ชีวิตทาสในนิคม คอลล์เซ็นเตอร์ เรื่องเล่าจากเหยื่อ
มีคนส่งต่อๆ กันมา
😔#ชีวิตทาสในนิคมคอลล์เซ็นเตอร์ #เรื่องจริงจากเหยื่อ
บอกเลยว่าหลายอย่างคือเพิ่งเคยได้ยินได้ฟังมานี่แหละ น่ากลัวแบบขนลุกจริง ชีวิตคนที่โน่นคือเหมือนผักปลาที่ซื้อขายกันปกติ...
สำนักข่าว South China Moring Post ได้มีคลิปสัมภาษณ์หนุ่มจีนท่านนึงจากเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเคยตกเห็นเหยื่อถูกหลอกเข้าไปทำงานที่แก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ในเมียนมาร์ จนตอนหลังครอบครัวสามารถไถ่ตัวกลับคือมาได้...และนี่คือเรื่องราวอย่างละเอียดของหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ที่อยากมาแชร์ให้สังคมรับรู้
#ขุดบ่อล่อเหยื่อ
1 หนุ่มจีนชื่อ สวี่ป๋อฉุน(ต่อไปนี้เรียกชื่อว่า สวี่) อายุ 39 ปี เคยถูกหลอกไปทำงานที่นิคมแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ในเมียนมาร์แบบเดียวกับนักแสดงจีนหวางซิงที่เป็นข่าวดังเลย คือผ่านกรุ๊ปแคสงานแสดงในวีแชท
2 เขาเล่าว่ากลางปี 2023 ตอนนั้นเขาเองมีอาชีพเป็นนักแสดงตัวประกอบ ก็จะอยู่ในกรุ๊ปหางาน, แคสงานต่างๆในวีแชทของพวกคนในวงการบันเทิง ตอนนั้นเขาเห็นประกาศรับสมัครนักแสดงตัวประกอบที่โพสต์โดย ชายชื่อ พ่างหู่ (胖虎 เสืออ้วน) โดยให้ค่าตอบแทนที่ 1 หมื่นหยวน(ราว 5 หมื่นบาท) เขาสนใจงานนี้อย่างมาก
3 ซึ่งสวี่ก็ได้เข้าไปดูใน moment (คล้าย timeline ในไลน์)ของผู้โพสต์งานก็พบว่าเขามีโพสต์อัพเดทงานแสดงต่างๆที่เขาดูแลอย่างสม่ำเสมอ แบ็คกราวน์มีความน่าเชื่อถือ จึงได้ทักพ่างหู่ไปว่าเขาสนใจงานที่ระบุค่าตอบแทน 1 หมื่นในโพสต์
4 พ่างหู่บอกให้เขาส่งพวกคลิปแคสงาน คลิปแนะนำตัว โปรไฟล์ให้ทีมงานพิจารณา ผ่านไปไม่กี่วัน เขาได้รับการแจ้งว่าแคสงานผ่านแล้ว ให้มาเริ่มงานได้ที่แคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน
5 สวี่ไปถึงที่สถานีรถไฟแคว้นสิบสองปันนา...เขาพบว่ามีคนอีก 5 คนที่ได้ผ่านการแคสงานมาแบบเขาเช่นกันที่นั่น ทั้งหมดขึ้นรถที่ทางทีมงานจัดเตรียมมาให้แล้วไปยัง "จุดนัดพบ"
6 เมื่อไปถึงที่หมาย สวี่รู้สึกแปลกใจอย่างมากที่ที่นี่ดูไม่เหมือนสถานที่ถ่ายทำเลย ไม่มีทั้งทีมงานโปรดัคชั่น ไม่มีฉาก ไม่มีอุปกรณ์ไฟใดๆ มีแต่ป่ารกร้าง สักพักอยู่ดีๆก็มีชายฉกรรจ์ราว 10 กว่าคนใส่ชุดลายพรางเดินเข้ามาพวกเขา สวี่บอกตอนนั้นกลัวมากๆ เริ่มสังหรณ์ใจแล้วว่าต้องมีสิ่งไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้นกับพวกเขาแน่ๆ
