งานวิจัยชิ้นโบแดงที่ทำกันยาวนานจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ ฮาร์วาร์ด ที.เอช. ชาน พบความเชื่อมโยงแบบชัดๆ ระหว่างพฤติกรรมการกินบางอย่างกับการมีคุณภาพชีวิตดีรอบด้านเมื่อสูงวัย งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการดังอย่าง Nature Medicine โดยตามติดชีวิตคนกว่าแสนคน นานถึง 14 ปี ได้ข้อสรุปชัดเจนว่า การกินอาหารที่สมดุลช่วยให้อายุยืนและสุขภาพแข็งแรงตอนแก่ จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือมองแบบรอบด้าน ไม่ได้ดูแค่สุขภาพกาย แต่รวมถึงสมองและความสุขทางใจด้วยว่าเป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตตอนแก่ ผลวิจัยนี้สำคัญมากต่อสุขภาพคนทั้งโลก และเกี่ยวเต็มๆ กับไทยที่กำลังรับมือกับสังคมสูงวัย
งานวิจัยลงลึกวิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าร่วม ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคน ที่รายงานพฤติกรรมการกินของตัวเอง เช่น การเลี่ยงอาหารแปรรูป การกินอาหารจากพืชและสัตว์ให้สมดุล มาร์ตา กัวช-เฟร์เร หนึ่งในทีมวิจัยและรองศาสตราจารย์จากฮาร์วาร์ด บอกว่า คนที่เน้นกินผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ไขมันดีจากถั่วต่างๆ มักจะมีสุขภาพดีต่อเนื่องเมื่ออายุเกิน 70 การตรวจสอบละเอียดนี้สอดคล้องกับเกณฑ์ ‘คนสุขภาพดี’ คือ ไม่มีโรคเรื้อรัง สมองดี ร่างกายแข็งแรง และจิตใจแจ่มใสตามที่กำหนดไว้
ที่สำคัญ งานวิจัยนี้ยังร่วมมือกับสถาบันอื่น ๆ อย่าง มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน และมหาวิทยาลัยมอนทรีออลด้วย โดยดึงข้อมูลจากการศึกษา Nurses’ Health Study และ Health Professionals Follow-Up Study ที่ทำกันยาวตั้งแต่ปี 1986 ถึง 2016 ประเด็นที่น่าสนใจคือ เขาเน้นเรื่องไขมันไม่อิ่มตัว ที่เชื่อมโยงชัดเจนกับอายุที่ยืนยาวและการรักษาความสามารถของสมอง กลับกัน การกินไขมันทรานส์เยอะๆ โซเดียมสูงๆ และเนื้อสัตว์แปรรูปมากๆ สัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ไม่ดีตอนแก่
แอนน์-จูลี เทสซิเยร์ หัวหน้าทีมวิจัย ย้ำว่างานวิจัยนี้มีมุมมองที่แตกต่างในการมองเรื่องการสูงวัยอย่างมีคุณภาพแบบรอบด้าน ไม่เหมือนงานเก่าๆ ที่มักจะโฟกัสแต่เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ เธอบอกว่า การกินดีอยู่ดีไม่ใช่แค่เรื่องเลือกกิน แต่ยังเกี่ยวกับปัจจัยอื่นด้วย ทั้งการออกกำลังกาย ฐานะทางสังคม หรือแม้แต่พันธุกรรม ซึ่งก็คล้ายๆ กับสังคมไทยที่มีความซับซ้อนเหมือนกัน ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม และการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ล้วนมีผล
สำหรับประเทศไทย ที่จำนวนผู้สูงอายุกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลแบบนี้ยิ่งสำคัญและเป็นเรื่องเร่งด่วน ในขณะที่ประเทศกำลังพยายามลดภาระด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตคนสูงวัย งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลน่าเชื่อถือ สนับสนุนให้ปรับการกินตามแนวทางคล้ายๆ กับ ดัชนีการกินเพื่อสุขภาพทางเลือก (Alternative Healthy Eating Index) ซึ่งดัชนีนี้เน้นกินผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และไขมันดี พิสูจน์แล้วว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ช่วยให้แก่ไปอย่างมีคุณภาพ การปรับเปลี่ยนการกินแบบนี้อาจมีผลต่อนโยบายส่งเสริมแนวทางการกินระดับประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้แคมเปญรณรงค์สุขภาพที่เน้นสุขภาวะรอบด้าน
พฤติกรรมการกินแบบไทยๆ แต่เดิม ที่เน้นผักผลไม้สดจากตลาด ก็สอดคล้องกับผลวิจัยนี้อยู่แล้ว แต่เทสซิเยร์ก็ชี้ว่า อย่ามองข้ามอิทธิพลของอาหารสำเร็จรูปและอาหารสะดวกซื้อยุคใหม่ ทางเลือกที่ราคาไม่แพง หาง่าย อย่างผักผลไม้แช่แข็งหรือกระป๋อง ก็เป็นทางเลือกสุขภาพที่ดี ทำให้คนทุกฐานะเข้าถึงการกินเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น
มองไปข้างหน้า กลยุทธ์สุขภาพแบบบูรณาการนี้อาจเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับไทย การส่งเสริมความเข้าใจเรื่องการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยผสมผสานภูมิปัญญาอาหารดั้งเดิมเข้ากับคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ จะช่วยให้คนไทยปรับมุมมองและแนวปฏิบัติต่อเรื่องอาหารและสุขภาพได้ ท้ายที่สุด งานวิจัยนี้ตอกย้ำว่า การปรับเปลี่ยนการกินอย่างจริงจัง เริ่มต้นได้ในทุกช่วงวัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ให้ความหวัง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของคนเรา
คนไทย โดยเฉพาะคนที่ดูแลผู้สูงอายุในบ้าน หรือทำงานด้านการศึกษาที่ส่งเสริมความรู้สุขภาพ น่าจะลองนำข้อมูลเรื่องอาหารเหล่านี้ไปปรับใช้ดู การนำคำแนะนำเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นวิธีที่จับต้องได้ในการส่งเสริมสุขภาพของตัวเอง และยังช่วยสร้างชุมชนที่แข็งแรง มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย