ขอเริ่มที่ห้องรับรองการบินไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ เย็นวันที่ ๒๗ ตุลาคม ผมนั่งอ่าน นสพ. มติชนรายวันฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๗ ที่มีสองส่วนคือส่วนหน้า ๑ - ๘ กับส่วนหน้า ๙ - ๑๖ อ่านส่วนแรกแล้วรู้สึกว่าสังคมไทยตอนนี้อนาถจริงหนอ เต็มไปด้วยเรื่องด้อยคุณธรรม ผิดศีลธรรม และผิดกฎหมาย เต็มไปด้วยเรื่องราวสีเทาไปจนถึงสีดำและดำมืด
อ่านส่วนหลังค่อยใจชื้น ว่ายังมีเรื่องราวดีๆ ในสังคม เช่นเรื่อง เจ้าคุณสายเพชร ข่าวดีเรื่องการอ่าน ที่บอกกว่า โดยเฉลี่ยคนไทยในปัจจุบันอ่านวันละ ๒ ชั่วโมง แต่ผมก็สงสัยว่าอ่านหนังสือ กับอ่านจอมือถือต่างกันอย่างไร เรื่อง วิสาหกิจชุมชนฟาร์มไส้เดือน เป็นต้น
ผมไม่ได้อ่าน นสพ. เป็นประจำมานานหลายปี หาโอกาสอ่านตอนนั่งรอขึ้นเครื่องบินนานๆ ครั้ง คิดว่าไม่อ่านก็ไม่ตกข่าวสำคัญ เพราะเดี๋ยวนี้ได้รับข่าวหลายทางมาก โดยเฉพาะทาง Line group ที่มีคนขยันส่งในหลายกลุ่มที่ผมเป็นสมาชิก
ข้อสะท้อนคิด ในช่วงชั่วโมงเศษในห้องรับรองการบินไทยคือ ไม่ว่ายุคใดสมัยใด คนเรามีชีวิตอยู่ในความเป็นจริงของสังคม ที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ผมเป็นคนมีบุญ ชีวิตอยู่ในสังคมสว่างไร้ผลประโยชน์มิชอบ ไม่เข้าใจไม่สนใจ และรังเกียจผลประโยชน์สีไม่ขาว แต่ก็ต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจไว้บ้าง เพื่อไม่โดนหลอกให้เข้าไปเกี่ยวข้อง
อ่านประชาชาติธุรกิจ เฉพาะหัวข้อ เพื่อรับรู้ว่าธุรกิจไทยเขาดำเนินไปอย่างไร ใน ยุคที่เศรษฐกิจกำลังฝืดเคือง อ่านข่าวการเปิดบางกอกวันแล้วเกิดความสงสัยว่า หากเขาดำเนินธุรกิจได้ดีในช่วงนี้ สะท้อนความเป็นสองสังคมในประเทศเดียว (สังคมคนรวยกับสังคมคนจน) ได้หรือไม่ แปลกมาก ที่ผมไม่เคยอยากไปเที่ยวสถานที่แบบนี้เลย
เครื่องบินใช้เวลาบินเพียง ๕๐ นาที เลี้ยงอาหารง่ายๆ ลงที่สนามบินวัดไตเวลา ๑๙.๕๐ น. ผมตัดสินใจถูก ที่ไม่เช็กอินกระเป๋า เพราะคุณหมอสุวิทย์กับปิยะใช้เวลารอกระเป๋านานมาก
มีสาวลาวและสาวไทยมายกป้ายต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมที่สนามบิน นั่งรถตู้ ๑๕ นาทีก็ถึงโรงแรม Crowne Plaza ผมได้ห้อง 0710 เตียงใหญ่ ห้องพักกว้างขวางสบาย มาตรฐานระดับ ๕ ดาว ระบบไฟฟ้า และการออกแบบห้อง ดีกว่าของโรงแรมเซนทาราที่เมืองไทย
