คำถามที่ว่านมมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงหรือ กลายเป็นประเด็นที่คนรักสุขภาพทั่วโลกกลับมาพูดถึงกันอีกครั้ง นมถูกยกให้เป็นแหล่งสารอาหารชั้นดีมานาน แต่ในปัจจุบัน หลายคนเริ่มสงสัยว่าการดื่มนมทุกวันนั้นจำเป็นหรือให้ประโยชน์จริง ๆ หรือไม่ โดยเฉพาะกับคนไทยเราที่มีพฤติกรรมการกินและปัญหาสุขภาพที่แตกต่างออกไป
นม โดยเฉพาะนมวัวนั้น อุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิด นมวัวพร่องมันเนยชนิดเสริมวิตามิน (ไขมัน 1%) เพียงแก้วเดียว ก็ให้สารอาหารสำคัญมากมาย เช่น แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี ซีลีเนียม รวมถึงวิตามินเอ, บี12, ดี, และ อี แถมยังมีแคลเซียมสูงถึง 310 มิลลิกรัม ซึ่งแคลเซียมนั้นจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างและดูแลรักษากระดูกให้แข็งแรง โดยเฉพาะในเด็กวัยกำลังโต วัยรุ่น และผู้หญิง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรใส่ใจป้องกันโรคกระดูกพรุน ที่มักพบในผู้หญิงไทยสูงวัย คริสติน พาลัมโบ นักกำหนดอาหาร ให้ข้อมูลว่า นมมีส่วนช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ทั้งยังช่วยบำรุงเส้นผม ฟัน และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอีกด้วย (ข้อมูลจาก)
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์เหล่านี้ก็มีข้อควรระวัง เพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่อนมวัวไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้ (lactose intolerance) หรือแพ้ผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนเอเชีย รวมถึงคนไทย มิเชล เจลิน นักกำหนดอาหารอีกท่าน กล่าวว่า คนที่แพ้แลคโตสอาจมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนหรือไม่สบายท้องได้ นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจสุขภาพของตัวเองก่อนตัดสินใจจะดื่มนมเป็นประจำทุกวัน (ข้อมูลจาก)
ในด้านคุณค่าทางโภชนาการ นมวัวมีโปรตีนประมาณ 8 กรัม ซึ่งจำเป็นต่อการซ่อมแซมกล้ามเนื้อและช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียมเกือบ 400 มิลลิกรัม ซึ่งสำคัญต่อการควบคุมความดันโลหิต ในบ้านเราที่ปัญหาความดันโลหิตสูงพบมากขึ้นเรื่อยๆ การกินอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจึงอาจเป็นประโยชน์ แต่ปริมาณแคลอรี่ในนมจะแตกต่างกันไปตามปริมาณไขมัน โดยนมสดเต็มส่วน (whole milk) จะให้แคลอรี่สูงกว่านมพร่องมันเนย (skimmed milk) อย่างชัดเจน บอนนี่ ทอบ-ดิกซ์ เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า นมสดเต็มส่วนก็เหมือนนมพร่องมันเนยที่เติมเนยเข้าไป ซึ่งชี้ให้เห็นว่าควรบริโภคแต่พอดี (ข้อมูลจาก)
คำแนะนำด้านโภชนาการของ USDA (กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ) แนะนำให้บริโภคผลิตภัณฑ์นมวันละ 2-3 ส่วน ซึ่งนมวัวก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการบริโภคให้ครบตามคำแนะนำนี้ สำหรับแผนการกินที่ดีของคนไทย อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่ไม่ดื่มนมวัว ก็ยังมีนมจากพืช เช่น นมอัลมอนด์ นมข้าวโอ๊ต และนมถั่วเหลือง เป็นทางเลือก นมทางเลือกเหล่านี้มักเสริมแคลเซียมให้มีปริมาณใกล้เคียงหรือมากกว่านมวัว แต่ก็มักมีการเติมน้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ ซึ่งทำให้จัดเป็นอาหารแปรรูปชนิดหนึ่ง ในช่วงที่กระแสเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนกำลังมาแรง นมทางเลือกเหล่านี้อาจตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (ข้อมูลจาก)
วัฒนธรรมอาหารไทยแต่เดิมก็มีความหลากหลาย และมีการใช้ ‘นม’ จากพืชต่างๆ อยู่บ้าง ถึงแม้นมวัวจะไม่ใช่อาหารดั้งเดิมของไทย แต่ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากอิทธิพลตะวันตก ในขณะเดียวกัน นมจากพืชอาจจะเข้ากับวิถีชีวิตและความเชื่อดั้งเดิมบางอย่างของไทย ที่เน้นการกินพืชผักและความยั่งยืนมากกว่า ซึ่งอาจทำให้นมเหล่านี้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
เมื่อมองไปข้างหน้า เมื่อคนไทยใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น รูปแบบการดื่มนมก็อาจจะเปลี่ยนไป เมื่อผู้คนหันมาเลือกอาหารที่เหมาะกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น การเลือกดื่มนมที่ใช่สำหรับตัวเองจึงสำคัญ จึงอยากแนะนำให้คนไทยลองสำรวจสุขภาพของตัวเอง และเลือกดื่มนมในปริมาณที่พอเหมาะ อาจเลือกเป็นนมไขมันต่ำหรือนมที่เสริมสารอาหารหากเห็นว่ามีประโยชน์ วิธีนี้จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากนม โดยไม่กระทบกับสุขภาพ และยังเข้ากับไลฟ์สไตล์การกินของเราด้วย