เว็บไซต์ University World News ฉบับวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๘ ลงบทความ New global education power plan sets stage for progress  เขียนโดยศาสตราจารย์ด้านการวิจัยอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น   บอกว่าคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้อนุมัติแผน the Education Power Construction Plan Outline (2024-2035)  เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๘  โดยมีเป้าหมายภาพใหญ่ในการใช้พลังของการศึกษา สร้างความทันสมัยของระบบสังคมนิยม   การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในโลก   และการมีอิทธิพลต่อโลก

โดยเน้นคุณภาพ  ความเสมอภาค และนวัตกรรมด้านการศึกษา    สนองความต้องการของศตวรรษที่ ๒๑  และสู้ความท้าทายเชิงระบบ    

เขาประกาศนโยบายว่า ยึดการศึกษาเป็นเสาหลักของการพัฒนาความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนในโลก    โดยเน้นเทคโนโลยีด้าน เอไอ  พลังงานสะอาด และควอนตัม คอมพิวติ้ง   

ในเรื่องความเสมอภาค เขามุ่งลดความแตกต่างของคุณภาพการศึกษาระหว่างเมืองกับชนบท    มุ่งให้ประชาชนทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ   

เป็นการศึกษาที่เน้นทั้งสร้างอุดมการณ์สังคม  และสร้างสร้างความทันสมัยของสังคม   

เป็นแผนแห่งอนาคต ที่มุ่งปฏิรูปทั้งด้านอุดมการณ์ เทคโนโลยี  และอาชีพ อย่างบูรณาการ    โดยกำหนดให้การศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเด็กเล็ก ไปจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาประเทศ   

มีเป้าหมายยกระดับการยอมรับว่าการศึกษาของจีนมีคุณภาพสูง    และคนในประเทศอื่นนิยมมาเรียนในมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงของจีน   

กลยุทธสำคัญคือ ใช้พลังไอที รวมทั้งเอไอ หนุนการเรียนรู้ของคนทุกระดับ  มีข้อมูลความก้าวหน้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ       

ความท้าทายมีมากมาย   อ่านแล้วเหมือนของไทยเปี๊ยบ    เริ่มตั้งแต่เรื่องสังคมสูงอายุ   ความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากรการศึกษาระหว่างเมืองกับชนบท    การประเมินผลงานเน้นที่ผลงานระยะสั้น (impact factor) ละเลยผลงานที่มีผลกระทบระยะยาว คือผลกระทบต่อสังคม   งานวิจัยสหสาขามีน้อย    อาจารย์ต่างชาติมีน้อย   เสรีภาพทางวิชาการ   และระบบงานที่มีขั้นตอนมาก เป็นความท้าทาย    แม้จีนจะผงาดขึ้นมาเป็นประเทศที่มีจำนวนตีพิมพ์ผลงานวิชาการสูงที่สุดในโลก แซงหน้าสหรัฐอเมริกา   แต่การแปรผลงานวิจัยไปเป็นผลิตภัณฑ์สู่ตลาด และทำรายได้แก่มหาวิทยาลัยยังล้าหลังกว่ามาก    รวมทั้งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรมก็ยังอ่อนแอ   

แต่ก็มีสัญญาณความก้าวหน้าที่ชัดเจน  มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ผงาดขึ้นเป็นอันดับ ๑๔  และซิงหัวอันดับ ๒๐ ใน QS World University Ranking 2025   ผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงสูงก็เพิ่มขึ้นมาก เป็นที่สองรองจากสหรัฐเท่านั้น   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาสำคัญสำหรับการเป็นประเทศผู้นำทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต    การประยุกต์ระบบไอทีหนุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว    โครงการที่ชื่อว่า Double First-Class Initiative ที่เริ่มในปี 2015 ก็ได้สร้างมหาวิทยาลัย และทีมวิจัยจีนที่มีคุณภาพระดับโลกขึ้นมากมายหลากหลายสาขาวิชา   

เรื่องใหญ่ที่เขากำลังแก้ คือระบบการประเมินผลงาน   ที่จะต้องเปลี่ยนจากเน้นจำนวน (quantitative)  ไปเป็นเน้นคุณภาพ (qualitative) 

จีนวางกลยุทธใช้การศึกษาเป็นพลังขับเคลื่อนบทบาทของจีนในเวทีโลก   

วิจารณ์ พานิช

๒๓ ม.ค. ๖๘