เช้าวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ทีมจัดประชุมประจำปีเครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา (Soul Connect Fest) ครั้งที่ 2
“แปรเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความร่วมมือ จากสันติภายในสู่สันติภาพโลก” “From Confrontation to Collaboration, From Peace of Mind to World Peace” วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม พ.ศ. 2568 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร นำโดยคุณจารุปภา (กี้) วะสี ผู้จัดการศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา และคุณญาณี (สู่) รัชต์บริรักษ์ ผอ.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. นัดมาคุยขอคำแนะนำวิธีจัดการประชุม รวมทั้งขอให้ช่วยเป็นประธานการประชุมด้วย เพราะท่านประธานการประชุมครั้งที่แล้ว คือ นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ไม่ยอมรับ
อ่านเรื่องราวของการประชุมนี้ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ ได้ที่ (๑)
สุขภาวะทางปัญญา = spiritual health เป็นส่วนหนึ่งของ “สุขภาวะองค์รวม” (holistic well-being)
ผมชี้ให้เห็นว่า ต้องจัดการประชุมเพื่อสื่อว่าเรื่องนี้มนุษย์ทุกคน ทุกสถานะของชีวิตความเป็นอยู่ เข้าถึงได้ ผ่านการปฏิบัติแล้วสะท้อนคิด ผมเอาหนังสือชุด การเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ ไปฝากคุณกี้ด้วย เพื่อสื่อว่าทุกคนพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาของตนเองได้ ผ่านวิธีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) ที่เน้นเอาประสบการณ์มาสะท้อนคิดกับตนเอง และสะท้อนคิดร่วมกันกับกัลยาณมิตร
ในการประชุมจึงควรเชิญ “นักปฏิบัติ” และ “นักเรียนรู้จากการปฏิบัติ” มาแชร์ประสบการณ์พัฒนาสุขภาวะทางปัญญาของตน เน้นกระจายผู้ได้รับเชิญไปทุกระดับทางสังคม ในสัดส่วนจำนวนประชากร นั่นคือคนในชนบทและยากจนควรเป็นคนกลุ่มใหญ่ในที่ประชุม เพื่อยืนยันต่อสังคมว่า มนุษย์ทุกคน ในทุกวิถีชีวิต พัฒนาสุขภาวะทางปัญญาของตนเองได้
ยิ่งคนที่มีประสบการณ์พัฒนาสุขภาวะทางปัญญาของตน เชื่อมสู่สุขภาวะทางกายและทางจิต ผ่านการร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ในการช่วยเหลือหรือทำประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือเพื่อนบ้าน ยิ่งควรได้รับเชิญมาร่วม เพื่อสื่อสารว่า สุขภาวะทางปัญญาส่งผลต่อสุขภาวะทางจิตและทางกายได้
ผมเสนอให้ใช้การประชุมเป็นพื้นที่แสดงความเป็น “ผู้ริเริ่มกระทำการ” (agency) ด้านการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา ของผู้เข้าร่วมทุกคน ให้เขาเขียนเล่าสั้นๆ ว่าตนเองทำกิจกรรมอะไร และอยากเข้าร่วมเครือข่ายนักปฏิบัติกลุ่มใดในช่วงเวลา ๒ ปี ก่อนจะมีการประชุมครั้งที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ เอาไปติดที่กระดานที่มีชื่อกลุ่มติดอยู่ สำหรับทีมคุณกี้ติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมเครือข่ายในภายหลังการประชุม
การประชุมนี้ จึงจะเปลี่ยนจากเวทีของผู้ “อยากรู้” เป็นเวทีของผู้ “อยากทำ” เป็นเวทีของผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เวทีของผู้ตามกระแส
ในช่วง ๒ ปี ระหว่างการประชุมครั้งที่ ๒ กับการประชุมครั้งที่ ๓ ทีมคุณกี้จะเอาเครื่องมือ เรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ ไปให้แต่ละวงของผู้ริเริ่มกระทำการทดลองใช้ เพื่อตกผลึกหลักการด้านสุขภาวะทางปัญญา จากการปฏิบัติของตน โดยใช้ Kolb’s Experiential Learning Cycle เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า มนุษย์ในทุกวิถีชีวิต ทุกระดับพื้นฐานการศึกษา สามารถเรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาของตนได้ ผ่านการเรียนรู้จากการปฏืบัติ หรือประสบการร์ของคนเอง โดยมีเครื่องมือสำคัญคือ การสะท้อนคิด (reflection)
สำหรับผม สุขภาวะทางปัญญาไม่แยกจากสุขภาวะด้านอื่นๆ ... สุขภาวะองค์รวม
ผมเคยเขียนบันทึกเรื่องสุขภาวะไว้ที่ (๒), (๓)
วิจารณ์ พานิช
๔ ต.ค. ๖๗