#ข้ามแดนกันแบบนี้เรื่องปกติ
7 สวี่พร้อมกับกลุ่มคนที่มาด้วยกันเริ่มลนลานโวยวาย ถามคนขับรถกับพวกชายฉกรรจ์ว่าที่นี่ที่ไหน ซึ่งทางตัวแทนกลุ่มชายฉกรรจ์ก็เข้ามาพูดด้วยดีๆว่า "ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตกใจไป ยังไม่ถึงที่หมาย พวกคุณต้องเดินตามพวกเราข้ามเขาไปอีกนิดก็ถึงแล้ว แต่เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อยคือมีของตรงชายแดนที่พวกคุณต้องแวะไปช่วยเราขน เดี๋ยวยังไงไปถึงที่หมายจะมีค่าตอบแทนพิเศษให้อีก"
8 สวี่เล่าว่าตอนนั้นใจก็กลัวมากๆ แต่เขากับคนที่มาด้วยก็คิดว่าไม่เป็นไร มาทำงาน จนเมื่อใกล้ไปถึงที่หมาย เขาพบว่านอกจากกลุ่มของเขาแล้ว ก็ยังมีกลุ่มอื่นๆที่มาจากหลายๆทิศทาง รวมๆแล้วมีคนที่โดนพามาแบบเขาวันนั้นก็ 30-40 คน และทุกกลุ่มมีทีมชายฉกรรจ์สวมชุดลายพรางนำขบวนมาหมด ตรงนี้หลายๆคนจึงเริ่มรู้ตัวว่าพวกเขามาถึงชายแดนเมียนมาร์แล้ว...
9 กลุ่มคนที่ถูกพามาจะถูกต้อนขึ้นรถไปพร้อมกับมีชายฉกรรจ์ประกบ ระหว่างทางจะมีด่านตรวจหลายด่าน ซึ่งคนขับรถจะต้องจ่ายค่าผ่านด่านให้กับคนเฝ้าด่านแต่ละด่านจึงจะผ่านไปได้
10 ระหว่างทางสิ่งที่สวี่จำได้แม่นยำมากๆคือขณะที่รถจอดอยู่มีกลุ่มนักเรียนประถมในพื้นที่เดินผ่าน แล้วพูดภาษาจีนสำเนียงยูนนานว่า "มีกลุ่มคนจีนถูกเอามาขายอีกแล้ว" 又是一群中国人被卖过来了 ตรงนี้ทุกคนในรถช๊อคมากกับสิ่งที่ได้ยิน เหมือนกับว่าการที่ "คนถูกเอามาขาย" ที่นี่เป็นเรื่องปกติมากๆของประชาชนในพื้นที่
#เข้าสู่ฟาร์มมนุษย์
11 รถของพวกเขาขับไปถึงที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งราว 20 นาทีรถก็ผ่านรั้วเหล็กขนาดใหญ่ที่มีตึกเรียงรายข้างใน คนบนรถถูกพาเข้าไปในหนึ่งในตึกเหล่านั้น คนที่นั่นเรียกตึกนี้ว่า "ฟาร์ม" 农家乐
12 สวี่เล่าสภาพในตึกว่า เมื่อไปถึงเขาเห็นห้องโถงกว้างที่ตรงกลางเป็นลานที่เห็นคนจีนจำนวนหนึ่งถูกลากมาทุบตี ทรมาน จนเลือดตกยางออก ในห้องนั้นมีโต๊ะจำนวนมากที่ชาวจีนจำนวนหลายสิบคนนั่งอยู่และคอยคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา
13 คนมาใหม่ที่เข้าไป จะมีเจ้าหน้าที่มามอบป้ายเหมือนเป็น"ไอดีประจำตัว" ที่ระบุชื่อพร้อมวันที่เข้ามา ซึ่งของสวี่คือ "สวี่ป๋อฉุน 11 กรกฏาคม" ซึ่งไอดีนี้จะช่วยระบุตัวตนว่า ถ้าใน 30 วันหลังเข้ามา ไม่สามารถทำยอดให้กับแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ได้ คนนั้นจะถูกเอาไปฆ่าและขายอวัยวะทั้งหมดที่เมืองเมียวดี...
