กลัว (Fear): หัวใจปัญญาญาณเพื่อผ่านพ้นพายุ
หนังสือเล่มนี้ได้มาจากพี่ขาว ศิริพร
เราอ่านข้ามไป ข้ามมาหลายรอบ ช่วงนี้เราข้ามไปอ่าน วิธีฝึกปฏิบัติเพื่อแปรเปลี่ยนความกลัว หน้า 124 เพื่อศึกษาและฝึกจริงจังจะเป็นอย่างไร
ขอสรุปบทที่ตั้งใจฝึก ดังนี้:-
ก่อนอื่นต้องอ่านคำนิยมก่อนว่า คำนิยมของคนที่เขียน สะท้อนว่ายังไง
- อ่านคำนิยมของ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ อาจารย์กล่าวสรุปว่า “การกดข่มความกลัวไว้ ไม่อาจสลายความกลัวให้หมดสิ้นได้ การภาวนาบ่มเพาะเมตตาธรรมให้งอกงาม จะพบหนทางที่จะละลายความกลัวให้จางหายได้”
- อ่านคำนิยมของ ปาน ธนพร แวกประยูร กล่าวง่ายๆๆว่า สมบัติล้ำค่าที่ติดตัวมากับเรา คือ ลมหายใจ ดังนั้นชีวิต อยู่ที่ปลายดั้งจมูกเรานั่นเอง หนังสือเล่มนี้ อ่านด้วยใจสบายๆ ค่อยๆเรียนรู้และฝึกไป ทำให้เรามีสติมากขึ้น
การปลดปล่อยความกลัวจากร่างกายและความรู้สึก แบบฝึกหัดเพื่อการเจริญสติอย่างง่าย 8 ประการ
- แบบฝึกหัดแรก หายใจเข้า ฉันรู้ว่า นี่คือ ลมหายใจเข้า หายใจออก นี่คือ ลมหายใจออก
- แบบฝึกหัดที่ 2 หายใจเข้า ฉันตามลมหายใจของฉันตั้งแต่ต้นจนปลาย หายใจออก ฉันตามลมหายใจของฉันตั้งแต่ต้นจนปลาย
- แบบฝึกหัดที่สาม หายใจเข้า ฉันตระหนักรู้ถึงร่างกายทั้งหมดของฉัน หายใจออก ฉันตระหนักรู้ถึงร่างกายทั้งหมดของฉัน
-
แบบฝึกหัดที่สี่ หายใจเข้า ฉันตระหนักรู้ถึงความเคร่งตึงและความเจ็บปวดในร่างกายบางส่วนของฉัน หายใจออก ฉันสงบและปลดปล่อยความเคร่งตึงและความเจ็บปวดจากร่างกายทั้งหมดของฉัน
แบบฝึกหัดสี่ประการแรก เป็นการดูแลร่างกาย เพราะลมหายใจเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
แบบฝึกหัดสี่ประการต่อมา เป็นอาณาจักรของความรู้สึก
- แบบฝึกหัดที่ห้า สร้างความเบิกบาน หายใจเข้า ฉันรู้สึกเบิกบาน หายใจออก ฉันรู้ว่าความเบิกบานยู่ตรงนั้น
-
แบบฝึกหัดที่หก ตระหนักถึงความรู้สึกเป็นสุข หายใจเข้า ฉันรู้สึกเป็นสุข หายใจออก ฉันรู้ว่าความสุขอยู่ตรงนั้น
ความเบิกบานต่างจากความสุข คือ “ความเบิกบาน เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกว่า เรากำลังจะได้สิ่งที่ดี สิ่งที่เราคาดหวัง หรือกำลังจะไปถึงเป้าหมาย ความสุขเป็นอารมณ์ที่เกิดเมื่อเราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว”
- แบบฝึกหัดที่เจ็ด เป็นการดูแลความเจ็บปวดและความทุกข์ “หายใจเข้า ฉันรู้สึกความเจ็บปวดอยู่ตรงนั้น หายใจออก ฉันทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดบรรเทาลง” ทุกครั้งที่เรารู้สึกเจ็บปวด เราต้องกลับมาสัมผ้สเมล็ดพันธุ์แห่งสติ หายใจ เดินอย่างมีสติ ด้วยพลังแห่งสติและสมธิ เราจะโอบกอดความรู้สึกเจ็บปวดได้ สวัสดีความกลัว สวัสดีความโกรธ สวัสดีความเศร้าโศก ฉันรู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น ฉันจะดูแลเธออย่างดี
- แบบฝึกหัดที่แปด การทำให้เกิดความสงบและปลดปล่อยความตึงเครียดออกจากความรู้สึกเจ็บปวดนั้น เพื่อโอบกอดความรู้สึกนั้น ทำให้สงบและบรรเทาทุกข์ หายใจเข้า ฉันทำจิตปรุงแต่งให้สงบลง หายใจออก ฉันทำจิตปรุงแต่งให้สงบลง
หากเราเริ่มปฏิบัติใหม่
- พลังแห่งสติยังไม่มั่นคง เราสามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของเรา หรือไปศึกษาเพิ่มเติมจากเกจิอาจารย์ต่างๆ
หากเราเจ็บปวด
- เราต้องปล่อยให้ความรู้สึกนั้นปรากฏขึ้น อย่าเพิ่งกดข่มลงไป เราปล่อยความรู้สึกนั้นไว้และดูแลอย่างดี เมื่อเราฝึกเดินในวิถีแห่งสติ หายใจอย่างมีสติ เราสร้างพลังสติด้วย พลังอำนาจ เราสามารถตระหนักรู้และโอบกอดความทุกข์และความกลัว ทำสักระยะ เราจะเห็นความกลัวกลับลงไปในรูปเมล็ด
- เราควรเข้าใจว่า ความทุกข์และความกลัวจะกลับเข้ามาได้อีก เราฝึกปฏิบัติไปเรื่อยๆ ความกลัวเรื้อรังจะค่อยๆลดลงอย่างแท้จริง
หากเราฝึกปฏิบัติไปเรื่อยๆ
- เราจะสามารถดำรงอยู่ในปัจจุบัน โดยปราศจากความกลัว เราจะมีห้องเพิ่มสำหรับความเข้าใจและความกรุณา
สรุป 8 ข้อ
- ดูหายใจเข้า หายใจออก
- ตามลมหายใจเข้า หายใจออก
- ตามลมหายใจเข้า ออก ไปที่ร่างกายทั้งหมด
- ตามลมหายใจเข้า ออก ไปดูความเคร่งตึงและความปวด
- ตามลมหายใจเข้า ออก ไปดูความเบิกบาน
- ตามลมหายใจเข้า ออก ไปดูความสุข
- ตามลมหายใจเข้า ออก ไปโอบกอดความเจ็บปวด
- ตามลมหายใจเข้า ออก ไปทำให้จิตปรุงแต่งสงบลง
“เมื่อปราศจากความกลัว เราจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง”
จบบท
……………
แก้ว ฝึกปฏิบัติได้เบื้องตน
25.01.68
ฝึกมาหลายวัน ตอนกลางคืน ได้ 2 แบบฝึกหัด หลับสบายทุกทีค่ะ
การควบคุมความคิด ต้องใช้สติ
อ่านธรรมมะ วิธีฝึกสติ ต้องใช้การภาวนา
Mindfulness หรือ “การฝึกสติ” ตามความหมายสากล หรือ “การเจริญสติ” ในทางศาสนา หรือ “สติบำบัด” ในทางจิตวิทยานั้น มีความหมายคล้ายกันว่า คือการฝึกความระลึกรู้ตัวอยู่เสมอเพื่อหยุดความคิดทางลบ ความคิดฟุ้งซ่าน และเพื่อผ่อนคลายจิตใจ ซึ่งสมัยก่อน Mindfulness ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการศาสนา คือ นำมาใช้ฝึกการรู้ตัวผ่านการกำหนดลมหายใจ หรือจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งhttps://www.istrong.co/single-post/mindfulness-to-develop-strong-mental-health?srsltid=AfmBOop9yUvPVCzVje243NqivOJzWJbUsCcJn_6_vWWBnrx3vDEnvGJa
