อุปมาเกี่ยวกับความทุกข์ ในพระไตรปิฎก 

สิ่งที่เรามักจะเจอกันเสมอๆ คือ ความทุกข์ บางเวลา มันก็ห่างเรา บางเวลาก็มาใกล้ชิด และมาบ่อยๆ บางครั้งแทบไม่อยากมีชีวิตเจอกันมัน พระพุทธเจ้าทรงยกตัวอย่างไว้อย่างไรบ้าง 

ลองอ่านกันดูครับ 

  1. "เปรียบเหมือนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่มีแต่น้ำเค็มไม่เหมาะแก่การดื่มกิน ฉันใด ความทุกข์ในสังสารวัฏก็เช่นกัน มีอยู่มากมายไม่มีที่สิ้นสุด เป็นสภาวะที่ไม่น่ายินดี คอยแผดเผาสัตว์โลกให้เร่าร้อนอยู่เสมอ ฉันนั้น"  (ทุกขสูตร สังยุตตนิกาย)
  2. "เปรียบดังก้อนเหล็กแดงที่ถูกเผาไฟทั้งวัน ไม่มีที่ใดเย็น จะจับต้องตรงไหนก็ร้อนไปทั้งหมด ฉันใด ความทุกข์ในวัฏสงสารก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเกิดในภพภูมิใด ก็ล้วนประสบกับความทุกข์ ไม่มีที่ใดปลอดทุกข์โดยสิ้นเชิง ฉันนั้น" (ทุกขักขันธสูตร มัชฌิมนิกาย)
  3. "เปรียบเสมือนบุรุษถูกลูกศรอาบยาพิษ ย่อมได้รับทั้งความเจ็บปวดจากลูกศร และความทุกข์ทรมานจากพิษ ฉันใด สัตว์โลกก็เช่นกัน ย่อมได้รับทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ ซ้ำเติมด้วยความทุกข์จากการปรุงแต่งของจิต ฉันนั้น"  (สัลลสูตร สังยุตตนิกาย)
  4. "เปรียบดังบ้านที่ถูกไฟไหม้ ไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็พบแต่เปลวเพลิง ฉันใด ความทุกข์ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเกิดในภพใด ก็ล้วนถูกไฟคือราคะ โทสะ โมหะแผดเผา ไม่มีที่พึ่งพิงที่แท้จริง ฉันนั้น"  (อาทิตตปริยายสูตร สังยุตตนิกาย)
  5. "เปรียบเสมือนหลุมถ่านเพลิงลึกกว่าชั่วบุรุษ เต็มไปด้วยถ่านไฟไม่มีเปลวไม่มีควัน ผู้ใดตกลงไปย่อมถูกไฟเผา ฉันใด ความทุกข์ในวัฏสงสารก็เช่นกัน แม้จะมองไม่เห็นด้วยตา แต่ก็เผาผลาญสัตว์โลกอยู่ตลอดเวลา ฉันนั้น"  (มหาทุกขักขันธสูตร มัชฌิมนิกาย)
  6. "เปรียบดังคนที่แบกก้อนหินหนัก เดินทางไกลในแดดร้อน ยิ่งเดินก็ยิ่งเหนื่อยล้า ฉันใด สัตว์โลกที่แบกขันธ์ 5 ก็เช่นกัน ต้องแบกความทุกข์ไปตลอดการเดินทางในสังสารวัฏ ไม่รู้จักจุดสิ้นสุด ฉันนั้น"จากทุกขตาสูตร สังยุตตนิกาย)
  7. "เปรียบเสมือนแผลเรื้อรังที่ถูกบีบคั้น ย่อมเจ็บปวดทั้งกลางวันกลางคืน ฉันใด ทุกข์ในขันธ์ 5 ก็เช่นกัน ย่อมบีบคั้นสัตว์โลกอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะหลับหรือตื่น ก็ไม่พ้นจากความทุกข์ ฉันนั้น"  (ขันธสูตร สังยุตตนิกาย)
  8. "เปรียบดังน้ำตาที่ไหลรินของสัตว์โลกตลอดการท่องเที่ยวในสังสารวัฏ มีมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่ ฉันใด ความทุกข์ที่สัตว์โลกได้ประสบมาก็เช่นกัน มีมากมายนับไม่ถ้วน เพราะการเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบ ฉันนั้น"  (เวทนาสูตร สังยุตตนิกาย)
  9. "เปรียบเสมือนเรือที่รั่ว น้ำไหลเข้ามาไม่หยุด ต้องคอยวิดน้ำออกตลอดเวลา ฉันใด ชีวิตมนุษย์ก็เช่นกัน ต้องคอยต่อสู้กับความทุกข์ที่ไหลบ่าเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งโรคภัย ความแก่ ความตาย ฉันนั้น"  (ชราสูตร อังคุตตรนิกาย)