14 ถึงตรงนี้ คนที่โดนจับมาช่วงแรกๆจะถูกพวกในแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์บังคับให้หลอกคนเข้ามาแบบที่โดนผ่านวีแชทหรือกรุ๊ปต่างๆที่ตัวเองอยู่ ใครไม่เชื่อฟังหรือไม่มีผลงานก็จะโดนทุบตี ทำร้าย โดยเลือกทุบตีเฉพาะช่วงเอวลงไป เพราะส่วนตั้งแต่ไตขึ้นไปขายได้หมด
15 แล้วทุกเช้าจะมีพวกฝ่ายบุคคลจากบริษัทในนิคมฯมาเลือกซื้อคนใหม่ๆที่เข้ามา โดยจะถามแค่ 2 คำถามคือ "พิมพ์คอมเป็นมั้ย" กับ "พูดภาษาจีนกลางได้รึเปล่า?" ซึ่งก็จะมีคนถูกพวกฝ่ายบุคคลข้างนอกพาออกไปทุกวัน ส่วนคนที่ครบ 30 วันยังไม่มีผลงานหรือยังไม่โดนซื้อตัวไปก็จะถูกพาขึ้นรถไปขายอวัยวะ
16 สวี่เล่าว่าบ่อยครั้งตอนเขาอยู่ที่นั่น จะมีคนจีนด้วยกันที่ไม่เชื่อฟังพยายามต่อต้าน พยายามแย่งปืนจาก รปภ. ในตึก ซึ่งไม่เคยใครหรือกลุ่มไหนต่อต้านสำเร็จ พวกที่ต่อต้านจะโดนทุบตีอย่างหนัก หรือถึงขั้นยิงให้ตาย ณ ที่ตรงนั้น ต่อหน้าเพื่อนร่วมชาติหลายๆคนที่ต่างหวาดกลัว เขาบอกมีครั้งหนึ่ง รปภ. กราดปืนยิงมาทีเดียวโดนคน 11 คน มีเสียชีวิตทันที่ที่เกิดเหตุ 4 คน
#จากฟาร์มสู่บริษัท
17 หลังสวี่อยู่ที่ "ฟาร์ม" ไปสักระยะ ก็ถูกฝ่ายบุคคลจากบริษัทนึงซื้อตัวไป เขาได้ไปทำงานที่โรงแรมหงเหลียน 红莲宾馆 ซึ่งก็คือหนึ่งในบริษัทของพวกนิคมคอลล์เซ็นเตอร์ ซึ่งในนิคมมีอีกหลายสิบตึก แต่ละตึกก็คือ 1 บริษัท
18 บริษัทที่สวี่ได้เข้าไปมี 7 ชั้น ถือว่าไซส์ค่อนข้างเล็กที่นั่น แต่ละชั้นจะมี "คนทำงาน" แบบสวี่ประมาณ 100 คน แบ่งเป็นทีม A ทีม B...ทุกคนที่ทำงานจะได้รับมือถือไอโฟน 4 เครื่องกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค 1 เครื่อง ทุกชั้นจะมีทหารถือปืนเฝ้ายาม 5-10 คนตลอด 24 ชั่วโมง มีกล้องหลายตัวในแต่ละมุมตึกสอดส่องคนทำงานข้างใน
19 เวลาเริ่มงานของที่นั่นคือทุกวัน 10 โมงเช้าถึงตี 2 ทุกคนต้องมานั่งหน้าโต๊ะตัวเองคอยพิมพ์ข้อความในมือถือ, คุยโทรศัพท์, ส่งข้อความผ่านโน้ตบุ้ค เวลาคุยกับคนต่างชาติก็จะใช้โน้ตบุ้คแปลภาษาก่อนแล้วค่อยส่งข้อความ ซึ่งงานที่สวี่ได้รับต้องดูแลแอคเคาท์แสกมเมอร์ 20 แอคเคาท์ในโซเชียลมีเดียหลายแพล็ตฟอร์ม
20 คนทำงานที่นั่นทุกวันต้องส่งข้อความหรือไปไล่พิมพ์คอมเมนต์ตามโซเชียลมีเดียแพล็ตฟอร์มต่างๆวันละเป็นร้อยคอมเมนต์ แถมยังมี KPI รายวันด้วย เช่น ต้องมีคนตอบกลับข้อความอย่างน้อย 7 ครั้งต่อวัน เป็นต้น ถ้าทำตามเป้าไม่ได้ก็จะถูกลงโทษ
21 ซึ่งที่เราพบเห็นบ่อยๆคือ แสกมเมอร์เหล่านี้จะชอบชวนให้เหยื่อไปแอดคุยต่อใน Whatsapp หรือไลน์ โดยใช้ภาพโปรไฟล์ของหนุ่มหล่อสาวสวย แล้วชวนคุยไปเรื่อยๆ คุยทุกวัน จนสุดท้ายเหยื่อไว้วางใจก็จะเริ่มชวนลงทุน ชวนเล่นพนันออนไลน์ หรืออ้างเหตุให้เหยื่อต้องช่วยโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเพื่อหวังผล
