Podcast ตามในบันทึก (๑)    และประสบการณ์ในการประชุมที่มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ บ่ายวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ นำสู่บันทึกนี้   บันทึกสำหรับเริ่มต้นการเดินทางทางความคิดเรื่องการเรียนรู้สำหรับมนุษย์ในอนาคต

ในอนาคตการเรียนรู้น่าจะเข้าไปเชื่อมกับชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น   ความห่างเหินระหว่างการศึกษากับการเรียนรู้ในชีวิตจริงน่าจะหดลงจนเกือบจะหมดไป    จะเห็นว่าวิทยากรใน (๑)  เอ่ยถึง experiential learning หลายครั้ง    และย้ำว่าจะเรียนรู้ได้ดีต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าตนเองต้องการเป็นอะไร ต้องการมีชีวิตแบบไหน    ที่ผมตีคFวามว่า ต้องพัฒนาตัวตนตามแนวทางของ Chickering’s Seven Vectors of Identity Development ให้ชัดเจน  แล้วจึงจะเป็นผู้กำกับการเรียนรู้ของตนเอง    และเรียนแบบแหกคอก หรือเรียนอย่างได้ผลดีโดยไม่ต้องทำตามกติกาของระบบการศึกษา ก็ได้       

ในอนาคตการเรียนรู้จะได้รับการหนุนโดยระบบข้อมูลมากขึ้น    จากการประชุมมูลนิธิสดศรีฯ  ผมได้รู้จักเครื่องมือ Fit2Work, Data-driven Learning   แต่เมื่อเข้าไปสมัครสมาชิก F2W ก็พบว่าผมแก่เกินไป    ส่วน DDL มีกำเนิดปี 1990 และเติบโตมาในเรื่องการเรียนภาษามาตลอด  เพิ่งแพร่เข้าไปในการเรียนศาสตร์อื่นเมื่อสองสามปีมานี้เอง    ดังตัวอย่าง (๒)    ที่ชี้ว่า ในอนาคต ระบบไอที โดยเฉพาะ เอไอ จะช่วยเอื้อให้การเรียนรู้ยืดหยุ่นด้านกาละเทศะ (every time, everywhere)  และด้านความเหมาะสมต่อแต่ละคน (personalized) ได้ดียิ่งขึ้น   รวมทั้งช่วยให้ครูติดตามความก้าวหน้าของศิษย์เป็นรายคน และให้การโค้ชเป็นรายคนได้โดยไม่หนักแรงมากนัก  เพราะ เอไอ น่าจะช่วยแนะแนวทางได้ 

ที่ต้องระวังคือ ครูต้องไม่ปล่อยให้ เอไอ ทำหน้าที่แทน    ครูต้องเน้นทำหน้าที่ “มนุษย์สัมผัสมนุษย์”    เพราะการเรียนรู้ต้องการมิติด้านอารมณ์หรือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วย   

วิจารณ์ พานิช

๓๐ ธ.ค. ๖๗