  10. "เปรียบดังคนติดอยู่ในกรงขัง แม้จะดิ้นรนต่อสู้ก็ไม่อาจหลุดพ้น ฉันใด สัตว์โลกที่ติดอยู่ในกรงขังแห่งอวิชชาก็เช่นกัน ย่อมประสบทุกข์อยู่ร่ำไป ตราบใดที่ยังไม่รู้แจ้งในอริยสัจ ฉันนั้น" (ยมกสูตร สังยุตตนิกาย)
  11. "เปรียบเสมือนคนที่แบกภาระหนัก เดินทางขึ้นภูเขาสูงชัน ยิ่งเดินก็ยิ่งเหนื่อยล้า ฉันใด การแบกขันธ์ 5 ก็เช่นกัน ยิ่งเวียนว่ายในสังสารวัฏ ก็ยิ่งพบกับความทุกข์ที่ทวีคูณ ฉันนั้น"  (ภารสูตร สังยุตตนิกาย)
  12. "เปรียบดังผู้ที่ตกอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว ถูกพัดพาไปตามกระแส ไม่อาจต้านทาน ฉันใด สัตว์โลกก็เช่นกัน ย่อมถูกกระแสตัณหาพัดพาไปสู่ความทุกข์ ไม่อาจต้านทานได้ หากปราศจากธรรมะเป็นที่พึ่ง ฉันนั้น"  (ทุกขักขันธสูตร มัชฌิมนิกาย)
  13. "เปรียบเสมือนบุรุษที่ถูกทิ่มแทงด้วยหอกทั้งร้อย ย่อมเจ็บปวดแสนสาหัส ฉันใด ทุกข์ในวัฏสงสารก็เช่นกัน ย่อมทิ่มแทงสัตว์โลกด้วยความเจ็บปวดนานัปการ ทั้งทางกายและใจ ฉันนั้น"  (อาทีนวสูตร อังคุตตรนิกาย)
  14. "เปรียบดังคนเดินในทะเลทราย ที่เห็นพยับแดดเป็นน้ำ ยิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งทุกข์ ฉันใด สัตว์โลกที่หลงในสมมติบัญญัติก็เช่นกัน ยิ่งแสวงหาความสุขในสิ่งที่เป็นทุกข์ ก็ยิ่งประสบความทุกข์มากขึ้น ฉันนั้น" (วิปัลลาสสูตร อังคุตตรนิกาย)
  15. "เปรียบเสมือนถ่านไฟที่ถูกลมพัด ย่อมลุกโชนยิ่งขึ้น ฉันใด ทุกข์ที่ถูกปรุงแต่งด้วยความยึดมั่นถือมั่นก็เช่นกัน ย่อมเพิ่มพูนขึ้นด้วยอำนาจของกิเลส ฉันนั้น" (อัคคิสูตร สังยุตตนิกาย)
  16. "เปรียบดังใบไม้ที่ร่วงหล่นในป่าใหญ่ นับไม่ถ้วน ฉันใด ความทุกข์ที่สัตว์โลกได้ประสบมาในสังสารวัฏก็เช่นกัน มากมายนับไม่ถ้วน เกินกว่าจะคำนวณได้ ฉันนั้น"  (สังสารสูตร สังยุตตนิกาย)
  17. "เปรียบเสมือนคนไข้ที่ถูกโรคร้ายเบียดเบียน ไม่มีความสุขทั้งกลางวันกลางคืน ฉันใด สัตว์โลกที่ถูกโรคคือกิเลสเบียดเบียนก็เช่นกัน ย่อมไม่พบความสุขที่แท้จริง ฉันนั้น"  (โรคสูตร อังคุตตรนิกาย)
  18. "เปรียบดังปลาที่ถูกโยนขึ้นบนบก ดิ้นรนกระวนกระวาย ฉันใด สัตว์โลกที่จมอยู่ในห้วงทุกข์ก็เช่นกัน ย่อมดิ้นรนกระวนกระวายด้วยความทุกข์นานัปการ ฉันนั้น"  (สุขุมาลสูตร อังคุตตรนิกาย)
  19. "เปรียบเสมือนเต่าตาบอดในมหาสมุทร โอกาสที่จะโผล่ขึ้นมาพบท่อนไม้ลอยน้ำยากนัก ฉันใด การที่สัตว์โลกจะพ้นจากความทุกข์ก็เช่นกัน เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง หากไม่พบพระสัทธรรม ฉันนั้น"  (กุมโมปมสูตร สังยุตตนิกาย)
  20. "เปรียบดังยอดเขาหิมาลัยอันสูงตระหง่าน ฉันใด กองทุกข์ที่สัตว์โลกได้ประสบมาในสังสารวัฏก็เช่นกัน สูงใหญ่ไพศาล ยากที่จะประมาณได้ หากไม่เร่งเพียรปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ ฉันนั้น"  (อนมตัคคสูตร สังยุตตนิกาย)