#kpiคนทำงาน
22 ซึ่งคนทำงานทุกคนจะถูกบีบว่า ต้องทำผลงานให้ได้ 1 บิลทุก 10 วัน ไม่งั้นจะโดนทุบตีอย่างหนัก ให้อดข้าว โดยบิลขั้นต่ำคือต้องยอดเงินเกิน 500 ดอลลาร์(ราว 15,000 บาท)
23 สวี่บอกว่าเมื่อไปอยู่ในสถานการณ์นั้นๆมันจะบีบคั้นมากๆ ทุกคนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้เปิดบิล เพราะทนเจ็บไม่ไหว แต่บิลกว่าจะออกก็แทบรากเลือด และถึงทำยอดเปิดบิลได้ ก็ไม่มีทางได้ออกไป ต้องเป็นเครื่องมือหาเงินให้แก๊งเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งเงินที่หลอกมาทางบริษัทจะมีค่าคอมมิชชั่นให้ แต่เงินที่ได้มาก็เอาไว้ใช้จ่ายได้แต่ในนิคมฯ
#กว่าจะรอดพ้นนรก
24 จุดเปลี่ยนคือ ในทุกเดือนจะมี 1 วันที่บริษัทจะให้โอกาสคนทำงานได้ส่งข้อความหาคนรู้จัก/คนที่บ้าน ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องหลอกคนที่บ้านว่าสบายดี ไม่ต้องห่วง เพื่อเป็นการระงับไม่ให้คนที่บ้านตามหาตัว
25 สวี่บอกว่าวันนั้นเขาส่งข้อความหาเพื่อนสนิท ซึ่งระหว่างเขาส่งข้อความจะมีคนเฝ้ายามคอยดูตลอดว่าเขาคุยอะไร เขารอคอยจังหวะที่คนเฝ้ายามแวบไปเข้าห้องน้ำ เขารีบพิพม์ข้อความส่งหาเพื่อน "ชั้น 7 โรงแรมหงเหลียน เล้าก่าย ทางเหนือเมียนมาร์ ช่วยด้วย" 七楼红莲宾馆老街北缅救我 ซึ่งเมื่อเขากดส่งปุ๊บก็รีบกดลบจากฝั่งของเขา
26 เพื่อนสนิทเขารีบแจ้งไปยังครอบครัวสวี่ทันทีถึงข้อความที่ได้รับ นำไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานช่วยเหลือในท้องที่ ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่เจรจาเรื่องค่าไถ่กับพวกแก๊งนิคมคอลล์เซ็นเตอร์
27 จนในที่สุดครอบครัวต้องจ่ายเงินราว 1.1 ล้านหยวน(5.5 ล้านบาท) สวี่เล่าว่าเมื่อทางนายหน้าได้รับเงินค่าไถ่แล้วเขาถึงจะได้วีดีโอคอลล์คุยกับทางครอบครัว นั่นเป็นเวลาเกือบ 3 เดือนที่เขาหายตัวไปและได้วีดีโอคอลล์คุยกับแม่ครั้งแรก เขาจำได้ดีเลยคือ "แม่ดูแก่ลงไปมากๆ"
28 สวี่ถูกพาขึ้นรถเอามาปล่อยตรงชายแดนจีน-เมียนมาร์ที่แคว้นสิบสองปันนา เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่พาเขากลับเซี่ยงไฮ้ไปพบครอบครัว ซึ่งตอนนี้เขาทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยครอบครัวยังคงติดหนี้ที่ไปหยิบยืมมาช่วยเหลือเขาอีกราว 4 แสนหยวน(2 ล้านบาท)
29 สวี่บอกว่าที่เขากล้าออกมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้ก็เพื่อหวังว่าอย่างน้อยจะมีเหยื่อที่โดนหลอกแบบเขาน้อยลง และหวังว่าทางรัฐบาลจะสามารถปราบปรามแก๊งเหล่านี้ให้หมดสิ้นโดยเร็ว
ที่มา Youtube - South China Moring Post
"Life inside Myanmar's Notorious Scam Centres"