หลวงตา: "หลวงปู่ท่านให้เรากำพระ สวดมนต์ เพราะพระท่านสว่างอยู่แล้ว
ถ้าจิตเอ็งไม่แน่นอน เดี๋ยวก็สว่าง เอ็งสวดมนต์เอ็งก็สว่าง เวลาเอ็งโกรธมันก็มืดๆ มัวๆ
การกำพระหรือไม่กำพระ มันต่างกัน พลังงานมาจากพระ พลังงานมาจากใจเรา
จิตเราที่เรานำมาในบทสวด แล้วก็มาทางพระ แล้วก็มาทางภาพที่เรามอง
คลื่นของบุญมาทุกทิศทาง มาจากพระ มาจากจิต มาจากบทสวดที่เราสวด แล้วมาจากตาที่เราเห็น
ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ คนที่เขาไม่กำพระ อาจจะปฏิบัติถึง 10 ปีถึงจะรู้
แต่ถ้าคนที่กำพระอาจจะหล่นลงมาเหลือ 5 ปี เหมือนมีตัวช่วย
มีพาหนะระหว่างคนเดินกับคนนั่งรถ เพราะเราบล็อคจิตไว้ บล็อคทุกคลื่น
กำพระ ตาอยู่ที่ภาพของพระ จิตอยู่ที่บทสวด อยู่ที่จักรพรรดิ อยู่ที่ไตรสรณคมน์
คล้ายว่าเราบล็อคมันไว้ เราลืมตา หลับตา กำพระไปด้วย สวดไปด้วย ถ้าเราพิจารณาจริงๆ แล้ว สวดไปนานๆ เข้า เราก็จะสัมผัสได้ว่าคลื่นของพระจะมาทุกทิศทาง มาจากพระ มาจากตา มาจากจิต
คนที่เรียนรู้ได้ไวคือ กรรมตัดรอนไม่ค่อยมี ต้องเข้าใจน่ะว่า กรรมตัดรอน เรามาโดยกรรม เสวยกรรมไม่ดีอยู่เนี่ย กรรมมันตัดรอน มันค่อนข่างจะเจาะออกมายาก เพราะจิตเราเป็นตัวบันทึก
กรรมบันทึกที่จิต อาการก็อยู่ที่จิต แล้วก็ออกธาตุด้วย
กรรมที่ตัดรอน จะมีอาการที่ไม่ปกติทางกายและใจ เป็นกังวล เป็นโรค
โรคทางธาตุจิตมันควบคุมอยู่ โรคมันปวดมั้ย มีความกังวลปวดมั้ย แล้วตัดรอนมั้ย ต้องรักษาก่อน จริงๆ
เราสวดมนต์ พุทธมนต์ก็มาที่เราไปทั่วร่างกายอยู่แล้ว
นั่นคือตัดรอน คือมันช้า จะช้ากว่าคนอื่นเขาที่เขาไม่ค่อยมีเรื่องมีราว ไม่สมบูรณ์ในชีวิต เป็นความกังวลในภพชาติ เป็นความกังวลในการดำรงชีวิตอยู่ เลี้ยงชีวิตเนี่ยเป็นความกังวล นั่นแหละคือ กรรมตัดรอน
ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต มันกังวลว่า แก่มาจะทำยังไง ชีวิตเราเป็นแบบนี้ อดมื้อกินมื้อประมาณนี้ มันเป็นกังวล หากเราพิจารณาจริงๆ"
ตามไปสวดมนต์ สวดจักรพรรดิ พร้อมกันทั่วโลก ทุกคืน
ฟังธรรมทุกคืน ในเวลา 19.30 น.
สวดจักรพรรดิ 21 จบ พร้อมกันทั่วโลก ทุกคืน ในเวลา 20.30 น.
ได้ที่นี่ค่ะ เพจหลัก
วัดถ้ำเมืองนะ - หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า
ถ้าสวดพร้อมกันไม่ทัน มีคลิปธรรมเทศนาของหลวงตาม้าทุกวัน
ตามสวดมนต์ดูย้อนหลังได้ค่ะ แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ
แต่สวดมนต์พร้อมกัน พลังเยอะกว่าค่ะ
ลองสวดมนต์ในบทสวดจักรพรรดิ ในทำนอง จังหวะนี้ดูนะคะ
สวดมนต์ถูก ชีวิตเปลี่ยนค่ะ เปลี่ยนไปในทางที่ดีค่ะ