เมื่อเร็วๆ นี้ ในรายการพอดแคสต์ “Heal Squad x Maria Menounos” เจนนี่ แมคคาร์ธี ดาราและพิธีกรชื่อดัง เปิดเผยประสบการณ์เฉียดตายจากภาวะแทรกซ้อนของการกินวีแกน ซึ่งส่งผลให้อาการป่วยเดิม ทั้งโรคเซลิแอค (แพ้กลูเตน) อาการแพ้นมวัว และแพ้ถั่วเหลืองของเธอทรุดหนักลง หลังจากผ่านประสบการณ์เลวร้ายนั้นมา แมคคาร์ธีก็หันมาทานอาหารแบบ “คาร์นิเวอร์” (Carnivore Diet) ที่เน้นกินเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ ไข่ และปลาเท่านั้น แม้เธอจะชูว่านี่คือทางรอดที่เปลี่ยนชีวิต ช่วยให้มีเรี่ยวแรงมากขึ้นและระบบย่อยอาหารดีขึ้น แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต่างออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจตามมา

เทรนด์การกินแบบคาร์นิเวอร์ ซึ่งมีอินฟลูเอนเซอร์หลายคน รวมถึง โจ โรแกน ให้การสนับสนุน กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่ก็ยังคงมีประเด็นน่าเป็นห่วงด้านสุขภาพหลายประการ ผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอินเดียนา เตือนถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคนิ่วในไต เนื่องจากการกินโปรตีนสูงจะไปเพิ่มการผลิตกรดยูริกในร่างกาย ซึ่งระดับกรดยูริกที่สูงขึ้นอาจนำไปสู่การก่อตัวของก้อนนิ่วอันเจ็บปวด และอาจอุดตันทางเดินปัสสาวะจนเกิดการติดเชื้อรุนแรงได้

สุขภาพหัวใจก็เป็นอีกเรื่องที่น่ากังวล การกินเนื้อแดงปริมาณมากอาจเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) หรือไขมันเลว ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ การกินอาหารแบบนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดการสะสมของพลัค (ตะกรันไขมัน) ในหลอดเลือดแดง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ การที่อาหารแบบคาร์นิเวอร์ไม่มีใยอาหารจากผักและผลไม้เลย ยังอาจรบกวนสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ นำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืดและท้องผูก แม้ว่าจะมีงานศึกษาในปี 2021 ที่พบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษามีความพึงพอใจและไม่พบผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด แต่ก็ยังคงมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาทางเดินอาหารอยู่ดี

ยิ่งไปกว่านั้น การงดกินผัก ผลไม้ และธัญพืช อาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น วิตามินซีและโพแทสเซียม ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) และทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ความเสี่ยงอื่นๆ ยังรวมถึงโอกาสเสี่ยงที่สูงขึ้นในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณมาก

สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลาย ก็ได้เห็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินตามเทรนด์โลกเช่นกัน ในขณะที่อาหารแพลนต์เบส (เน้นพืชเป็นหลัก) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น การกินเนื้อล้วนแบบคาร์นิเวอร์กลับเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างสุดโต่งและยังเป็นที่ถกเถียง ในขณะที่สังคมไทยใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น การตระหนักถึงความสำคัญของโภชนาการที่สมดุลและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการกินอาหารแบบเคร่งครัดหรือสุดโต่งเกินไปจึงเป็นเรื่องจำเป็น การหันกลับมาหาอาหารไทยแบบดั้งเดิม ที่อุดมไปด้วยผักและโปรตีนไขมันต่ำ อาจเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า โดยไม่ต้องเสี่ยงกับข้อเสียของการกินแบบสุดขั้ว

งานวิจัยในอนาคตอาจให้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของการกินอาหารลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญในปัจจุบันเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีแนวทางโภชนาการที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยปรับอาหารให้เข้ากับความต้องการด้านสุขภาพของตนเอง และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำเสมอ

สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่กำลังคิดจะปรับเปลี่ยนการกิน สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงภาวะสุขภาพส่วนตัวและวัฒนธรรมการกินอยู่ของตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการกินอย่างจริงจัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกกินอาหารนั้นส่งเสริมสุขภาพโดยรวม และยังคงสอดคล้องกับคุณค่าของอาหารไทยที่ดีต่อสุขภาพ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ที่ NY Post