บทความล่าสุดจาก Huffington Post ตีแผ่เรื่องน่ากังวลที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังจับตามอง นั่นคือภาวะที่คนเราขาดสารอาหารสำคัญ หรือที่เรียกว่า “สารอาหารที่คนส่วนใหญ่มักได้รับไม่พอ” ซึ่งได้แก่ ใยอาหาร แคลเซียม วิตามินดี และโพแทสเซียม สารอาหารเหล่านี้ถูกบริโภคในปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่แนะนำอย่างน่าใจหาย ก่อให้เกิดความห่วงใยต่อปัญหาสุขภาพของประชากรโลก รวมถึงในบ้านเราอย่างประเทศไทยด้วย ความสำคัญของสารอาหารเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีชีวิตรอด แต่ยังจำเป็นต่อการมีสุขภาพที่ดีรอบด้านและช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าขบคิดอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับพฤติกรรมการกินของคนไทยในปัจจุบัน
ประเทศไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องมรดกทางอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ก็กำลังเผชิญความท้าทายด้านโภชนาการคล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาเจอ ตามที่ รายงานของ Huffington Post ชี้ให้เห็น แม้เราจะมีผักผลไม้สดนานาชนิดและอาหารไทยดั้งเดิมที่เน้นผักเป็นหลัก แต่อาหารไทยยุคใหม่กลับถูกอิทธิพลของอาหารแปรรูปครอบงำมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรากินสารอาหารที่จำเป็นน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย เทรนด์นี้น่าเป็นห่วง เพราะสอดคล้องกับปัญหาใหญ่ระดับโลกเรื่องการได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นไม่เพียงพอ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา
ใยอาหาร คือสารอาหารตัวท็อปที่คนส่วนใหญ่กินไม่พอ ทั้งที่สำคัญมากต่อระบบย่อยอาหารและการเผาผลาญ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และคุมระดับน้ำตาลในเลือด แม้ว่าอาหารไทยจะมีเมนูที่ใช้ส่วนผสมใยอาหารสูงอย่างผักและถั่วต่างๆ เช่น ส้มตำ และ ต้มยำ อยู่แล้ว แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยังได้รับใยอาหารต่ำกว่าปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวัน คาร่า แลนเดา นักกำหนดอาหารมืออาชีพ เน้นว่า การกินใยอาหารให้หลากหลายชนิดตลอดวันนั้นดีกว่าการเน้นกินแต่ธัญพืชใยอาหารสูงเพียงอย่างเดียว
แคลเซียม ที่เรามักนึกถึงเรื่องกระดูกแข็งแรง ก็ยังคงเป็นสารอาหารสำคัญต่อสุขภาพที่ดีไปตลอดชีวิต ลอเรน มาเนเกอร์ นักโภชนาการกล่าว แหล่งอาหารไทยๆ ที่หาได้ง่าย เช่น ผักใบเขียว น้ำปลา และเต้าหู้ ก็ช่วยเพิ่มแคลเซียมได้ดี อย่างไรก็ตาม เหมือนกับที่อื่นๆ คนไทยโดยเฉพาะผู้ใหญ่ยังดื่มนมน้อยอยู่ ทำให้ต้องหันมารณรงค์ให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมากินอาหารที่มีแคลเซียมสูงในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น
วิตามินดี ซึ่งปกติร่างกายเราสร้างได้เองเมื่อเจอแดด กลับกลายเป็นสารอาหารที่คนไทยยุคใหม่ขาดแคลนกันมาก เพราะวิถีชีวิตคนเมืองที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอาคาร เอมี่ ชาปิโร นักกำหนดอาหารมืออาชีพ แนะนำให้กินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี เช่น เห็ดและปลาซาร์ดีน ซึ่งก็มีอยู่ในเมนูอาหารไทยอยู่แล้ว แต่อาจจะกินกันไม่บ่อยพอที่จะตอบสนองความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
สุดท้ายคือ โพแทสเซียม ที่สำคัญต่อการควบคุมความดันโลหิต ก็เป็นอีกตัวที่คนไทยมักได้รับน้อย ทั้งที่ปกติก็มีอยู่ในผลไม้อย่างกล้วย และผักอย่างมันเทศ นักโภชนาการชี้ว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เรากินโซเดียมสูงปรี๊ดจากอาหารแปรรูป ซึ่งไปบดบังประโยชน์ดีๆ ของโพแทสเซียมจากแหล่งธรรมชาติในอาหารไทยดั้งเดิม
ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การหาอาหารเสริมมาเติมสารอาหารที่ขาดหายไป มาริสซา คาร์ป นักกำหนดอาหารมืออาชีพ ย้ำว่า เราควรให้ความสำคัญกับอาหารจริงๆ โดยเฉพาะอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี (whole foods) ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด มากกว่าการกินยาเม็ด วิธีนี้สำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ เพราะสารอาหารต่างๆ จะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งก็เหมือนกับการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจากมื้ออาหารไทยที่สมดุลนั่นเอง
เมื่อมองไปข้างหน้า การแก้ปัญหาการขาดสารอาหารเหล่านี้ต้องอาศัยการส่งเสริมให้คนหันกลับมากินอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป (whole foods) และใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาอาหารไทย ซึ่งจริงๆ แล้วก็สอดคล้องกับเป้าหมายเหล่านี้อยู่แล้ว โครงการด้านสาธารณสุขต่างๆ อาจต้องปรับกลยุทธ์โดยเน้นให้ความรู้ด้านโภชนาการที่เข้ากับวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมให้คนกลับไปมีพฤติกรรมการกินแบบดั้งเดิมที่ดีต่อสุขภาพและอุดมด้วยสารอาหาร
สำหรับคนไทยทุกคน แค่เราเพิ่มการกินผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารทะเลที่มีอยู่มากมายในบ้านเรา ก็สามารถเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ได้รับได้อย่างมาก ลองปรับพฤติกรรมง่ายๆ เช่น เพิ่มเครื่องเคียงที่มีใยอาหารสูง เลือกวัตถุดิบที่มีแคลเซียมตามธรรมชาติ และให้ความสำคัญกับมื้อหลักมากกว่าของว่าง ก็จะนำไปสู่วิถีการกินที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องทั้งกับภูมิปัญญาดั้งเดิมและหลักโภชนาการสมัยใหม่
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโภชนาการเหล่านี้ การทำความเข้าใจถึงความสำคัญของสารอาหารเหล่านี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน กลับไปสู่วิถีที่ดีต่อสุขภาพตามแบบฉบับดั้งเดิม เป็นการผสมผสานความรู้ทางโภชนาการสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างลงตัว การร่วมมือกันเช่นนี้จะสามารถกำหนดทิศทางการเลือกกินของคนไทยในอนาคตให้ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตอกย้ำมรดกทางอาหารอันน่าภาคภูมิใจของชาติด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสุขภาพที่ดี