ยุคนี้ชีวิตเร่งรีบจนหลายคนมองข้ามเรื่องเวลา แต่รู้ไหมว่าแค่ ‘กินตอนไหน’ ก็ส่งผลต่อสุขภาพเราได้ไม่น้อยเลย ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญเคาะมาแล้วว่าระยะห่างระหว่างมื้อที่เหมาะสมที่สุดคือเท่าไหร่ โดยอ้างอิงข้อมูลจากบทสัมภาษณ์นักโภชนาการชั้นนำ (ตามรายงานของ Fox News) ที่เน้นย้ำถึงประโยชน์ของการจัดเวลาการกินให้เป๊ะ

เรื่องนี้ยิ่งน่าสนใจสำหรับคนไทย เพราะพฤติกรรมการกินของเราก็เปลี่ยนไปเยอะตามสังคมเมืองและวิถีชีวิตที่ต่างจากเดิม สมัยก่อนเราอาจคุ้นเคยกับมื้อเช้า มื้อเย็น ตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้นลง แต่เดี๋ยวนี้ตารางชีวิตที่ยุ่งเหยิงทำให้เวลากินเพี้ยนไปหมด การรู้ว่าควรกินห่างกันแค่ไหนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เราปรับตัวได้โดยที่สุขภาพยังดีอยู่

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำว่า เราควรเว้นช่วงระหว่างมื้ออาหารประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่พอเหมาะให้ร่างกายได้ย่อยอาหาร รักษาบาลานซ์ระดับน้ำตาลในเลือด และทำงานสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต ดร. อภิชัย ชนะกุล นักกำหนดอาหารชื่อดังของไทย อธิบายเสริมว่า “การกินให้เป็นเวลาช่วยให้เรามีแรงตลอดวัน และไม่เผลอกินเยอะเกินไปในมื้อหน้า” ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าการวางแผนเวลาการกินนั้นสำคัญต่อการคุมน้ำหนักและสุขภาพการเผาผลาญจริงๆ

สำหรับคนไทยเราแล้ว เรื่องนี้อาจจะท้าทายความเคยชินเรื่องการ ‘กินจุบจิบ’ หรือหาของว่างกินระหว่างวัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในบ้านเรา โดยเฉพาะเวลาเจอเพื่อนหรืออยู่กับครอบครัว แต่จริงๆ แล้ว การเว้นช่วงมื้อให้นานขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกกินมื้อหลัก หรือทิ้งวงสังสรรค์ไปเลย แค่ปรับให้สมดุลขึ้น ยิ่งในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่ปัญหาสุขภาพจากไลฟ์สไตล์คนเมืองมีมากขึ้น การปรับเรื่องนี้อาจจะยิ่งจำเป็น

จริงๆ แล้ว สังคมไทยแต่ไหนแต่ไรก็ให้ความสำคัญกับเรื่องกินควบคู่ไปกับเรื่องความสัมพันธ์อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเรา ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมองว่า ถ้าเราจัดเวลาอาหารให้เข้ากับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันหรือในชุมชนได้ ก็จะยิ่งส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ในอนาคต เราอาจได้เห็นโครงการสุขภาพชุมชนที่ให้ความรู้เรื่องนี้มากขึ้นก็ได้

แล้วจะเริ่มยังไงดี? ลองวางแผนมื้ออาหารดู อาจจะตั้งนาฬิกาเตือน หรือทำตารางกินง่ายๆ โดยพยายามหาจุดลงตัวระหว่างวิถีชีวิตเดิมๆ กับคำแนะนำใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ พอเราเข้าใจเรื่องโภชนาการมากขึ้น การนำความรู้เหล่านี้มาปรับใช้ก็จะช่วยให้สุขภาพโดยรวมของคนไทยดีขึ้นได้

สรุปง่ายๆ ก็คือ การปรับเวลา เว้นช่วงระหว่างมื้อตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ทั้งตัวเราเองและสังคมโดยรวม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำแนะนำที่เหมาะกับตัวเอง ควรปรึกษานักกำหนดอาหารมืออาชีพ การผสมผสานวิถีปฏิบัติเดิมๆ เข้ากับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จะช่วยให้คนไทยเรามีแนวทางการกินที่สมดุล ส่งเสริมทั้งสุขภาพที่ดีและรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปพร้อมกัน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่: บทความ MSN