สถาบันคลังสมองของชาติ จัดเสวนาออนไลน์ ครั้งที่ ๔ เรื่อง Soft Power สำหรับบัณฑิต การเติบโตเป็นคนที่ รู้จัก “ผิด ชอบ ชั่ว ดี” สำคัญกว่า “วิชาความรู้” มากมาย และเชิญผมเป็นวิทยากร วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๕.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
ผมไม่รู้จัก soft power อย่างแท้จริง จึงขอความรู้จาก Generative AI Gemini ด้วยคำถาม “Soft Power คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร บัณฑิตมีส่วนสร้าง soft power ได้อย่างไร”
ได้รับคำตอบดังต่อไปนี้
“ซอฟต์พาวเวอร์: อำนาจแห่งการดึงดูด
ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) คือ ความสามารถในการดึงดูดและโน้มน้าวใจผู้อื่นให้ยอมรับและทำตาม โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับหรือข่มขู่ใดๆ เป็นการใช้อิทธิพลทางวัฒนธรรม ค่านิยม หรือภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น
ที่มาและความสำคัญของซอฟต์พาวเวอร์
แนวคิดของซอฟต์พาวเวอร์ได้รับการบัญญัติขึ้นโดย ศาสตราจารย์โจเซฟ ไนย์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเห็นว่านอกจากฮาร์ดพาวเวอร์ (Hard Power) หรืออำนาจทางทหารและเศรษฐกิจแล้ว ประเทศต่างๆ ยังสามารถใช้อำนาจทางวัฒนธรรม ค่านิยม และนโยบายต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับ เพื่อสร้างอิทธิพลต่อนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซอฟต์พาวเวอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน เพราะเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือความตึงเครียด
บัณฑิตมีส่วนสร้างซอฟต์พาวเวอร์ได้อย่างไร
บัณฑิตในฐานะทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถสูง สามารถมีส่วนร่วมในการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศได้หลากหลายรูปแบบ เช่น
- เป็นตัวแทนของประเทศ: บัณฑิตสามารถเป็นตัวแทนของประเทศในการเผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยมของชาติไปสู่ต่างประเทศ
- สร้างสรรค์นวัตกรรม: การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโลก สามารถสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
- เป็นผู้นำทางความคิด: บัณฑิตสามารถเป็นผู้นำทางความคิดในการแก้ไขปัญหาสังคมโลก และเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
- ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ: การสร้างเครือข่ายกับนักศึกษาต่างชาติ และการเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศ สามารถส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ
- เป็นผู้ประกอบการ: การสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บัณฑิตไทยหลายคนได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในระดับนานาชาติ ทั้งในด้านวิชาการ ศิลปะ กีฬา และธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้กับประเทศทั้งสิ้น
สรุปแล้ว ซอฟต์พาวเวอร์เป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาใช้ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาชาติ และบัณฑิตทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้กับประเทศได้ โดยการใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
ผมทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับคำตอบของ เจมิไน ส่วนที่ไม่เห็นด้วยคือกระบวนทัศน์ที่มุ่งผลประโยชน์ของประเทศของตนเองเท่านั้น บัณฑิตในยุคนี้ควรมีมิติของการเป็นพลโลก มุ่งทั้ง give and take ไม่มุ่ง take แต่ถ่ายเดียว
คำถามแรกที่คุณฉันทลักษณ์ อาจหาญ เตรียมไว้ประกอบการเสวนาคือ “อะไรคือ Soft skills ที่จำเป็นที่สุดสำหรับบัณฑิตไทยในการสร้าง Soft power ระดับนานาชาติ และจะพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้อย่างไร?” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบถูกคำตอบเดียว ผมชวนผู้เข้าร่วมเสวนาสร้างบรรยากาศการเสวนาแบบแสวงหาหลายคำตอบ ไม่เน้นคำตอบถูกหรือดีที่สุดคำตอบเดียว โดยคำตอบของผมคือ ความมั่นคงในคุณธรรม (integrity) และตอนไปเดนมาร์กเมื่อกลางเดือนสิงหาคม ผมพบว่า soft power ของคนเดนมาร์กคือ ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน (trust)
ผมคิดว่า soft skills นำสู่ soft power และการพัฒนา soft skills ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ตามแนวทาง ค่านิยมศึกษา
ตอนเสวนา ท่าน ผอ. สถาบันคลังสมอง รศ. ดร. บวร ปภัสราทร มาเป็นผู้ร่วมเสวนา และตั้งคำถามด้วยตนเอง ทำให้การเสวนาสนุกและเข้มข้นมาก ฟังได้ที่ (๑) ในช่วงเปิดให้ผู้ฟังถาม มีอาจารย์จาก มอ. ปัตตานีถามว่า นศ. เข้าเรียนสายเนืองๆ ท่านดุ เป็นการกระทำที่ถูกต้องไหม ลองฟังคำตอบของผมตอนท้ายๆ ของการเสวนานะครับ ว่าท่านเห็นด้วยไหม
วิจารณ์ พานิช
๕ ต.ค. ๖๗