทริค มาโฮมส์ ควอเตอร์แบ็กซูเปอร์สตาร์แห่ง NFL กำลังเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก หลังจากเธอโพสต์ภาพครอบครัวสุดอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งมีสมาชิกใหม่ล่าสุดคือ “โกลเดน เรย์ มาโฮมส์” ลูกสาววัยสามเดือน ภาพเซ็ตนี้ถูกโพสต์ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ที่ผ่านมา เผยให้เห็นความสุขของครอบครัว 5 คน สะท้อนไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูกยุคใหม่และการเปิดเผยเรื่องราวในครอบครัวสู่สาธารณะ ซึ่งกำลังกลายเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่ครอบครัวคนดัง

ครอบครัวมาโฮมส์มาในธีมชุดสีสันสดใสเข้ากัน โดยบริตตานีและลูกสาวทั้งสองคน สเตอริ่ง สกาย วัย 4 ขวบ และน้องเล็กโกลเดน สวมชุดเดรสสีชมพูเหมือนกัน ส่วนแพทริคกับลูกชาย แพทริค “บรอนซ์” ลาวอน มาโฮมส์ที่ 3 วัย 2 ขวบ ก็มาในชุดเสื้อโปโลสีสดใสกับกางเกงสีขาว ภาพชุดนี้ไม่เพียงแต่ถูกใจแฟนกีฬา แต่ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตรทั่วโลก นอกจากนี้ ภาพน่ารักๆ ยังเผยให้เห็นเด็กๆ กำลังสนุกกับกิจกรรมตามประเพณีอย่างการตามล่าหาไข่อีสเตอร์ และถือตุ๊กตากระต่ายอีสเตอร์ ตอกย้ำถึงความสำคัญของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว แม้จะอยู่ท่ามกลางสปอตไลท์ก็ตาม (ที่มา: ABC News)

สำหรับคนไทย การที่ครอบครัวมาโฮมส์แชร์เรื่องราวเหล่านี้ก็สะท้อนเทรนด์โลกที่พ่อแม่ยุคใหม่นิยมใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่บันทึกและฉลองโมเมนต์สำคัญของครอบครัว ซึ่งเชื่อมโยงความรู้สึกของผู้คนข้ามวัฒนธรรม และแสดงให้เห็นคุณค่าสากลอย่างความผูกพันในครอบครัว การต้อนรับสมาชิกใหม่ และการเลี้ยงดูเด็กๆ ในบริบทสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง ภาพเหล่านี้จึงเข้าถึงใจและสะท้อนทั้งความสุขและความท้าทายของการเป็นพ่อแม่ แม้จะอยู่กันคนละซีกโลกและต่างวัฒนธรรม แต่ความรู้สึกเหล่านี้ก็ไม่ต่างกัน

บริตตานี มาโฮมส์ ยังได้แชร์ภาพห้องนอนของน้องโกลเดนที่ตกแต่งในโทนสีชมพูตัดทอง ซึ่งได้ไอเดียมาจากชื่อของลูกสาวนั่นเอง การตกแต่งลักษณะนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าพ่อแม่ยุคใหม่สร้างตัวตนหรือสไตล์ให้ลูกผ่านโลกดิจิทัลได้อย่างไร เธอกล่าวในวิดีโออินสตาแกรมที่โพสต์เมื่อเดือนมกราคมว่า “พอรู้ว่ากำลังจะได้ลูกสาว ก็คิดถึงสีชมพูสำหรับห้องนอนทันทีเลย… อยากให้ห้องของโกลเดนดูอบอุ่น เลยใช้สีชมพูเยอะๆ แล้วก็เติมสีทองเข้าไปให้เข้ากับชื่อเขา นี่แหละไอเดียหลักของห้องนี้เลย”

ปัจจุบัน มีงานวิจัยที่เริ่มหันมาสนใจประเด็นการแชร์เรื่องราวหรือภาพของลูกๆ บนโลกออนไลน์ หรือที่เรียกว่า “sharenting” ว่าส่งผลต่อพัฒนาการ ความเข้าใจเรื่องความเป็นส่วนตัว และการสร้างตัวตนของเด็กในครอบครัวอย่างไร บทความในวารสารกุมารเวชศาสตร์ (Pediatrics) ชี้ว่า ร่องรอยดิจิทัล (digital footprint) ที่พ่อแม่สร้างไว้ให้ลูกอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อความเป็นส่วนตัวของเด็กในโลกออนไลน์ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้พ่อแม่คำนึงถึงเรื่องการยินยอม ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยทางดิจิทัลทุกครั้งก่อนจะแชร์ภาพลูก (ที่มา: Pediatrics)

