ชามัทฉะ (Matcha) ชาเขียวบดละเอียดแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในไทยและทั่วโลก โดยผลการวิจัยล่าสุดปี 2025 ยืนยันถึงประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพที่เหนือกว่าชาเขียวทั่วไป เนื่องจากเราบริโภคใบชาทั้งใบในรูปแบบผงละเอียด ทำให้ได้รับสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่มากกว่าหลายเท่า

จากการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Journal of Nutrition พบว่า สารแคเทชิน (Catechins) โดยเฉพาะ EGCG (Epigallocatechin gallate) ในมัทฉะ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพหลายด้าน งานวิจัยระยะยาว 12 เดือนที่เพิ่งเสร็จสิ้นในปี 2025 ยืนยันว่าการดื่มมัทฉะเพียงวันละ 2 กรัม ช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับและการรับรู้ทางสังคมในผู้ใหญ่อายุมากกว่า 60 ปีได้อย่างชัดเจน

ประโยชน์เด่นๆ ของมัทฉะจากผลวิจัยล่าสุดมีดังนี้:

  1. เผาผลาญและควบคุมน้ำหนัก ผลวิจัยพบว่าคนที่ดื่มมัทฉะสามารถเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น 65-200 แคลอรี่ต่อวัน โดยเฉพาะการลดไขมันหน้าท้อง งานศึกษาในวารสาร Journal of Nutrition พบว่าคนที่ดื่มชาที่มีสารแคเทชินสูงวันละ 2 ครั้ง ลดรอบเอวได้เฉลี่ย 1.9 เซนติเมตรภายใน 12 สัปดาห์

  2. เพิ่มประสิทธิภาพสมองและความจำ สารแอล-ทีอานีน (L-theanine) ในมัทฉะ ทำงานร่วมกับคาเฟอีนสร้างภาวะ “ตื่นตัวอย่างมีสติ” (Mindful alertness) ช่วยเพิ่มสมาธิโดยไม่ทำให้ใจสั่นเหมือนกาแฟ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มคลื่นสมองแอลฟา ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาวะผ่อนคลายแต่ยังคงมีสมาธิดี

  3. ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด การศึกษาในญี่ปุ่นที่ติดตามผู้ใหญ่กว่า 40,000 คน พบว่าคนที่ดื่มชาเขียวมากกว่า 5 ถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองลดลง 26% และมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลง 16% เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มน้อยกว่า 1 ถ้วยต่อวัน

  4. ช่วยป้องกันมะเร็ง การวิเคราะห์อภิมานพบว่า การดื่มชาเขียวปริมาณสูงสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดลง 20-30% โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร

  5. ควบคุมน้ำตาลในเลือด การศึกษาในวารสาร Annals of Internal Medicine พบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลง 33% เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มไม่บ่อย

  6. ป้องกันโรคสมองเสื่อม งานวิจัยพบว่าคนที่ดื่มชาเขียว 1-6 วันต่อสัปดาห์มีความเสื่อมถอยทางความคิดน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่ม โดยผู้ที่ดื่มเป็นประจำมีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมลดลงถึง 50%

  7. ดีต่อสุขภาพช่องปาก สารแคเทชินในมัทฉะมีคุณสมบัติต้านจุลชีพ ช่วยลดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ โรคเหงือก และกลิ่นปาก งานวิจัยพบว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำทำให้สุขภาพเหงือกดีขึ้น

  8. ช่วยยืดอายุ การศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ดื่มชาเขียวมากกว่า 5 ถ้วยต่อวันมีความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลดลง 23% ส่วนผู้ชายมีความเสี่ยงลดลง 12%

  9. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สารแคเทชินในมัทฉะมีฤทธิ์ต้านจุลชีพโดยตรงต่อแบคทีเรียและไวรัสหลายชนิด ช่วยลดโอกาสติดเชื้อและความรุนแรงของการติดเชื้อได้

สำหรับคนไทยที่อยากได้ประโยชน์สูงสุดจากมัทฉะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่ม 3-5 ถ้วยต่อวัน โดยชงด้วยน้ำอุณหภูมิ 70-80 องศาเซลเซียส (ไม่ใช่น้ำเดือด) เพราะจะช่วยคงคุณค่าสารอาหารสำคัญในชาไว้ได้มากที่สุด

ในเมืองไทย มัทฉะกำลังได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักสุขภาพและคนที่อยากลดน้ำหนัก ร้านกาแฟและร้านชาชื่อดังต่างๆ ต่างเพิ่มเมนูมัทฉะหลากหลายรูปแบบ ทั้งมัทฉะลาเต้ มัทฉะปั่น และขนมที่ใส่มัทฉะเป็นส่วนผสม

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกมัทฉะคุณภาพดี และควรปรึกษาหมอก่อนดื่มหากมีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์ เพราะมัทฉะมีคาเฟอีนค่อนข้างสูง

แหล่งข้อมูล: - Harvard Health: <https:> - European Journal of Nutrition (2025) - Journal of Nutrition Research - Annals of Internal Medicine - Rolling Out: </https:>