ท่ามกลางกระแสอาหารสุขภาพสุดฮิตและคำแนะนำด้านโภชนาการที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน การแยกแยะว่าอะไรจริง อะไรหลอก อาจทำเอาหลายคนสับสนงงงวยไปตามๆ กัน บทความล่าสุดจาก เชลซี เร เบอร์เจียส นักกำหนดอาหารมืออาชีพ ได้ช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับความเชื่อผิดๆ ด้านโภชนาการที่ได้ยินกันบ่อยๆ ซึ่งอาจพาคนที่ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนการกินเพื่อสุขภาพให้ดีขึ้นต้องหลงทาง การทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้ถูกต้องจึงสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนไทยที่อยากกินอย่างฉลาด ไม่ทำร้ายสุขภาพ หรือตกเป็นเหยื่อความเชื่อง่ายๆ เรื่องอาหารการกิน

ความเชื่อผิดๆ เรื่องโภชนาการนั้นอันตรายไม่ใช่เล่น เพราะมักทำให้เราจำกัดการกินบางอย่างไปโดยไม่จำเป็น สร้างความเครียด และกินอาหารไม่สมดุล ตัวอย่างคลาสสิกคือความเชื่อที่ว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นตัวร้ายทำลายสุขภาพ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปมาก จริงๆ แล้ว คาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะจากผลไม้ ผัก และธัญพืชไม่ขัดสี เป็นแหล่งพลังงานชั้นดีและยังเต็มไปด้วยสารอาหารจำเป็นอีกเพียบ ในประเทศไทยที่ข้าวคือชีวิต การเข้าใจบทบาทของคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างอาหารไทยที่เราคุ้นเคยกับเป้าหมายสุขภาพที่อยากไปให้ถึง

อีกเรื่องที่ต้องเคลียร์ให้ชัดคือความเชื่อที่ว่ากินมื้อดึกทำให้อ้วน ความจริงแล้ว น้ำหนักจะขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าเราได้รับแคลอรีรวมทั้งวันเกินกว่าที่ร่างกายเผาผลาญไปหรือเปล่า ไม่ได้เกี่ยวกับเวลาที่กินเลย ตลาดโต้รุ่งบ้านเราที่เต็มไปด้วยของอร่อยยั่วน้ำลายยามค่ำคืน การเรียนรู้ที่จะคุมปริมาณแทนที่จะห้ามใจไม่กินเลย จะช่วยให้เรามีความสุขกับการกินโดยที่ยังดูแลสุขภาพได้

กระแสอาหารปลอดกลูเตนก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้เหมือนกัน เพราะผลิตภัณฑ์ปลอดกลูเตนไม่ได้ดีต่อสุขภาพเสมอไปสำหรับคนที่ไม่ได้แพ้กลูเตนจริงๆ สำหรับอาหารไทยส่วนใหญ่ ซึ่งมีข้าวและพืชผักหลากหลายชนิดที่ปลอดกลูเตนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการมองที่คุณค่าทางโภชนาการโดยรวมมากกว่าจะเชื่อแค่คำโฆษณาบนฉลาก ในทำนองเดียวกัน ความเชื่อที่ว่าอาหารแปรรูปทุกชนิดคือผู้ร้าย ก็เป็นการมองข้ามความสะดวกและประโยชน์ทางโภชนาการของอาหารบางอย่างไป เช่น ผักแช่แข็ง ซึ่งมีประโยชน์ไม่น้อยสำหรับชีวิตที่เร่งรีบในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่อื่นๆ

นอกจากนี้ ความเชื่อที่ว่าไขมันทุกชนิดมีผลต่อน้ำหนักตัวเหมือนกันหมด ก็เป็นการมองอะไรที่ง่ายเกินไป ไขมันดีที่พบในถั่วเปลือกแข็งต่างๆ ปลา และอะโวคาโด (ซึ่งหาซื้อได้ง่ายในไทย) นั้นจำเป็นต่อการทำงานของสมองและช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน การแยกแยะระหว่างไขมันดีกับไขมันที่ไม่ดี จะช่วยให้เราเลือกอร่อยกับอาหารไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้นได้ โดยที่รสชาติยังคงจัดจ้านถูกปากเหมือนเดิม

อีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ ที่เจอบ่อยคือความคิดที่ว่าเราควรตัดขาดน้ำตาลออกจากชีวิตโดยสิ้นเชิง แม้ว่าการกินน้ำตาลมากเกินไปจะไม่ดีต่อสุขภาพแน่ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าน้ำตาลก็มีบทบาทในการให้พลังงาน สำหรับคนไทยแล้ว ขนมหวานคู่บ้านคู่เมืองอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ก็ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุลได้ ถ้าเรากินอย่างมีสติและในปริมาณที่พอเหมาะพอดี

ความเชื่อผิดๆ ยังลามไปถึงเรื่องการดื่มน้ำด้วย คำแนะนำที่บอกต่อๆ กันมาว่าควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป ความต้องการน้ำของแต่ละคนไม่เท่ากัน และเรายังได้รับน้ำจากแหล่งอื่นได้อีก เช่น ผลไม้ฉ่ำน้ำอย่างแตงโม หรือจากส่วนประกอบอื่นๆ ในอาหารไทย ซึ่งก็ตอบโจทย์ร่างกายในสภาพอากาศร้อนชื้นของบ้านเราได้เป็นอย่างดี

การทำความเข้าใจและแก้ไขความเชื่อผิดๆ ด้านโภชนาการเหล่านี้ จะนำไปสู่นิสัยการกินที่ดีต่อสุขภาพและมีความสุขกับการกินได้มากขึ้น สำหรับชนชาติที่ภูมิใจในความหลากหลายทางอาหารและมีวัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติมากมาย การเปิดรับความจริงเหล่านี้จะช่วยให้คนไทยสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารจานโปรดแบบดั้งเดิมไปพร้อมๆ กับการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพได้มากขึ้น การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหรือนักกำหนดอาหารเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะกับตัวเอง ก็จะช่วยให้สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับเป้าหมายสุขภาพของแต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลโภชนาการที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารหรือการกินมากเกินพอดีได้ สำหรับสังคมไทยที่อาหารการกินผูกพันกับวัฒนธรรมและประเพณีอย่างลึกซึ้ง การรับข้อมูลที่ถูกต้องและเปิดใจยอมรับความจริงด้านโภชนาการจะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีขึ้นของคนในสังคมได้ การรู้เท่าทันความเชื่อผิดๆ เหล่านี้ จะช่วยให้คนไทยสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายสุขภาพได้อย่างสมดุล มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมอาหารอันดีงามของเราไว้ได้