เช้าวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ มีการประชุมคณะกรรมการ การประชุมวิชาการประจำปีระดับชาติ เครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา (Soul Connect Fest) ครั้งที่ 2 “วิถีความร่วมมือของมนุษย์ จากสันติภายในสู่สันติสุขของสังคม” หรือ “ความเป็นมนุษย์ การร่วมทุกข์ และความหวัง” (ชื่อยังไม่แน่นอน) จัดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม พ.ศ. 2568 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร
งานนี้จัดการโดย ศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา นำโดยคุณจารุปภา (กี้) วะสี ภายใต้ทุนสนับสนุนของ สสส. สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา มีคุณญาณี (สู่) รัชต์บริรักษ์ เป็น ผอ. มีคณะกรรมการถึง ๒๘ คน จาก ๔ กลุ่มคือ กลุ่มจิตอาสา กลุ่มระบบสุขภาพและสร้างเสริมสุขภาวะ กลุ่มขับเคลื่อนสุขภาวะทางปัญญา และ กลุ่มสันติศึกษา ที่การรวมตัวกันสร้างพลังทวีคูณ (synergy) ดีมาก
คณะทำงานของทีมจัดประชุมทำการบ้านมาดีมาก นำเสนอว่าการประชุมครั้งที่ ๑ เมื่อ ๑๗ - ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ จัดอย่างไร ได้ผลอะไรบ้าง ดูรายละเอียดได้ที่ (๑) ชมวิดีทัศน์สรุปการประชุมได้ที่ (๒) นำสู่การวางแผนจัดงานในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ - ๒ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ชั้น ๕ สามย่านมิตรทาวน์ ที่มีการผสมผสานงานมหกรรมหรือนิทรรศการ กับงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องประชุม ที่แบ่งเป็น ๕ ห้องย่อย รวมกว่า ๒๐ รายการ
กรรมการให้ความเห็นหรือคำแนะนำที่กว้างขวาง ลึกซึ้ง และมีมิติของยุทธศาสตร์สูงมาก เปลี่ยนแนวคิดจากการทำงานเพื่อนำไปสู่การประชุม ๔ วัน กลับทางเป็นการใช้การประชุม ๔ วันเป็นพลังขับเคลื่อนการดำเนินการต่อเนื่องตลอดเวลา ๑ ปี และแนะนำให้จัดการประชุมทุกปี ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อให้คนผูกพันรอคอยและเตรียมตัวเข้าร่วม
กรรมการให้คำแนะนำให้หาวิธีใช้การประชุม ๔ วันเป็นพื้นที่จินตนาการเพื่อการเปลี่ยนแปลง (มิติด้านในของความเป็นมนุษย์) และเป็นพื้นที่เสริมพลังผู้เข้าร่วม ให้เห็นศักยภาพยิ่งใหญ่ที่ซ่อนเร้นของมนุษย์ ที่สามารถปลดปล่อยพลังปัญญาด้านใน ออกมากระทำการร่วมกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ต่อสังคมและโลกได้
เป็นพลังของจิตสำนึก หรือจิตระลึกรู้ ที่เป็นจิตใหญ่ มุ่งทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ของสังคม และของโลก ตรงกันข้ามกับจิตที่เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้องแต่ถ่ายเดียว จิตใหญ่นี้เมื่อแผ่ซ่านไปทั่วผ่านการกระทำ ย่อมนำสันติสุขมาให้แก่ตนเอง คนรอบข้าง ชุมชน สังคม บ้านเมือง และโลก
เท่ากับการทำงานของคณะทำงาน และคณะกรรมการชุดนี้ เป็นกลไก ใช้ เครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา (Spiritual Well-being) หนุนพลังของภาคีเครือข่าย ที่มีถึง ๓๔ กลุ่ม (น่าจะมากกว่า) ที่ทำงานอยู่ในหลากหลายพื้นที่ หลากหลายประเด็น โดยใช้พลังจิตอาสา พลังจิตกรุณา พลังจิตใหญ่ เสริมความรู้และสมรรถนะที่จำเพาะในการทำงานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ นำสู่สันติสุขของสังคม เท่ากับคณะกรรมการแนะนำให้กิจกรรม เครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา นี้เป็นโครงการระยะยาว ไม่ใช่กิจกรรมปีต่อปี ผมคิดว่าคำแนะนำนี้ ปฏิบัติได้ไม่ยาก เพราะเว็บไซต์ จิตวิวัฒน์ ก็ทำหน้าที่เชื่อมโยงเครือข่ายนี้อยู่แล้ว
คณะกรรมการชุดนี้ ที่มีฐานะเป็นกรรมการเฉพาะกิจที่รวมตัวกันหลวมๆ และนัดประชุมกันตอนใกล้การประชุมประจำปี อย่างของปีหน้าก็จัดวันที่ ๔ พฤศจิกายน, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ และ ๖ มกราคม ๒๕๖๘ รวม ๓ ครั้ง ต่อไปในปี ๒๕๖๘ ก็น่าจะปรับตัวเป็นคณะกรรมการชี้ทิศทาง จัดประชุม ๓ ครั้ง กระจายตลอดปี ก่อนถึงการประชุมประจำปี ตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดยคณะกรรมการชี้ทิศทางช่วยแนะนำวิธีหนุนกิจกรรมตลอดปี เชื่อมโยงไปยัง node ต่างๆ
อ. ดร. นพ. สกล สิงหะ ทักว่าเรื่องสุขภาวะทางปัญญา ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ต้องอยู่ในการเลี้ยงดูลูก และในระบบการศึกษา ตรงใจผมมาก ท่านที่สนใจเรื่องนี้อ่านได้จากบันทึกชุด ค่านิยมศึกษา สู่คุณค่านำทางชีวิต (Values-Based Learning – VbE)
อ. หมอสกลยังเอ่ยว่าเรื่องปัญหาสุขภาวะทางปัญญา ปัญหาสันติภาพ ปัญหาสุขภาวะด้านอารมณ์และจิตใจ เป็น wicked problem ที่ต้องจัดการ ป้องกัน และรับมือตามสภาพความ wicked ของปัญหา ท่านที่สนใจว่า wicked problem เป็นอย่างไร อ่านได้ที่ (๓)
ศ. ดร. มาร์ค ตามไท แนะนำว่า ควรจัดกระบวนการการประชุมให้กระแทกใจผู้เข้าร่วม ให้เอากลับไปคิดใคร่ครวญ (reflect) จนในที่สุดเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และคิดว่าตรงกับที่เสนอไว้ในหนังสือ เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning)
คำแนะนำเชิงระบบดำเนินการระยะยาวมาจาก ดร. นพ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผสมกับอีกหลายคำแนะนำในวิธีจัดการประชุมหลากหลายรูปแบบ ที่หากนำไปประยุกต์น่าจะช่วยให้การประชุมมีพลังมาก เช่นจัดเวทีร่วมให้หลาย node ที่ทำงานต่างเรื่อง มาสะท้อนคิดประสบการณ์ของตนตอบโจทย์หลักการร่วมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คนหน้างานได้ฝึกสะท้อนคิดสู่หลักการ ช่วยให้กลับไปทำงานของตนในกระบวนทัศน์ใหม่ อาจนำสู่การทำงานที่ให้ผลกระทบสูงขึ้น นี่คือการประยุกต์ใช้ Kolb’s Experiential Learning Cycle ตามที่เสนอไว้ในหนังสือชุด การเรียนรู้ “ขั้นสูง’ จากประสบการณ์
วิจารณ์ พานิช
๕ พ.ย. ๖๗