เช้ามืดวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ผมออกไปเดินออกกำลังพร้อมกับฟัง Mezirow’s Legacy : The Evolution and Impact of Transformative Learning ไปด้วย
ผมเป็นแฟนของศาสตราจารย์ Jack Mezirow แห่งวิทยาลัยครู มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และได้ตีความหนังสือของท่าน ตีพิมพ์เป็นหนังสือ เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง ดาวน์โหลดได้ฟรี
มาสะดุดใจตอนนาทีที่ ๒๙ ที่มีการพูดถึงการรู้หลากชนิด ได้แก่ transformative knowing, experiential knowing, presentational knowing, proposional knowing, practical knowing
ได้โอกาสถาม Generative AI หลายสำนัก ด้วยคำถามว่า กรุณาบอกความหมายของแต่ละคำต่อไปนี้ transformative knowing, experiential knowing, presentational knowing, proposional knowing, practical knowing บอกความเหมือนและความต่าง และการใช้ประโยชน์ในการศึกษาหรือการเรียนรู้เน้นในบริบทสังคมไทย ได้รับคำตอบที่มีประโยชน์มาก
ขอนำคำตอบของ Gemini มาลงไว้เป็นตัวอย่าง ดังนี้
“นี่คือคำอธิบายความหมายของแต่ละคำที่คุณกล่าวถึง พร้อมทั้งความเหมือน ความต่าง และการนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาหรือการเรียนรู้ในบริบทสังคมไทย:
ความหมายของประเภทการรู้ (Ways of Knowing):
-
Transformative Knowing (การรู้แบบเปลี่ยนแปลง):
- เป็นการรู้ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมุมมอง ความเชื่อ หรือพฤติกรรมอย่างลึกซึ้ง มักเกิดจากการเผชิญประสบการณ์ที่ท้าทายหรือการสะท้อนคิดอย่างจริงจัง
-
Experiential Knowing (การรู้จากประสบการณ์):
- เป็นการรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติจริง การมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือการเผชิญสถานการณ์ต่างๆ โดยตรง
-
Presentational Knowing (การรู้จากการนำเสนอ):
- เป็นการรู้ที่ได้จากการสื่อสารผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม หรือการแสดงออกทางวัฒนธรรม
-
Propositional Knowing (การรู้เชิงข้อเสนอ):
- เป็นการรู้ที่ได้จากข้อเท็จจริง ทฤษฎี หรือข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ได้ มักอยู่ในรูปแบบของภาษาหรือสัญลักษณ์ที่ชัดเจน
-
Practical Knowing (การรู้เชิงปฏิบัติ):
- เป็นการรู้ที่เกี่ยวข้องกับทักษะหรือความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ มักเกิดจากการฝึกฝนและการนำไปใช้จริง
ความเหมือนและความต่าง:
-
ความเหมือน:
- การรู้ทุกประเภทมีส่วนช่วยในการสร้างความเข้าใจและพัฒนาตนเอง
- การรู้หลายประเภทสามารถผสมผสานกันได้ในการเรียนรู้
-
ความต่าง:
- แต่ละประเภทของการรู้มีแหล่งที่มาและวิธีการได้มาซึ่งความรู้ที่แตกต่างกัน
- แต่ละประเภทของการรู้มีจุดเน้นและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน
การใช้ประโยชน์ในการศึกษาหรือการเรียนรู้ในบริบทสังคมไทย:
-
Transformative Knowing:
- ส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นการสะท้อนคิดและการเปลี่ยนแปลงตนเอง เช่น การเรียนรู้ผ่านโครงการจิตอาสา หรือการอภิปรายประเด็นทางสังคม
- การปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความเชื่อที่ผิดๆ เช่น การเหยียดสีผิว หรือความเชื่อในเรื่องที่ผิดหลักความเป็นจริง
-
Experiential Knowing:
- ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เช่น การเรียนรู้ผ่านโครงงาน การฝึกงาน หรือการเรียนรู้จากชุมชน
- การเรียนรู้ผ่านการทำงานเป็นทีม เช่น การทำกิจกรรมกลุ่มในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน
-
Presentational Knowing:
- ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม และการแสดงออกทางวัฒนธรรม เช่น การเรียนรู้ผ่านการแสดงพื้นบ้าน การวาดภาพ หรือการแต่งเพลง
- การเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ผ่านการแสดงละคร หรือการเล่าเรื่อง
-
Propositional Knowing:
- ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง และทฤษฎีต่างๆ เช่น การเรียนรู้ผ่านการบรรยาย การอ่านหนังสือ หรือการทำวิจัย
- การเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
-
Practical Knowing:
- ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน เช่น การเรียนรู้ทักษะอาชีพ การทำอาหาร หรือการใช้เทคโนโลยี
- การเรียนรู้ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น
การนำการรู้แต่ละประเภทมาผสมผสานกันจะช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียนในสังคมไทยได้ดียิ่งขึ้น”
จะเห็นว่า การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ซับซ้อน มีได้หลากหลายแบบ ที่เราใช้ในระบบการศึกษาไทยยังไม่หลากหลาย
วิจารณ์ พานิช
๓๐ มี.ค. ๖๘