ในยุคที่โปรตีนกลายเป็นสารอาหารสุดฮิตในแวดวงคนรักสุขภาพและฟิตเนสทั่วโลก เราก็ได้เห็นกระแสสินค้าที่เติมโปรตีนเสริมเข้าไปผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ตั้งแต่โยเกิร์ต ขนมปัง ไปจนถึงกาแฟ หรือแม้แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลาดตอนนี้อัดแน่นไปด้วยอาหารที่ชูจุดขายเรื่องโปรตีน แต่ในขณะที่ใครๆ ก็รู้ว่าโปรตีนสำคัญต่อการรักษากล้ามเนื้อและสุขภาพโดยรวม คำถามที่ตามมาคือ: อาหารเสริมโปรตีนเหล่านี้ดีต่อสุขภาพเราจริงแค่ไหนกัน?
ความสำคัญของโปรตีนในอาหารเป็นเรื่องที่ยอมรับกันดีอยู่แล้ว เพราะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน คำแนะนำด้านโภชนาการทั่วไปแนะนำให้คนปกติกินโปรตีนประมาณ 0.75 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยบางชิ้นแย้งว่า ตัวเลขนี้อาจจะน้อยไปหน่อย และเสนอให้เพิ่มการบริโภคเป็น 1.2-1.6 กรัมต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ นักกีฬา หรือคนที่กำลังพักฟื้นจากอาการป่วย แหล่งข้อมูล
แม้จะมีคำแนะนำเหล่านี้ แต่กระแสโปรตีนฟีเวอร์นี้อาจจะเกินเบอร์ไปนิด คำแนะนำที่บอกต่อๆ กันมามักจะเชียร์ให้กินโปรตีนในปริมาณที่สูงมากๆ—บางทีสูงถึง 3 กรัมต่อกิโลกรัม—ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากอินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดียมากกว่าจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับจริงๆ ทว่า ปริมาณที่สูงขนาดนั้นกลับไม่สอดคล้องกับที่ร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับคนไทย เทรนด์นี้ยิ่งทำให้เราต้องหันมามองความสมดุลระหว่างอาหารไทยที่เราคุ้นเคยกับคำแนะนำทางโภชนาการสมัยใหม่ อาหารไทยบ้านเรามีแหล่งโปรตีนดีๆ อยู่แล้วตามธรรมชาติ อย่าง “ข้าวมันไก่” หรือ “ส้มตำ” ซึ่งมีทั้งไก่และถั่วลิสง การทำความเข้าใจคุณค่าทางอาหารในเมนูไทยๆ เหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกกินโปรตีนได้อย่างชาญฉลาดขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาอาหารแปรรูปเสริมโปรตีนมากจนเกินไป
ผลิตภัณฑ์เสริมโปรตีนหลายชนิด เช่น นมโปรตีนสูง หรือโปรตีนบาร์ อาจมีน้ำตาลเพิ่มเข้ามาและจัดเป็นอาหารแปรรูปขั้นสุด (ultra-processed foods) สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และเบาหวาน หากกินมากเกินไป อาหารไทยที่สมดุลนั้นประกอบด้วยอาหารจากธรรมชาติที่ไม่แปรรูป เช่น เต้าหู้ ไข่ และถั่วต่างๆ ซึ่งให้โปรตีนได้เพียงพอโดยไม่มีสารปรุงแต่งที่พบในอาหารแปรรูปหนักๆ แหล่งข้อมูล
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เน้นที่คุณภาพและการแบ่งกินโปรตีนให้กระจายไปตลอดทั้งวัน มากกว่าจะมุ่งเน้นแต่ปริมาณอย่างเดียว การกินโปรตีน 20-30 กรัมต่อมื้อ ซึ่งมาจากอาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูป (whole foods) นั้นเพียงพอต่อการรักษากล้ามเนื้อและส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้เป็นอย่างดี แนวทางนี้ไม่เพียงแต่เข้ากับวิถีการกินของคนไทย แต่ยังช่วยให้มั่นใจว่าอาหารที่เรากินนั้นสมดุลด้วยสารอาหารจำเป็นอื่นๆ เช่น ไฟเบอร์ ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว
มองไปข้างหน้า เทรนด์การเสริมโปรตีนคงยังไม่หายไปง่ายๆ อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยที่อาหารมีบทบาทสำคัญทางวัฒนธรรม นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะผสมผสานภูมิปัญญาอาหารบ้านเราเข้ากับวิทยาศาสตร์โภชนาการสมัยใหม่ การส่งเสริมการกินโปรตีนจากแหล่งที่หลากหลาย และเน้นความสำคัญของอาหารจากธรรมชาติมากกว่าอาหารเสริมโปรตีน จะเป็นแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ดีกว่า
สำหรับใครที่มองหาเคล็ดลับง่ายๆ ที่เอาไปใช้ได้จริง คำแนะนำชัดเจนคือ: กินอาหารให้หลากหลาย เลือกอาหารธรรมชาติที่ไม่แปรรูปก่อนอาหารแปรรูป และหันมาใช้วัตถุดิบไทยๆ ที่ให้โปรตีนตามธรรมชาติในการทำอาหาร ด้วยวิธีนี้ คนไทยจะสามารถรับมือกับเทรนด์โปรตีนนี้ได้อย่างสบายๆ โดยไม่ทิ้งวิถีการกินแบบไทยๆ หรือทำร้ายสุขภาพตัวเอง