บทความล่าสุดโดย คุณ Kelsey Kunik นักกำหนดอาหาร (RDN) เผยถึงคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายที่ซ่อนอยู่ในการเติมพริกไทยดำลงในมื้ออาหารทุกวัน โดยชี้ว่า ไพเพอรีน (piperine) สารสำคัญในพริกไทยดำนี่แหละ คือกุญแจหลัก พริกไทยดำที่ได้ฉายาว่าเป็น “ราชาแห่งเครื่องเทศ” ไม่เพียงแค่ช่วยชูรสชาติอาหาร แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพหลายด้าน ตั้งแต่ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล ไปจนถึงลดการอักเสบในร่างกาย
มีงานวิจัยชี้ว่า สารไพเพอรีนในพริกไทยดำช่วยให้สุขภาพหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ซึ่งการทำงานสองอย่างนี้สำคัญมากต่อการมีหัวใจที่แข็งแรงและป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ที่เกิดจากการมีคราบไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทานพริกไทยดำร่วมกับอาหารบางชนิด เช่น ชาเขียวและอบเชย ก็อาจช่วยเสริมฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
สรรพคุณต้านการอักเสบของไพเพอรีนก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการในผู้ที่มีภาวะเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการเมตาบอลิก โรคตับ หรือแม้แต่การอักเสบในระบบประสาทที่สัมพันธ์กับความเสื่อมของสมองตามวัย ที่น่าสนใจคือ การทำงานร่วมกันของไพเพอรีนกับขมิ้นชันนั้นได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะพริกไทยดำช่วยให้ร่างกายดูดซึม เคอร์คูมิน (curcumin) สารออกฤทธิ์ในขมิ้นชันได้ดีขึ้น จึงอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านการอักเสบได้นั่นเอง
นอกจากเรื่องหัวใจ หลอดเลือด และการต้านอักเสบแล้ว ไพเพอรีนยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย จากการศึกษาทางคลินิกเล็กๆ ในผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ พบว่าการเสริมไพเพอรีนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดตอนอดอาหาร และทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงผลดีที่อาจมีต่อกระบวนการเผาผลาญน้ำตาล
ระบบเผาผลาญและการย่อยอาหารก็ได้รับประโยชน์จากพริกไทยดำเช่นกัน เพราะมันช่วยกระตุ้นการหลั่งกรดไฮโดรคลอริก ทำให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น และลดปัญหาทั่วไปอย่างอาการท้องอืด แน่นท้อง มีแก๊สในกระเพาะ ในแง่คุณค่าทางโภชนาการ แม้พริกไทยดำจะไม่ได้ให้สารอาหารหลักในปริมาณสูง แต่เพียงหนึ่งช้อนชาก็มีแร่ธาตุแมงกานีสถึง 13% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบเผาผลาญและภูมิคุ้มกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่างควรระมัดระวังในการบริโภค คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนอาจมีอาการกำเริบได้ เนื่องจากไพเพอรีนอาจกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้น นอกจากนี้ พริกไทยดำในรูปแบบอาหารเสริมอาจทำปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนเสมอ
การที่คนไทยนิยมใช้พริกไทยดำในการปรุงอาหารอยู่แล้ว ทำให้งานวิจัยนี้น่าสนใจสำหรับคนไทยเป็นพิเศษ เครื่องเทศชนิดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทยหลายเมนู ทั้งในแง่รสชาติและคุณค่าทางอาหาร การที่อาหารไทยเน้นใช้วัตถุดิบสดใหม่และสมุนไพรต่างๆ ก็ยิ่งส่งเสริมให้ได้รับประโยชน์จากพริกไทยดำได้เต็มที่
ในอนาคต อาจมีงานวิจัยเพิ่มเติมออกมายืนยันคุณประโยชน์ด้านสุขภาพของพริกไทยดำได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่ในระหว่างนี้ อยากแนะนำให้คนไทยลองนำพริกไทยดำไปใช้ในมื้ออาหารอย่างสร้างสรรค์ดู ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมให้อาหารประเภทครีมซอส เพิ่มความอร่อยให้พาสต้าจานง่ายๆ อย่าง คาโช่ เอ เปเป้ (พาสต้าชีสพริกไทย) หรือจะเติมความเผ็ดร้อนนิดๆ ให้ลาเต้ขมิ้นแก้วโปรดก็ได้
สำหรับคนไทยที่สนใจอาหารเสริมไพเพอรีน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อปรับปริมาณให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายแต่ละคน และป้องกันปฏิกิริยาที่อาจเกิดกับยาที่ใช้อยู่ ในฐานะเครื่องปรุงรสประจำครัว พริกไทยดำยังคงมอบประโยชน์มากกว่าแค่รสชาติ เป็นการผสมผสานรสอร่อยและสุขภาพดีไว้ในเครื่องเทศที่เราคุ้นเคย