31.01.68
แก้ปัญหาใจ คือ การเข้าถึงเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ พอเข้าใจและแก้ไขได้ ทุกข์ก็ลดลง
1.02.68
เราน่าจะเริ่มมีห้องแห่งความเข้าใจตนเอง และเผื่อแผ่ให้คนใกล้ชิด ลูกหลานและคนข้างกาย พี่น้องที่เรารัก รวมทั้งคนที่เราเคยรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้
6.02.68
การฝึกบทนี้ ถ้าอ่านและฝึกตามอาจจะยังทำได้ไม่ดี เราน่าจะมีพื้นฐานการฝึกหายใจเข้า หายใจออก การทำสมาธิเบื้องต้น อาจต้องไปเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง วิธีการหายใจ จากเวปพระอาจารย์มีหลายเทคนิคเลยค่ะ
เทคนิคการการหายใจเข้าออก (หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช)
อย่าไปรู้ลมหายใจ ให้เห็นร่างกายเราหายใจ
ชีวิตอยู่ที่ลมหายใจ พุทโธ
หายใจเข้า หายใจออก ด้วยใจปกติ หายใจด้วยจิตธรรมดา จะเข้าฌานได้เร็ว
เวลานั่งรออะไรสักอย่าง อย่าหายใจทิ้งเปล่าๆ โดยการฝึกสติของตัวเองให้ดี อย่าหายใจทิ้งเปล่าๆ เก็บเล็กเก็บน้อยไปเรื่อยๆ
3 วิธี สั่งสมบารมี ทาน ปัจจัยน้อย รักษาศีล ถ้ารักษาศีลยังไม่ได้ ให้มาภาวนา นั่งสมาธิ เจริญเมตตา เห็นความไม่เที่ยงของอารมณ์ ว่าอารมณ์ภายในจิตเราเดี๋ยวก็เกิด เดี๋ยวก็ดับ เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ เห็นการเปลี่ยนแปลงของจิตตลอดเวลา จิตจะนิ่ง เราจะสงบ สงวรณ์ อินทรีย์
22.02.68
เราสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วขึ้น
สงบขึ้น
ความกลัวกลับลงไปในรูปเมล็ดหรืออยู่ในแคปซูล เราจะดูแลเป็นอย่างดี
เมื่อไหร่ที่ความเจ็บปวดใจกลับมา เราก็เพียงเฝ้าดูและเริ่มปฏิบัติ 8 ขั้นตอนใหม่
เราสามารถตระหนักรู้และโอบกอดความทุกข์และความกลัว ทำสักระยะ เราจะเห็นความกลัวกลับลงไปในรูปเมล็ดเราควรเข้าใจว่า ความทุกข์และความกลัวจะกลับเข้ามาได้อีก เราฝึกปฏิบัติไปเรื่อยๆ ความกลัวเรื้อรังจะค่อยๆลดลงอย่างแท้จริง
ยังฝึก fear therapy เสมอ ช่วงนี้กลับบ้านขอนแก่นและบ้านสวนแก้ว งานอ่านวิจัยห่างๆ การไปเดินกับเพื่อนก็เบาๆ มาอยู่บ้านสวนแก้วค่อนข้างนาน มีความสุข ทำใจได้ดีขึ้น
นอนหลับดีขึ้น ถ้าตื่น จะนอนต่อ ทำสมาธิ หายใจเข้า ออก ให้รู้สึกลมหายใจผ่านเข้าออกปลายจมูก แป๊บเดียวหลับต่อได้ ถ้าตื่นตีสาม นอนต่อไม่ได้ก็ตื่นเลยได้ เช้าเดินออกกำลังกาย 3-4 กิโลพอ แล้วมาทำสวนจนเหงื่อไหลแล้วมาอาบน้ำ ทานอาหารเช้า
บันทึก 13 เมษายน 2568