ปทีปวิมาน
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๙. ปทีปวิมาน
ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายประทีป
(พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
[๗๕] เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่ ดุจดาวประกายพรึก (ดาวที่มีรัศมีมากกว่าดาวดวงอื่น ปัจจุบันเรียกว่า ดาวรุ่ง คือ ดาวพระศุกร์ที่เห็นในเวลาเช้ามืด ถ้าเห็นในเวลาหัวค่ำ เรียกดาวประจำเมือง)
[๗๖] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
[๗๗] เทพธิดา เพราะบุญอะไรเธอจึงมีรัศมีผ่องใส ไพโรจน์ล้ำเหล่าเทพทั้งมวล เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอวัยวะทุกส่วนส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ
[๗๘] เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
[๗๙] เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า
[๘๐] ชาติก่อนดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ถึงยามข้างแรมเดือนมืด ได้จุดประทีปถวาย ในเวลาที่ต้องตามประทีป
[๘๑] ผู้ใดตามประทีปเป็นทานในเวลาที่ต้องตามประทีป ในยามข้างแรมเดือนมืด วิมานมีแสงโชติช่วง มากไปด้วยสวนไม้ดอก มีบัวขาวอยู่มากมายย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น
[๘๒] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน
[๘๓] เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีรัศมีผ่องใสไพโรจน์ล้ำกว่าเทพทั้งมวล เพราะบุญนั้นดิฉันจึงมีอวัยวะทุกส่วนสัดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ
[๘๔] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
ปทีปวิมานที่ ๙ จบ
---------------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑
๙. ปทีปวิมาน
อรรถกถาปทีปวิมาน
ปทีปวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร?
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่กรุงสาวัตถี วันอุโบสถ พวกอุบาสกเป็นจำนวนมากรักษาอุโบสถก่อนอาหาร ถวายทานตามสมควรแก่ทรัพย์สมบัติ กินอาหารแต่เช้า นุ่งผ้าสะอาด ห่มผ้าสะอาด ถือของหอมและดอกไม้เป็นต้น หลังอาหารแล้วก็ไปวิหาร เข้าไปนั่งใกล้พวกภิกษุที่น่าสรรเสริญ เวลาเย็นก็ฟังธรรม.
เมื่ออุบาสกเหล่านั้นซึ่งประสงค์จะอยู่ในวิหาร กำลังฟังธรรมอยู่นั่นแล ดวงอาทิตย์ตก ก็เกิดมืด ณ วิหารนั้น. หญิงผู้หนึ่งคิดว่าสมควรทำแสงประทีปในบัดนี้ ก็ไปนำเครื่องประทีปมาจากเรือนของตน จุดประทีปขึ้นตั้งไว้หน้าธรรมาสน์ แล้วก็ฟังธรรม. ด้วยปทีปทานนั้น นางดีใจ เกิดปีติโสมนัส ไหว้แล้วก็กลับบ้าน.
ต่อมานางตายไปบังเกิดในวิมานโชติช่วง ณ ภพดาวดึงส์. ความงามแห่งเรือนร่างของนางมีรัศมีซ่านออกไปอย่างยิ่ง ส่องสว่างไปทั้งสิบทิศข่มเทวดาองค์อื่นๆ.
ต่อมาวันหนึ่ง ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวจาริกไป.
คำทั้งหมดดังว่ามานี้ พึงทราบนัยที่มาแล้วในหนหลังนั่นแล.
แต่ในปทีปวิมานนี้ พระเถระถามด้วย ๔ คาถาว่า
ดูก่อนเทวดา ท่านมีวรรณะงาม ส่องแสงสว่างไปทุกทิศดุจดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีรัศมีสุกใส รุ่งโรจน์ล้ำเทวดาทั้งหลาย เพราะบุญอะไร ทุกทิศจึงสว่างไสวจากสรรพางค์กายของท่าน.
ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ท่านครั้งเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทวดาองค์นั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถาม ครั้นแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้.
เทวดากล่าวตอบว่า
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ในชาติก่อนในมนุษยโลก ดีฉันได้จุดประทีปถวายคราวที่ควรจุดประทีปในเวลาค่ำคืนมืดมิด.
ผู้ใดจุดประทีปถวาย คราวที่ควรจุดประทีปในเวลาค่ำคืนมืดมิด วิมานที่โชติช่วง มีสวนไม้มาก มีบุณฑริกบัวขาวมาก ย่อมเกิดแก่ผู้นั้น.
เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารัก จึงเกิดแก่ดีฉัน เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีรัศมีสุกใส รุ่งโรจน์ล้ำเทวดาทั้งหลาย. เพราะบุญนั้น ทุกทิศจึงสว่างไสวจากสรรพางค์กายของดีฉัน.
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญใดไว้ เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
ครั้งนั้น เมื่อเทวดากล่าวตอบข้อความตามที่พระเถระถามแล้ว พระเถระนำถ้อยคำนั้นนั่นแลให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดเรื่อง รู้ว่านางมีจิตเหมาะควรเป็นต้น เพราะกถาว่าด้วยทานเป็นอาทิ จึงประกาศสัจจะ ๔ จบสัจจะ เทวดาองค์นั้นกับบริวารก็ตั้งอยู่ในพระโสดาปัตติผล.
พระเถระกลับจากเทวโลกแล้ว ก็กราบทูลเรื่องนั้นถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า. และเพราะเรื่องนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงแสดงธรรมโดยพิสดารแก่บริษัทที่ประชุมกัน. เทศนานั้นก็เกิดประโยชน์แก่มหาชน. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาชนก็ได้เคารพในปทีปทานแล.
จบอรรถกถาปทีปวิมาน
-----------------------------------------------------