ขอชื่นชมตรวจคนเข้าเมืองไทย ที่มีระบบสแกนพาสปอร์ตออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วสแกนใบหน้า ออกจากเมืองโดยไม่ต้องประทับตราหนังสือเดินทาง สะดวกมาก ที่สนามบินวัดไต ยังต้องกรอบแบบฟอร์มคนเข้าเมือง ที่การบินไทยบกพร่องที่ไม่แจกให้ผู้โดยสารกรอกบนเครื่อง ต้องมากรอกตอนที่เจ้าหน้าที่ถามหา เราไม่มี เขาให้เราเอามากรอกนอกแถว ทำให้เสียเวลาและเสียความรู้สึก
อากาศตอนเช้าที่เวียงจันทน์เย็นสบายและสดชื่น ไม่มีฝุ่น เพราะรถน้อย แต่ตอนเย็นรถติดเหมือนกัน ไม่รู้สึกว่าอากาศมีมลภาวะ
บ่ายวันที่ ๒๘ หลังกลับมาจาก site visit อาจารย์วิมเช่ารถตู้พาไปไหว้พระที่เจดีย์หลวง และวัดพระแก้ว มีคุณฝน เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาสุขภาพแห่งชาติคอยให้บริการ
วันที่ ๒๙ ผมมีการประชุมออนไลน์ที่เมืองไทยทั้งช่วงเช้า และช่วงบ่าย โดยช่วงบ่ายเป็นประธานการประชุมด้วย ตอนเช้ามืดจึงไม่ได้ออกไปเดินออกกำลัง ต้องเตรียมอ่านเอกสารของการประชุม ในการประชุมช่วงเช้า ผมต้องออกจากห้องประชุม 13th AAAH เป็นระยะๆ เพื่อไปพูดให้ความเห็น ช่วงบ่ายผมประชุมออนไลน์ที่ห้องพัก จนการประชุมจบ จึงไปที่ห้องประชุม 13th AAAH ต่อ เป็นทักษะสมัยใหม่ในยุค IT
เย็นวันที่ ๒๙ IHPP นัดพา Dr. Roger Glass, CMB President ไปเลี้ยงอาหารเย็นและคุยกัน ที่ร้านอาหาร ลาวเดิม ที่สถานที่กว้างขวาง และอาหารอร่อยมาก หมอชวิศา (แอ้ม) แม่งาน 13th AAAH เป็นคนจัดการเลือกร้าน จัดรถ และพาไปส่ง แล้วกลับไปทำงานต่อ จบงานนี้ หมอแอ้มย้ายไปทำงานองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย โดยยังคงเชื่อมโยงกับ IHPP
งาน 13th AAAH จึงเป็นเวทีแสดงฝีมือของคนรุ่นใหม่ของ IHPP ที่จัดงานได้อย่างดีเยี่ยม ที่จริงไม่ว่าทำงานอะไร เป็นโอกาสแสดงฝีมือ หรือแสดงความสามารถ หรือแสดงคุณลักษณะของคนทั้งสิ้น
เช้าวันที่ ๓๐ ออกไปเดินออกกำลังริมโขง ที่ถนนและตลิ่งอยู่สูงกว่าแม่น้ำราวๆ ๓ เมตร เห็นร่องรอยว่าเคยมีการจัดการสถานที่สำหรับการพักผ่อนริมแม่น้ำ มีบันไดลงไปยังพื้นที่ธรรมชาติริมแม่น้ำที่กว้างหลายสิบเมตรกว่าจะถึงตัวแม่น้ำ เห็นบ้านเรือนและตึกฝั่งไทยอยู่ลิบๆ เมื่อเดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ช้าก็ถึงลานกว้างใหญ่และสวนสาธารณะ ตรงกันข้ามเป็นโรงแรม Amari ระหว่างทางพบคุณหมอสุวิทย์วิ่งแซงมากับสาวๆ กลุ่มใหญ่ เมื่อเดินกลับไปชมอนุสาวรีย์เจ้าฟ้างุ้ม ที่มีบริเวณกว้าง ก็พบ อ. หมอวีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ วิ่งอยู่ ผมรู้สึกว่าอากาศอุ่นกว่าเช้าวันที่ ๒๙ ที่ผมออกไปเดินหน้าโรงแรม
เย็นวันที่ ๓๐ คุณหมอสุวิทย์ อ. วิม และ อ. หมอวีรศักดิ์ ชวนผมไปกินอาหารเย็นแกล้มไวน์ ที่ร้าน The Long Room โดย อ. วิมเป็นผู้หาร้านเอง เดินไปจากโรงแรมเพียง ๕ นาที กินและคุยกันในคณะก่อการ NHPEF (มูลนิธิพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพแห่งชาติ - ศสช.) ๔ คน อย่างเอร็ดอร่อย ทั้งอาหารปาก ไวน์แดง และอาหารสมอง ได้แนวทางทำงานพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพทั้งของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนทุน ร้านอาหารนี้คุณภาพสูงมากและไม่แพง ตลอดเวลา ๒ ชั่วโมงที่เราไปนั่งกิน มีลูกค้ากลุ่มเราโต๊ะเดียว
เช้าวันที่ ๓๑ ผมไปเดินริมโขงเป็นครั้งที่สอง ตอนกินอาหารเช้า นั่งคุยกับคุณฝน เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ศสช. จึงรู้ว่าบรรยากาศริมโขงตอนเช้ามืดกับตอนค่ำต่างกันราวฟ้ากับดิน คือตอนเย็นนักท่องเที่ยวแน่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
นสพ. Vientiane Times ลงข่าว Asia-Pacific nations build resilience to public health emergencies สะท้อนมุมมองคุณค่าของการประชุม 13th AAAH Conference ต่อประเทศลาว และประเทศสมาชิก
๘ น. ผมไปคุยกับทีมจัดงาน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ฝีมือดี และมุ่งมั่น นำโดย พญ. ชวิศา (แอ้ม) นักระบาดวิทยา ว่าทำงานครั้งนี้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง โดยใช้กระบวนการ AAR ให้ทีมงานได้ dialogue แลกเปลี่ยน tacit knowledge ที่สมาชิกในทีมงานแต่ละคนได้รับจากการทำงานนี้ เป็นการใช้เวลา ๕๐ นาที จัดกระบวนการให้ทีมงานรู้จัก KM
ขากลับ การบินไทยออกช้ากว่ากำหนด ๔๐ นาที โดยเรานั่งรอที่ห้องรับรองของการบินไทยที่สนามบินวัดไต ผมได้โอกาสลองชิมเบียร์ลาว และได้โอกาสเสนอให้ อ. วิม จัด Side Event เรื่องการใช้ IT หนุนการเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์ใน PMAC 2024 โดยเชิญตัวแทนและผู้สนใจจากทุกโรงเรียนแพทย์ไทยเข้าร่วม
ที่สนามบินสุวรรณภูมิผู้เดินทางที่เป็นคนไทยสแกนหนังสือเดินทาง กับสแกนใบหน้า ก็กลับเข้าเมืองได้เลย ผมนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านเวลา ๑๘ น.
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ต.ค. ๖๗
1 วิวเมืองเวียงจันทน์ถ่ายจากห้องพักชั้น ๗
2 ประเพณีใส่บาตร
3 ถนนริมโขงยามเช้า
4 ย่านบันเทิงริมโขงยามเช้า ตอนเย็นคนแน่น
5 วัดลาว
6 สถานที่ข้างโรงแรม Crowne Plaza
7 พระธาตุหลวง
8 พิพิธภัณฑ์รอบพระฐาตุหลวง
9 พิพิธภัณฑ์พระแก้ว
10 พระพุทธรูปภายในอาคารพิพิธภัณฑ์พระแก้ว
11 พระพุทธรูปด้านนอกอาคาร