วิเคราะห์อุปมาเกี่ยวกับความทุกข์ทั้ง 20 ข้อ สามารถสรุปสาระสำคัญได้ 5 ประเด็น ดังนี้

  1. ลักษณะของความทุกข์   มีอยู่ทั่วไปในทุกที่ อุปมามหาสมุทร, ก้อนเหล็กแดง)  เกิดขึ้นต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด   อุปมาน้ำตา, ใบไม้ในป่า) บีบคั้นทั้งกายและใจ อุปมาแผลเรื้อรัง, หอกทิ่มแทง)  ยากที่จะหลีกหนีพ้น อุปมาบ้านไฟไหม้, กรงขัง)
  2. สาเหตุของความทุกข์  เกิดจากการแบกขันธ์ 5 อุปมาการแบกหิน, ภาระหนัก)  เกิดจากอวิชชาความไม่รู้ อุปมาคนตาบอด, พยับแดด)  เกิดจากการปรุงแต่งของกิเลส อุปมาถ่านไฟถูกลมพัด) เกิดจากตัณหาความทะยานอยาก อุปมากระแสน้ำเชี่ยว)
  3. ความรุนแรงของทุกข์  แผดเผารุนแรง อุปมาไฟ, หลุมถ่านเพลิง)  ทรมานไม่มีที่สิ้นสุด อุปมาลูกศรอาบ พิษ)   ครอบงำทั่วทุกอณู อุปมาก้อนเหล็กแดง)  ทำให้กระวนกระวายไม่สงบ อุปมาปลาบนบก)
  4. ผลกระทบของทุกข์   ทำให้ไม่มีความสุขที่แท้จริง อุปมาคนไข้)  ติดตามไปทุกภพภูมิ อุปมาเงาติดตาม) บีบคั้นอย่างต่อเนื่อง อุปมาเรือรั่ว)  ทำให้หาที่พึ่งได้ยาก อุปมาเต่าตาบอด)
  5. การพ้นทุกข์  ต้องอาศัยพระสัทธรรม อุปมาเต่าตาบอดพบท่อนไม้)  ต้องมีความเพียรอย่างต่อเนื่อง  ต้องละความยึดมั่นถือมั่น  ต้องเข้าใจสัจธรรมอย่างแท้จริง

อุปมาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าความทุกข์เป็นสภาวะที่มีอยู่จริง รุนแรง และยากที่จะหลีกหนี แต่สามารถพ้นได้ด้วยการปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะการเข้าใจอริยสัจ 4 อย่างถ่องแท้

ศักดิ์  ประสานดี