ผลการศึกษาล่าสุดที่น่าสนใจและอาจน่ากังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มน้ำของชาวอเมริกันวัยทำงาน พบว่ากว่า 1 ใน 3 มักจะรอจนถึงหลังบ่าย 3 โมงเย็น ถึงจะเริ่มหันมาดื่มน้ำอย่างจริงจังในแต่ละวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ชวนให้ตั้งคำถามถึงพฤติกรรมสุขภาพ ที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งประสิทธิภาพในการทำงานและสุขภาพโดยรวม ผลสำรวจนี้จัดทำโดย Talker Research ในนามของ Hint Water จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการดื่มน้ำของคนอเมริกันวัยทำงาน 2,000 คน ซึ่งเผยให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องสุขภาวะ (wellness) ในที่ทำงาน
แม้ว่าผู้ตอบแบบสำรวจถึง 87% จะเห็นพ้องต้องกันว่าการดื่มน้ำตั้งแต่เช้าตรู่เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปลุกความสดชื่นให้พร้อมทำงาน แต่ถึง 34% ก็ยอมรับว่า พวกเขามักจะดื่มน้ำส่วนใหญ่เอาในช่วงบ่ายแก่ๆ เสียมากกว่า พฤติกรรมเช่นนี้อาจสะท้อนปัญหาใหญ่ที่ว่า คนทำงานยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพน้อยลง ท่ามกลางจังหวะชีวิตการทำงานที่เร่งรีบและวุ่นวาย
สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่เผชิญกับความท้าทายเรื่องทรัพยากรน้ำ ย่อมเข้าใจดีถึงคุณค่าของการดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงสภาพอากาศที่ร้อนชื้นเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ผลการศึกษาชิ้นนี้จึงน่าสนใจไม่น้อยในบริบทของสังคมไทย ที่ซึ่งการหาจุดสมดุลระหว่างการดื่มน้ำตามวิถีปฏิบัติเดิมกับความต้องการของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ยังคงเป็นเรื่องที่พูดคุยกันอยู่เสมอ
ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจยังเผยให้เห็นความแตกต่างระหว่างวัยในเรื่องพฤติกรรมการดื่มน้ำอีกด้วย ขณะที่ชาว Gen Z ส่วนใหญ่ (54%) เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วทันทีหลังตื่นนอน แต่คนรุ่น Baby Boomers (48%) กลับนิยมจิบกาแฟเป็นอย่างแรก โดยรวมแล้ว ผู้ตอบแบบสำรวจดื่มน้ำเฉลี่ยวันละ 5 แก้ว แต่กลับดื่มกาแฟถึง 2 แก้ว ความไม่สมดุลนี้ชี้ให้เห็นว่า ยังจำเป็นต้องมีการรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดื่มน้ำให้มากขึ้น
พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบมากกว่าแค่เรื่องการดื่มน้ำน้อย โดยผู้ตอบแบบสำรวจกว่าครึ่ง (63%) ระบุว่าตนเองมีอาการปวดศีรษะเป็นประจำ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากความเครียด (49%) และการดื่มน้ำไม่เพียงพอ (41%) ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าประสิทธิภาพการทำงานก็ลดลงตามไปด้วย โดยพวกเขามักตั้งเป้าหมายว่าจะทำงานให้เสร็จ 5 อย่างในแต่ละวัน แต่กลับทำได้จริงเพียงประมาณ 65% เท่านั้น
การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นถึงประเด็นเรื่องการดูแลสุขภาพในด้านอื่นๆ ด้วย พบว่าเรื่องสุขภาพมักถูกละเลยไปเพราะภาระงานที่หนักอึ้ง พนักงานถึง 1 ใน 5 ไม่ได้ลุกเดินหรือพักผ่อนเลยในระหว่างวันทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะหมดไฟ (burnout) และความอ่อนเพลีย เมื่อมองในมุมของประเทศไทย ที่กำลังมีการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาวะในที่ทำงานและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกันมากขึ้น ข้อมูลนี้ยิ่งตอกย้ำว่าการสร้างสมดุลในที่ทำงานเป็นความท้าทายที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่เช่นเดียวกัน
สำหรับในบ้านเรา การทำให้การดื่มน้ำกลายเป็นเรื่องง่ายในชีวิตประจำวัน อาจอาศัยความคุ้นเคยกับการใช้ “ขวดน้ำพลาสติกแบบพกพา” ที่มีอยู่แล้ว ดังเช่นในผลสำรวจที่ 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกใช้ขวดน้ำพกพาเพื่อให้หยิบดื่มได้สะดวก และด้วยความที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบเครื่องดื่มที่มีรสชาติ ก็ดูจะสอดคล้องกับกลุ่มตัวอย่าง 35% ที่พบว่าน้ำดื่มแต่งกลิ่นรสช่วยกระตุ้นให้ดื่มน้ำได้มากขึ้น เรื่องนี้ถือเป็นอีกมิติทางวัฒนธรรมที่น่าจะนำมาปรับใช้เพื่อส่งเสริมการดื่มน้ำได้เป็นอย่างดี
Michael Pengue ซีอีโอของ Hint Water เน้นย้ำถึงความท้าทายในการทำให้การดื่มน้ำไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อ เขากล่าวว่า “การเติมรสชาติลงไปในน้ำเปล่าธรรมดาๆ ที่อาจดูจืดชืด สามารถเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญได้เลย” แนวคิดนี้ตอกย้ำความสำคัญของนวัตกรรมในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ได้ดีกับตลาดเครื่องดื่มอันหลากหลายและคึกคักในประเทศไทย
สำหรับก้าวต่อไป องค์กรในไทยสามารถนำข้อมูลเชิงลึกนี้ไปปรับใช้ โดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พนักงานดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และจัดให้มีกิจกรรมคลายเครียด เช่น การพักสายตาสั้นๆ เป็นระยะ หรือการยืดเส้นยืดสายง่ายๆ แบบไทยๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ผลการศึกษายังตอกย้ำถึงความสำคัญของการมีน้ำดื่มสะอาดที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งยังคงเป็นประเด็นสำคัญในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย
ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นการผสมผสานความต้องการด้านผลิตภาพ (productivity) ในยุคปัจจุบันเข้ากับวิถีปฏิบัติที่สืบทอดกันมา หรือเป็นเพียงการส่งเสริมให้ผู้คนดื่มน้ำในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ผลการศึกษานี้ก็นับว่าให้แง่คิดที่สำคัญ องค์กรในไทยอาจพิจารณานำนโยบายหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ มาใช้ เพื่อกระตุ้นให้การดื่มน้ำเป็นเรื่องที่เป็นกิจวัตรและสนุกสนานยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทั้งในด้านสุขภาพและความพึงพอใจของพนักงาน
สำหรับคนไทยที่อยากดื่มน้ำให้มากขึ้น ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยามเช้าโดยเริ่มต้นวันด้วยน้ำเปล่าสักแก้ว หรือจะลองหาเครื่องดื่มรสชาติต่างๆ ที่มีขายอยู่ทั่วไปในบ้านเรา มาทำให้การดื่มน้ำเป็นเรื่องสนุกและไม่น่าเบื่อ เรามาใช้ประโยชน์จากทั้งวัฒนธรรมเครื่องดื่มที่มีอยู่และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อดูแลสุขภาพในแต่ละวันให้ดีขึ้นกันเถอะ