นายดำริ พานิช (๒๖ เมษายน ๒๕๕๙ - ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๗) เสียชีวิตไปครบ ๒๐ ปีเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗    เป็นโอกาสให้ผมได้สะท้อนคิดถึงพ่อ    ว่าหากไม่มีพ่อคนนี้ ก็ไม่มีผมในตอนนี้ ทั้งทางชีววิทยา และทางค่านิยมในการดำรงชีวิต   

พื้นเพต้นตระกูลของพ่อสาวไปถึงสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เล่าไว้เมื่อ ๑๖ ปีที่แล้ว ที่ (๑)     

ผมได้นิสัยจากพ่อหลายอย่าง ทั้งด้านดีและด้านไม่เป็นไปตามประเพณีนิยม หรือค่านิยมในสังคม    

อย่างแรก ไม่เคร่งศาสนา แต่มุ่งทำความดี    ผมน่าจะติดนิสัยไม่ไปวัดจากพ่อ    และไม่เคร่งหรือไม่ชอบพิธีกรรม    ไม่ว่าทางศาสนาหรือทางอื่นๆ   

อย่างที่สอง  อยู่ง่ายกินง่าย   ไม่แต่งตัว ไม่มีเครื่องประดับ  ไม่ถือยศฐาบรรดาศักดิ์   

อย่างที่สาม  มุ่งมั่นสร้างตัวด้วยลำแข้งหรือความสามารถของตนเอง    ไม่วิ่งเต้น หรือหวังพึ่งผู้อื่น โดยเฉพาะผู้มียศศักดิ์หรือฐานะ  แม้ตอนหาคู่ผมก็หลีกเลี่ยงคนที่มีฐานะสูงส่ง    สมัยนั้นเรียกว่า “หนูตกถังข้าวสาร” ผมเลี่ยงอย่างที่สุด

อย่างที่สี่  ไม่เอาเปรียบคนอื่น หรือเอาเปรียบสังคม    ทำตัวให้เป็นคนน่าเชื่อถือ   และมุ่งทำประโยชน์แก่สังคมเต็มความสามารถ   โดยไม่มุ่งสร้างความเด่นดังให้แก่ตนเอง   

อย่างที่ห้า  มุ่งสร้างครอบครัวที่มีความรักความสามัคคีกัน   พวกเรา ๖ คนพี่น้อง นัดพบกันเพื่อทำบุญให้พ่อแม่และญาติที่จากไปแล้ว พร้อมกับเลี้ยงญาติ ปีละครั้ง  

อย่างที่หก  มุ่งทำประโยชน์แก่สังคม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น  ตามกำลังที่มี  

วิจารณ์ พานิช 

๒๔ ต.ค. ๖๗