รายงานเจาะลึกล่าสุดจาก Instacart เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในฝั่งอเมริกา ผลสำรวจชี้ว่าเทรนด์อาหารเน้นโปรตีนสูงและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์กำลังได้รับความนิยมพุ่งพรวด ซึ่งสะท้อนมุมมองด้านโภชนาการของผู้คนที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงสอดรับกับเทรนด์สุขภาพทั่วโลก แต่อาจส่งผลมาถึงตลาดในเมืองไทย ที่ผู้คนกำลังตื่นตัวเรื่องสุขภาพไม่แพ้กัน

ข้อมูลจาก Instacart ซึ่งเก็บรวบรวมจากการค้นหาและยอดซื้อสินค้าของลูกค้าในช่วงปี 2023-2024 ชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน คำค้นหาว่า “โปรตีนสูง” (high protein) เพิ่มขึ้นถึง 39% ขณะที่การค้นหาผลิตภัณฑ์ “ไฟเบอร์สูง” (high fiber) ก็พุ่งพรวดถึง 159% นอกจากนี้ ยอดซื้ออาหารหวานน้อยยังเพิ่มขึ้น 9% และอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำเพิ่มขึ้น 8% นับตั้งแต่ปี 2021 ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่าผู้คนกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินไปสู่วิถีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยหันมาเลือกอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารจำเป็น

Kelly Springer นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ กล่าวถึงข้อดีของเทรนด์เหล่านี้ว่า การซื้อของผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Instacart ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น การหันมาใส่ใจเรื่องการกินนี้ ยังเกิดขึ้นพร้อมๆ กับยอดสั่งค็อกเทลไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นถึง 350% สะท้อนกระแสความนิยมในการใช้ชีวิตแบบลดละเลิกแอลกอฮอล์ที่มาแรงขึ้นเรื่อยๆ Alex Orellana นักวิเคราะห์เทรนด์ของ Instacart เสริมว่า ความนิยมเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ได้มองหาอาหารโปรตีนสูงแค่เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ แต่ยังหวังผลเรื่องช่วยเร่งการเผาผลาญและเพิ่มพลังงานด้วย ส่วนกระแสอาหารไฟเบอร์สูงที่มาแรง ก็สะท้อนว่าผู้คนตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพลำไส้กับสมอง (gut-brain connection) และประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมมากขึ้น

รายงานยังคาดการณ์เทรนด์ที่จะมาแรงในอนาคต โดยชี้ว่าเครื่องดื่มพรีไบโอติกและโพรไบโอติกจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพราะผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพทางเดินอาหารในฐานะส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพองค์รวมมากขึ้น กระแสปลากระป๋อง โดยเฉพาะปลาแมกเคอเรลและปลาซาร์ดีนที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ก็กลับมาฮิตอีกครั้ง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด Springer ให้ความเห็นว่า การที่ผู้คนหันมาสนใจกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ถือเป็นสัญญาณที่ดี

ยอดซื้อผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเสริมคุณประโยชน์ เช่น ผงชงดื่มเกลือแร่ที่เพิ่มขึ้น 36% และยอดขายน้ำมะพร้าวที่เพิ่มขึ้น 7% ยังตอกย้ำว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น

สำหรับคนไทย เทรนด์เหล่านี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะบ้านเราเองก็กำลังตื่นตัวเรื่องสุขภาพกันอย่างคึกคัก ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจกับรูปแบบการกินที่ช่วยให้อายุยืนยาวและแข็งแรง การทำความเข้าใจเทรนด์โลกเหล่านี้ สามารถจุดประกายให้เกิดการปรับใช้ในบ้านเราได้ เช่น การส่งเสริมให้นำอาหารโปรตีนสูงและไฟเบอร์สูงมาประยุกต์ใช้ในเมนูอาหารไทยที่คุ้นเคย ยิ่งไปกว่านั้น กระแสเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ก็สอดคล้องกับค่านิยมเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและการงดเว้นเครื่องดื่มมึนเมาอยู่แล้ว

ในอนาคต ผู้บริโภคชาวไทยยังมีโอกาสนำเทรนด์สุขภาพระดับโลกเหล่านี้มาต่อยอดและสร้างสรรค์นวัตกรรมในประเทศได้อีกมาก ตัวอย่างเช่น การนำความหลากหลายทางชีวภาพอันอุดมสมบูรณ์ของไทยมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงและไฟเบอร์สูงจากวัตถุดิบท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการในประเทศ แต่ยังอาจผลักดันให้ไทยกลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพในเวทีโลกได้

ในขณะที่เทรนด์สุขภาพยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข้อมูลข่าวสารและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ การกินอาหารที่หลากหลายและสมดุล อุดมด้วยสารอาหารที่บำรุงทั้งร่างกายและจิตใจ คือกุญแจสำคัญสู่วิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี ผู้บริโภคชาวไทยสามารถลองนำรูปแบบการกินเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเลือกซื้อวัตถุดิบสดใหม่จากตลาดใกล้บ้านและสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศ เพื่อให้ได้ทั้งความสดใหม่และความหลากหลายทางโภชนาการ

เพื่อให้ไม่ตกเทรนด์และเลือกกินได้อย่างเหมาะสม ผู้อ่านสามารถหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำเทรนด์สุขภาพระดับโลกมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเวิร์กชอป โครงการสุขภาพในชุมชน หรือหลักสูตรออนไลน์ การมีส่วนร่วมเรียนรู้เรื่องเหล่านี้จะช่วยพัฒนาสุขภาพของตัวเราเองและส่งเสริมวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีในสังคมไทยให้แข็งแรงยิ่งขึ้น