ช่วงไม่กี่ปีมานี้ อาหารเสริมอย่างวิตามินรวม แมกนีเซียม และอื่นๆ ฮิตติดลมบนในหมู่คนรักสุขภาพ ทั้งในไทยและทั่วโลก คนส่วนใหญ่มักซื้อมากินเพราะหวังว่าจะช่วยให้กระปรี้กระเปร่า สุขภาพดีขึ้น หรือช่วยเสริมสารอาหารที่อาจได้รับไม่พอ แต่ล่าสุด ดร. ทริชา ปาสริชา ได้ทบทวนข้อมูลและงานวิจัยอย่างละเอียด ซึ่งเผยแพร่ในบทความของ NZ Herald ได้ตรวจสอบกันจริงๆ จังๆ ถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังสรรพคุณของอาหารเสริมยอดนิยมเหล่านี้
ตัวอย่างเช่น วิตามินรวมที่คนนิยมกินกันมาก เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้อายุยืนขึ้นและลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังอย่างมะเร็งและโรคหัวใจ แต่ทว่า งานวิจัยชิ้นสำคัญที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open ซึ่งศึกษาในคนเกือบ 4 แสนคน กลับไม่พบว่าวิตามินรวมมีประโยชน์ชัดเจนในการทำให้อายุยืนขึ้นเลย ผลการศึกษานี้ก็สอดคล้องกับความเห็นของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านบริการป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (US Preventive Services Task Force) ที่ยังไม่แนะนำให้ผู้ใหญ่สุขภาพดีกินวิตามินรวม แต่เน้นย้ำให้หันมารับประทานอาหารที่สมดุลหลากหลายแทน ซึ่งก็ตรงกับบริบทของบ้านเราอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผักผลไม้ ทำให้เรามีทางเลือกในการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากมายอยู่แล้ว
แต่สำหรับ ไซเลียมฮัสก์ (Psyllium husk) ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ กลับมีประโยชน์ที่พิสูจน์แล้วอย่างสม่ำเสมอ ทั้งช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นตัวช่วยที่ไว้ใจได้สำหรับอาการท้องผูกและท้องเสีย ไซเลียมฮัสก์ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ ซึ่งก็สอดคล้องกับภูมิปัญญาอาหารไทยแต่โบราณที่เน้นมื้ออาหารที่มีกากใยสูง ซึ่งมักพบในอาหารพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยผักและธัญพืชไม่ขัดสี
นอกจากนี้ อาหารเสริมอย่างคอลลาเจนและแมกนีเซียม ที่มักโปรโมตกันว่าช่วยเรื่องผิวพรรณและอารมณ์นั้น เอาเข้าจริงยังขาดงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมายืนยัน แม้ว่าสรรพคุณด้านความงามของคอลลาเจนจะฟังดูน่าสนใจ แต่ ดร. ปาสริชา แนะนำให้ระวัง เพราะงานวิจัยส่วนใหญ่มักออกแบบมาไม่ดีพอและมักมีผู้ผลิตอยู่เบื้องหลัง สำหรับคนไทยที่อยากผิวสวย การหันไปใช้วิธีดูแลผิวแบบง่ายๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล หรือพึ่งสมุนไพรไทยพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงผิวพรรณ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ส่วนแมกนีเซียม แม้จะถูกโยงไปว่าช่วยเรื่องการนอนหลับและอารมณ์ แต่ก็มีหลักฐานน้อยมากที่จะสนับสนุนคำกล่าวอ้างเหล่านี้ ยกเว้นในกรณีที่มีภาวะขาดแมกนีเซียมจริงๆ นักโภชนาการไทยอาจแนะนำให้กินอาหารตามธรรมชาติที่มีแมกนีเซียมสูง ซึ่งหาได้ง่ายในบ้านเรา เช่น ผักใบเขียวและถั่วต่างๆ ซึ่งให้ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมมากกว่าแค่การได้รับแมกนีเซียมอย่างเดียว
อาหารเสริมธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 นั้น พบว่าจำเป็นจริงๆ แค่ในกลุ่มคนที่มีภาวะขาดสารอาหารเหล่านี้โดยเฉพาะ เช่น คนที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์และผู้สูงอายุ แหล่งอาหารไทยๆ อย่างเนื้อสัตว์ที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก และผักต่างๆ ที่มีวิตามินสูง ก็ยังคงเป็นทางเลือกตามธรรมชาติที่ดีเยี่ยมในการรักษาระดับสารอาหารเหล่านี้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารเสริม เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ตลาดโพรไบโอติกส์ที่กำลังบูมก็ถูกนำมาพิจารณาเช่นกัน แม้จะมีการโฆษณาอย่างหนักว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ แต่ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่มีขายอยู่ยังขาดหลักฐานที่ชัดเจนมายืนยันสรรพคุณที่มักจะดูเกินจริง ในทางกลับกัน อาหารหมักดองแบบไทยๆ อย่างโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว ซึ่งเต็มไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ตามธรรมชาติ ถือเป็นทางเลือกที่เข้ากับวัฒนธรรมของเราและมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนในการช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
เมื่อมองไปข้างหน้า การประเมินอาหารเสริมอย่างมีวิจารณญาณนี้ ชวนให้เราหันมามองเรื่องโภชนาการและสุขภาพโดยรวมกันอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งมีแนวโน้มคล้ายกับทั่วโลก คนไทยเราจึงควรใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้ออาหารเสริม โดยควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจกินอะไร
ท้ายที่สุด ข้อความที่อยากจะฝากถึงคนไทยนั้นเรียบง่ายแต่สำคัญยิ่ง นั่นคือ การให้ความสำคัญกับการกินอาหารสดใหม่ที่หลากหลาย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนคิดจะใช้อาหารเสริม แนวทางปฏิบัตินี้สอดคล้องกับทั้งข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยทั่วโลกและวิถีปฏิบัติในบ้านเรา ซึ่งตอกย้ำภูมิปัญญาอันยาวนานที่ว่า “อาหารดีคือยาดี” อันเป็นหลักการที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนั่นเอง