ในมุมมองด้านสุขภาพจิต งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า กิจกรรมที่สร้างความผูกพันในครอบครัว เช่น การถ่ายภาพร่วมกันในวันหยุด หรือการทำกิจกรรมตามประเพณีประจำปี เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและเพิ่มความมั่นใจให้เด็ก สำหรับครอบครัวไทย การรวมญาติในเทศกาลสงกรานต์ หรือการทำกิจกรรมในวันลอยกระทงที่สืบทอดกันมา ก็มีบทบาทคล้ายกับการล่าไข่อีสเตอร์ของชาวตะวันตก คือช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัยและสืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่ (ดูเพิ่มเติม: UNICEF Thailand)

การถ่ายภาพครอบครัวในชุดที่เข้าธีมกัน หรือการตกแต่งห้องนอนลูกให้สวยงาม ก็เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ “การเลี้ยงลูกแบบเน้นความสวยงาม” (aesthetic parenting) ที่อาจช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างแรงกดดันให้พ่อแม่ได้เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้การแสดงออกถึงความสุขในครอบครัวผ่านโซเชียลจะเป็นเรื่องสนุก แต่พ่อแม่ควรระวังไม่ให้อิทธิพลของโลกออนไลน์มาบดบังความสัมพันธ์ที่แท้จริงในครอบครัว “หัวใจสำคัญคือการใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะโพสต์ลงอินสตาแกรมหรือไม่ก็ตาม” ดร.อแมนดา กัมเมอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก กล่าว (ที่มา: The Guardian)

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองชาวไทย เรื่องราวของครอบครัวมาโฮมส์ถือเป็นทั้งแรงบันดาลใจและข้อคิดเตือนใจในการเฉลิมฉลองให้กับลูกและโมเมนต์ดีๆ ของครอบครัว โดยยังคงเคารพในคุณค่าและความเป็นส่วนตัวของแต่ละบ้าน แม้การแบ่งปันความสุขจะเป็นเรื่องดีและช่วยสร้างสายสัมพันธ์ในสังคม แต่สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงอนาคตบนโลกดิจิทัลของลูกๆ รวมถึงความรู้สึกของพวกเขาเมื่อโตขึ้นและต้องรับมือกับการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวในที่สาธารณะ

ในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ตราบใดที่ครอบครัวยังคงใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล ความรู้ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยออนไลน์และสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็กจะยิ่งทวีความสำคัญ ประเทศไทยซึ่งมีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตสูงและมีผู้ใช้งานที่เป็นเด็กเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มให้ความสำคัญกับโครงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลสำหรับพ่อแม่และเด็กมากขึ้น (ที่มา: ThaiPBS World) ดังนั้น ทั้งครอบครัวและผู้กำหนดนโยบายจึงควรส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยอย่างเปิดอกเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ และการนำเสนอภาพลักษณ์ของเด็กอย่างให้เกียรติบนโลกออนไลน์

โดยสรุป ภาพครอบครัวล่าสุดของบริตตานีและแพทริค มาโฮมส์ ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นช่วงเวลาแห่งความสุขในชีวิตส่วนตัว แต่ยังจุดประกายให้เกิดการพูดคุยในวงกว้างเกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ การแชร์เรื่องราวสู่สาธารณะ และผลกระทบของการเล่าเรื่องผ่านโลกดิจิทัลที่มีต่อชีวิตครอบครัว พ่อแม่ชาวไทยสามารถนำบทเรียนและข้อคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการแบ่งปันความสุขอย่างเหมาะสม กับการเคารพความเป็นส่วนตัว ความจริงใจ และคุณค่าทางวัฒนธรรม การรักษาความอบอุ่นของสายใยครอบครัวทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์จึงยังคงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ในสังคมไทย ไม่ต่างจากที่อื่นๆ ทั่วโลก