ปี 2025 ถือเป็นปีที่ระดับความเครียดในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงปรี๊ดอย่างเห็นได้ชัด ผลพวงจากสารพัดเรื่อง ตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจที่ทำให้คนตกงานระนาว ไปจนถึงสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง ผลสำรวจเมื่อเดือนมีนาคมเผยว่า คนอเมริกันวัยทำงานถึงสามในสี่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับสภาพการเมืองและเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ ด้านจิตแพทย์ ดร.เนฮา เชาดรี ก็เห็นตรงกัน เธอบอกว่าคนไข้หลายคนถึงกับบ่นว่าจำไม่ได้เลยว่าเคยรู้สึกเครียดหนักขนาดนี้มาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น การที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายขึ้นภาษีศุลกากรทั่วโลก ยิ่งซ้ำเติมให้ความเชื่อมั่นในตลาดดิ่งลงเหว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะข้าวของแพงขึ้น การเลิกจ้างที่มากขึ้น และความหวาดกลัวว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอย ซูซี่ ออร์แมน ที่ปรึกษาด้านการเงินชื่อดัง ถึงกับยกคำพูดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ มาเตือนสติว่าให้ใจเย็นๆ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่วุ่นวาย
แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กลับมีวิธีรับมือง่ายๆ มาแนะนำ นั่นคือ ‘การทำสมาธิสั้นๆ’ (micro-meditations) ตามคำอธิบายของ ดร.เอสเธอร์ สเติร์นเบิร์ก แพทย์และนักเขียนเจ้าของผลงานเกี่ยวกับสุขภาวะในที่ทำงาน การทำสมาธิสั้นๆ เป็นวิธีฝึกสติที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่เหมือนการทำสมาธิแบบเต็มรูปแบบที่อาจต้องฝึกฝนจริงจัง แต่การทำสมาธิแบบสั้นๆ นี้ก็ช่วยให้ใจสงบลงได้เหมือนกันโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ดร.สเติร์นเบิร์กแนะนำ 5 เทคนิคง่ายๆ ที่ใช้ได้ผลจริง
เทคนิคแรกคือ การฝึกหายใจลึกๆ ลองวางมือบนหน้าท้องเพื่อให้แน่ใจว่าหายใจโดยใช้กะบังลมจริงๆ พอทำซ้ำๆ บ่อยเข้า การฝึกนี้จะช่วยลดปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดได้อย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับ การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ แค่ลองเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียว ก็ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องกังวลไปสู่ความสวยงามรอบตัวได้ อีกวิธีคือ การดื่มชาอย่างมีสติ ซึ่งช่วยดึงสติให้อยู่กับปัจจุบันขณะ จดจ่อกับการรับรู้รสชาติ กลิ่น และความรู้สึกขอบคุณ
การเขียนบันทึกขอบคุณสิ่งต่างๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน มีงานวิจัยชี้ว่าช่วยส่งเสริมความคิดบวกและการมองโลกในแง่ดีได้ การรับรู้และชื่นชมสิ่งรอบตัวด้วย ‘เทคนิค 5-4-3-2-1’ ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ คือการค่อยๆ ไล่บอกชื่อของ 5 อย่างที่มองเห็น, 4 อย่างที่สัมผัสได้, 3 อย่างที่ได้ยิน, 2 อย่างที่ได้กลิ่น และ 1 อย่างที่ได้ลิ้มรส วิธีนี้สามารถช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความวิตกกังวลได้ดีทีเดียว
ดร. เชาดรี ย้ำว่าสิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้ง่ายๆ การนำเทคนิคทำสมาธิสั้นๆ เหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แม้จะทำเพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นได้อย่างมาก
แนวคิดนี้ก็นำมาปรับใช้กับสถานการณ์ในประเทศไทยได้เช่นกัน ที่ซึ่งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองก็อาจสร้างความเครียดให้ผู้คนได้ไม่ต่างกัน การนำเทคนิคคลายเครียดที่ทำได้ง่ายๆ เหล่านี้มาใช้ จะช่วยให้คนไทยรับมือกับสภาวะอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ที่สำคัญ วิธีการเหล่านี้ยังสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยในเรื่องการฝึกสติและความกตัญญู ซึ่งฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตและจิตใจของคนไทยอยู่แล้ว
เมื่อมองถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการตัดสินใจทางการเมืองต่อสุขภาวะของเรา การนำเทคนิคอย่างการทำสมาธิสั้นๆ มาใช้ เปรียบเสมือนการสร้างที่พักใจจากความวิตกกังวล สำหรับผู้อ่านชาวไทย การนำแนวทางปฏิบัติเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จะนำไปสู่การมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วยสร้างความเข้มแข็งทางใจและความสงบท่ามกลางความไม่แน่นอนต่างๆ ได้
เห็นด้วยค่ะ